รายงานการวิเคราะห์ศักยภาพและการพัฒนาเชิงพื้นที่ย่านพญาไท-อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ: จากรากฐานทางประวัติศาสตร์สู่ศูนย์กลางนวัตกรรมและการแพทย์ระดับภูมิภาค

สารบัญเนื้อหา

รายงานการวิเคราะห์ศักยภาพและการพัฒนาเชิงพื้นที่ย่านพญาไท-อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ: จากรากฐานทางประวัติศาสตร์สู่ศูนย์กลางนวัตกรรมและการแพทย์ระดับภูมิภาค

ปฐมบทแห่งย่านศูนย์กลางการเชื่อมต่อและพลวัตของมหานคร

พื้นที่พญาไทและอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิถือเป็นจุดยุทธศาสตร์ที่มีความสำคัญระดับชาติมาอย่างยาวนานและมีการซ้อนทับกันของมิติทางประวัติศาสตร์ สถาปัตยกรรม การแพทย์ และเศรษฐกิจเชิงพาณิชย์อย่างมีนัยสำคัญ1 การเปลี่ยนแปลงทางกายภาพและโครงสร้างพื้นฐานในช่วงหลายทศวรรษที่ผ่านมา ได้พลิกโฉมพื้นที่จากทุ่งนาและเขตพระราชฐานในอดีต สู่การเป็นย่านศูนย์กลางธุรกิจส่วนขยาย (Extended Central Business District) และกำลังก้าวเข้าสู่การเป็นย่านนวัตกรรมการแพทย์ที่สำคัญที่สุดของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้4

การทำความเข้าใจบริบทของพื้นที่นี้ จำเป็นต้องพิจารณาถึงความเปลี่ยนแปลงเชิงเขตแดนการปกครอง โดยเดิมทีพื้นที่ย่านนี้สังกัดอยู่ในเขตพญาไท แต่ต่อมาในปี พ.ศ. 2532 กระทรวงมหาดไทยได้มีประกาศเปลี่ยนแปลงพื้นที่และจัดตั้งเขตราชเทวีขึ้น เพื่อรองรับการขยายตัวของประชากรและการบริหารจัดการที่คล่องตัวขึ้น ส่งผลให้แขวงทุ่งพญาไทถูกโอนย้ายมาสังกัดเขตราชเทวี สถานที่สำคัญหลายแห่งที่มีชื่อ “พญาไท” ปรากฏอยู่ อาทิ พระราชวังพญาไท สถานีตำรวจนครบาลพญาไท หรือสถานีรถไฟฟ้าบีทีเอสพญาไท จึงตั้งอยู่ในขอบเขตการปกครองของเขตราชเทวีในปัจจุบัน7

มรดกทางประวัติศาสตร์และสถาปัตยกรรมแห่งความทรงจำ

มิติทางประวัติศาสตร์ของพื้นที่พญาไท-อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิทำหน้าที่เป็นเสาหลักทางอัตลักษณ์ที่แยกไม่ออกจากพัฒนาการของเมือง โครงสร้างสถาปัตยกรรมในพื้นที่นี้สะท้อนให้เห็นถึงการเปลี่ยนผ่านทางค่านิยม วัฒนธรรม และอุดมการณ์ทางการเมืองของสยามประเทศในแต่ละยุคสมัย

อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ: แลนด์มาร์กศูนย์กลางการคมนาคมและสัญลักษณ์แห่งชาติ

อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิถูกสร้างขึ้นในปี พ.ศ. 2484 ตามพระราชดำริของจอมพล ป. พิบูลสงคราม นายกรัฐมนตรีในขณะนั้น เพื่อรำลึกถึงวีรชน ทหาร ตำรวจ และพลเรือนผู้เสียชีวิตในกรณีพิพาทอินโดจีนระหว่างไทยและฝรั่งเศส รวมถึงสมรภูมิอื่น ๆ1 โดยมีพลเอก พระยาพหลพลพยุหเสนา เป็นผู้วางศิลาฤกษ์ในวันที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2484 และทำพิธีเปิดอย่างเป็นทางการในวันที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2485 พร้อมการสวนสนามของกองทัพและหน่วยงานพลเรือน1

ในเชิงสถาปัตยกรรม หม่อมหลวงปุ่ม มาลากุล เป็นผู้ออกแบบตัวอนุสาวรีย์โดยได้รับแรงบันดาลใจจากสี่ประการหลัก ได้แก่ ปฏิบัติการของนักรบทั้ง 5 เหล่า ปฏิบัติการอย่างกล้าหาญของกำลังพล อาวุธที่ใช้สู้รบ และศิลปะแบบ “อาร์ต เดโค” (Art Deco) ที่กำลังเป็นที่นิยมในระดับสากล ณ ขณะนั้น ซึ่งเน้นความเพรียวลม (Streamline) และลดทอนรูปทรงให้เหลือเพียงรูปทรงเรขาคณิตพื้นฐาน โดยมีความสูงถึง 50 เมตร1 ส่วนสำคัญที่ทำให้สถาปัตยกรรมนี้ทรงคุณค่าคืองานประติมากรรมรูปทหาร ตำรวจ และพลเรือนทั้ง 5 เหล่า ซึ่งควบคุมการปั้นหล่อโดยศาสตราจารย์ศิลป์ พีระศรี ศิลปินชั้นครูของไทย โดยใช้วัสดุทองแดงและทองเหลืองที่ได้รับการสนับสนุนจากกรมอู่ทหารเรือ กรมโรงงานทหารอากาศ และกรมยกกระบัตรทหารบก เมื่อถลุงแล้วได้เนื้อทองผสมอันบริสุทธิ์น้ำหนักรวมกว่า 10,666 กิโลกรัม11 การตั้งอยู่ ณ กิโลเมตรที่ 0.0 ของถนนพหลโยธิน และมีลักษณะเป็นวงเวียนรูปดาวห้าแฉกที่ตัดกับถนนหลัก 5 สาย (พหลโยธิน ราชวิถี พญาไท รางน้ำ ดินแดง) ทำให้พื้นที่แห่งนี้ทำหน้าที่เป็น “หัวใจของกรุงเทพฯ” ทั้งในเชิงสัญลักษณ์ของการรวมศูนย์อำนาจรัฐในอดีต และศูนย์กลางการกระจายการคมนาคมที่พลุกพล่านที่สุดแห่งหนึ่งในปัจจุบัน3

พระราชวังพญาไทและดุสิตธานี: พื้นที่ทดลองทางสังคมและระบอบประชาธิปไตย

ไม่ไกลจากวงเวียนอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ คือที่ตั้งของ “พระราชวังพญาไท” ซึ่งในอดีตเคยเป็นพื้นที่โรงนาหลวงสำหรับทดลองทำนาและทำสวน และเป็นพระตำหนักที่ประทับพักผ่อนพระราชอิริยาบถในสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 5) โดยในปัจจุบันคงเหลือพระที่นั่งที่สร้างในรัชกาลที่ 5 เพียงองค์เดียวคือ พระที่นั่งเทวราชสภารมย์ ซึ่งมีสถาปัตยกรรมแบบผสมผสานระหว่างคลาสสิกและอาร์ตนูโว14 ต่อมาในสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 6) ได้ทรงโปรดเกล้าฯ ให้รื้อพระตำหนักเดิมและสร้างพระที่นั่งเพิ่มเติมในสถาปัตยกรรมแบบตะวันตกผสมผสานที่มีนามคล้องจองกัน ได้แก่ พระที่นั่งไวกูณฐเทพยสถาน พระที่นั่งพิมานจักรี พระที่นั่งศรีสุทธนิวาส และพระที่นั่งอุดมวนาภรณ์ รวมถึงพระตำหนักเมขลารูจีที่เป็นเรือนไม้สักสองชั้นริมคลองพญาไท14 จุดเด่นที่สำคัญคือพระที่นั่งพิมานจักรีที่มีสถาปัตยกรรมทรงโรมาเนสก์ผสมกอทิก พร้อมยอดโดมสีแดงสูงตระหง่านและภาพเขียนสีปูนเปียก (Fresco) ที่งดงาม14

นัยสำคัญทางประวัติศาสตร์ของพระราชวังแห่งนี้คือการเป็นที่ตั้งของ “ดุสิตธานี” เมืองจำลองประชาธิปไตยที่ถูกย้ายมาจากพระราชวังสวนดุสิตในเดือนธันวาคม พ.ศ. 246218 ดุสิตธานีถูกสร้างขึ้นในอัตราส่วน 1:20 มีขนาดสิ่งก่อสร้างสูงประมาณ 2-3 ฟุต ประกอบด้วยสถาปัตยกรรมย่อส่วนของสถานที่สำคัญ เช่น ที่ทำการรัฐบาล วัด พระราชวัง โรงพยาบาล และตลาด เพื่อเป็นพื้นที่ทดลองและให้การศึกษาด้านการปกครองส่วนท้องถิ่นและระบอบประชาธิปไตยแก่ข้าราชบริพาร19 ในเมืองจำลองนี้มีการจำลองพรรคการเมือง 2 พรรค มีการจัดการเลือกตั้ง “นคราภิบาล” มีการจัดเก็บภาษี และมีหนังสือพิมพ์ประจำเมือง ได้แก่ ดุสิตสมัย ดุสิตสักขี และดุสิตสมิต18 แม้โครงการนี้จะยุติลงหลังการเสด็จสวรรคตของรัชกาลที่ 6 แต่ได้ทิ้งรากฐานความคิดทางสังคมและเป็นหลักฐานสำคัญถึงพระราชปณิธานในการเตรียมความพร้อมสู่ระบอบประชาธิปไตย22

นอกจากนี้ พื้นที่พระราชวังพญาไทยังเป็นที่ตั้งของ “ร้านกาแฟนรสิงห์” ซึ่งจำลองมาจากสภากาแฟแห่งแรกของสยามที่เคยก่อตั้งในสมัยรัชกาลที่ 6 บริเวณสนามเสือป่า การบูรณะและเปิดให้บริการร้านกาแฟนี้ใหม่โดยมูลนิธิอนุรักษ์พระราชวังพญาไท ได้สร้างกลิ่นอายความคลาสสิกทางวัฒนธรรมที่เชื่อมต่ออดีตกับปัจจุบัน25 ภายหลังการเปลี่ยนแปลงการปกครอง พ.ศ. 2475 พระราชวังพญาไทได้ถูกแปรสภาพเป็นโฮเต็ลพญาไท (โฮเต็ลวังพญาไท) ซึ่งถือเป็นโรงแรมหรูหราในยุคนั้น และต่อมากระทรวงกลาโหมได้ปรับเปลี่ยนพื้นที่เป็นโรงพยาบาลทหารบก ซึ่งต่อมาคือโรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้าในปัจจุบัน15 การแปรสภาพนี้สะท้อนให้เห็นถึงการเปลี่ยนผ่านสถานะของพื้นที่ จากพื้นที่สงวนของราชสำนัก สู่พื้นที่บริการสาธารณะและการแพทย์ระดับชาติ การดำเนินการบูรณะและจัดตั้งพิพิธภัณฑ์ในปัจจุบันดำเนินการโดยมูลนิธิอนุรักษ์พระราชวังพญาไท ในพระอุปถัมภ์ สมเด็จพระเจ้าภคินีเธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดา สิริโสภาพัณณวดี เพื่ออนุรักษ์มรดกทางสถาปัตยกรรมของชาติให้คงอยู่สืบไป29

โครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคม: ศูนย์กลางการเชื่อมต่อระดับมหานคร

ย่านพญาไท-อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิตั้งอยู่บนแกนกลางของระบบการสัญจรของกรุงเทพมหานคร การบริหารจัดการจราจรและโครงสร้างพื้นฐานในพื้นที่นี้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อระบบเศรษฐกิจระดับเมืองและระดับภูมิภาค

การจัดระเบียบศูนย์กลางการขนส่งสาธารณะและรถโดยสาร

ในอดีต อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิเป็นจุดศูนย์กลางของคิวรถตู้โดยสารสาธารณะที่หนาแน่นที่สุด ส่งผลให้เกิดปัญหาการจราจรติดขัดรอบวงเวียน มลพิษทางอากาศ และความไม่เป็นระเบียบเรียบร้อย31 จนกระทั่งในเดือนตุลาคม พ.ศ. 2559 รัฐบาลและคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้มีนโยบายจัดระเบียบและย้ายคิวรถตู้หมวด 2 (เส้นทางต่างจังหวัดระยะไม่เกิน 300 กิโลเมตร) ภายใต้การดูแลของบริษัท ขนส่ง จำกัด (บขส.) กว่า 4,205 คัน ออกจากพื้นที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิไปยังสถานีขนส่งหลัก 3 แห่ง ได้แก่ สถานีขนส่งผู้โดยสารกรุงเทพ (หมอชิต) สำหรับสายเหนือและอีสาน, สถานีขนส่งเอกมัย สำหรับสายตะวันออก, และสถานีขนส่งสายใต้ใหม่ (ปิ่นเกล้า) สำหรับสายใต้และตะวันตก31

การย้ายรถตู้ออกไปได้ลดความแออัดทางจราจรอย่างเป็นรูปธรรม แต่ในขณะเดียวกันก็สร้างการเปลี่ยนแปลงในเชิงพลวัตของเศรษฐกิจฐานราก โดยเฉพาะกลุ่มผู้ประกอบการและผู้ค้าหาบเร่แผงลอยในบริเวณ Victory Point และพื้นที่ใกล้เคียง ที่ต้องเผชิญกับจำนวนผู้สัญจรที่ลดลงอย่างเห็นได้ชัด33 เพื่อชดเชยการเปลี่ยนแปลงและยกระดับคุณภาพการเดินทาง กรุงเทพมหานครจึงได้ปรับปรุงรูปแบบการจัดระเบียบจุดจอดรถโดยสารประจำทาง (รถเมล์) ใหม่รอบเกาะทั้ง 4 ได้แก่ เกาะดินแดง เกาะพญาไท เกาะราชวิถี และเกาะพหลโยธิน โดยใช้หลักการแยกกลุ่มสายรถที่ใช้เป็นต้นทาง/ปลายทาง ออกจากสายรถที่วิ่งผ่าน เพื่อลดการกระจุกตัวและเชื่อมต่อระหว่างรถเมล์กับรถไฟฟ้า BTS ให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ สอดคล้องกับแนวคิดการออกแบบเมืองที่ลดการใช้รถยนต์ส่วนบุคคล (Car Free Everyday)2 นอกจากนี้ยังมีการกวดขันและจัดระเบียบหาบเร่แผงลอยบนทางเท้า เพื่อคืนพื้นที่สัญจรให้แก่ประชาชนและปรับปรุงภูมิทัศน์ของเมืองให้มีความเป็นระเบียบเรียบร้อย37

โครงการรถไฟชานเมืองสายสีแดง (Missing Link)

โครงการโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ที่จะเข้ามาเปลี่ยนโฉมพื้นที่ในทศวรรษหน้า คือ โครงการรถไฟชานเมืองสายสีแดงส่วนต่อขยาย (Missing Link) ซึ่งเป็นส่วนสำคัญในการเชื่อมต่อโครงข่ายระบบรางของประเทศ โครงการนี้จะเชื่อมต่อสถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์กับสถานีหัวลำโพง (สายสีแดงเข้ม) และเชื่อมสถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์กับสถานีพญาไท มักกะสัน และหัวหมาก (สายสีแดงอ่อน) รวมระยะทาง 25.90 กิโลเมตร แบ่งเป็นทางยกระดับ 22.40 กิโลเมตร และทางใต้ดิน 3.50 กิโลเมตร40

เป้าหมายหลักของโครงการ Missing Link คือการรวมโครงสร้างรางรถไฟดีเซลเดิมและรางรถไฟฟ้าสายสีแดงเข้าด้วยกัน เพื่อขจัดปัญหาจุดตัดทางรถไฟกับถนน (Grade Crossing) กว่า 27 แห่งในกรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญของอุบัติเหตุและการจราจรติดขัดเรื้อรังบริเวณแยกยมราชและแยกพญาไท41 โครงการนี้ถูกแบ่งออกเป็นหลายสัญญา โดยสัญญาที่ 1 คลอบคลุมงานโยธาช่วงบางซื่อ-หัวลำโพง และบางซื่อ-มักกะสัน วงเงินกว่า 15,608 ล้านบาท42 อย่างไรก็ตาม โครงการได้เผชิญกับความล่าช้าจากการปรับปรุงการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) การปรับรูปแบบเพื่อใช้โครงสร้างร่วม (Shared Structure) กับโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน และการปรับย้ายตำแหน่งสถานีให้รองรับกับความต้องการของสถาบันการแพทย์ เช่น การเปลี่ยนชื่อสถานีจากราชวิถีเป็น “สถานีรามาธิบดี” เพื่อให้มีทางเชื่อม (Skywalk) เข้าสู่โรงพยาบาลโดยตรง44 ความล่าช้าเหล่านี้ทำให้กำหนดการก่อสร้างถูกเลื่อนออกไป โดยคาดว่าจะเริ่มดำเนินการได้ในปี พ.ศ. 2573 และเปิดให้บริการได้ราวปี พ.ศ. 257740 เมื่อโครงการเสร็จสิ้น ย่านพญาไทจะถูกยกระดับเป็น “Triple Interchange Hub” ที่สมบูรณ์แบบ เชื่อมต่อทั้ง BTS สายสีเขียว รถไฟฟ้าแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ (Airport Rail Link) และรถไฟชานเมืองสายสีแดง48

อารยสถาปัตย์และทางเดินลอยฟ้า: สกายวอล์กราชวิถี

ปัญหาสำคัญเชิงกายภาพของถนนราชวิถีคือทางเท้าที่คับแคบ ไม่สม่ำเสมอ และหนาแน่นด้วยผู้สัญจร ส่งผลให้ประชาชนโดยเฉพาะกลุ่มเปราะบาง (ผู้สูงอายุ ผู้พิการ ผู้ป่วย) สัญจรด้วยความยากลำบาก อีกทั้งการจราจรที่ติดขัดยังทำให้รถพยาบาลฉุกเฉินเคลื่อนตัวได้ล่าช้า ส่งผลกระทบต่ออัตราการรอดชีวิตของผู้ป่วยวิกฤต49 แม้จะมีการริเริ่มมาตรการเปิดช่องจราจรฉุกเฉิน (Emergency Lane) บนถนนราชวิถีเข้าสู่โรงพยาบาลราชวิถีในปี พ.ศ. 2559 แต่การแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างยังคงเป็นสิ่งจำเป็น52

เพื่อแก้ปัญหานี้ กรุงเทพมหานคร ร่วมกับศูนย์ออกแบบและพัฒนาเมือง (UDDC) ได้ดำเนินโครงการก่อสร้าง “สกายวอล์กราชวิถี” (Rajavithi Skywalk) ระยะทางรวม 1.3 กิโลเมตร53 โครงการนี้เป็นการลงทุนเชิงโครงสร้างที่บูรณาการแนวคิดอารยสถาปัตย์ (Universal Design) และวิศวกรรมจราจรเข้าด้วยกัน โดยมีคุณลักษณะเด่นดังนี้:

คุณลักษณะเด่นของการออกแบบสกายวอล์กราชวิถี รายละเอียดเชิงวิศวกรรมและประโยชน์ใช้สอย
การเชื่อมต่อสถานพยาบาลแบบไร้รอยต่อ เชื่อมต่อสถานี BTS อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ เข้ากับ 3 โรงพยาบาลหลัก (รพ.ราชวิถี, รพ.พระมงกุฎเกล้า, สถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติฯ) ไปจนถึงแยกตึกชัย อำนวยความสะดวกด้วยลิฟต์โดยสารเป็นระยะ ลดความเสี่ยงในการข้ามถนน1
โครงสร้างทางเดินอเนกประสงค์ขนาดใหญ่ ทางเดินถูกออกแบบให้มีความกว้างมากกว่า 4 เมตร พร้อมหลังคาคลุม (Covered Walkway) และปูพื้นกันลื่น ความกว้างระดับนี้สามารถรองรับการสัญจรของรถพยาบาลขนาดเล็ก (Mini Ambulance) ในกรณีเกิดเหตุฉุกเฉินวิกฤตบนท้องถนนด้านล่าง50
การอนุรักษ์พื้นที่สีเขียวในเมือง ร่วมมือกับกลุ่ม BIG Trees และมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ สำรวจต้นไม้ใหญ่ 290 ต้น โดยสามารถเก็บรักษาไว้ได้ 49 ต้น ตัดแต่งกิ่ง 105 ต้น และมีความจำเป็นต้องล้อมย้ายหรือตัดออก 43 ต้น เนื่องจากปัญหาลำต้นเป็นโพรงหรือรากลอยซึ่งเสี่ยงต่อการโค่นล้มทับประชาชน56

โครงการนี้ถูกแบ่งการก่อสร้างออกเป็น 6 ระยะ เพื่อลดผลกระทบต่อการจราจร โดยเฟสแรกบริเวณเกาะราชวิถีและเกาะพหลโยธิน มีกำหนดเปิดใช้งานในเดือนตุลาคม พ.ศ. 2569 ซึ่งจะทำให้โครงข่ายสกายวอล์กรอบอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิกลายเป็นวงกลมที่สมบูรณ์แบบเป็นครั้งแรกในรอบกว่า 20 ปี53 การประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) ของโครงการได้รับการพิจารณาอย่างรอบคอบภายใต้การกำกับดูแลของสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) เพื่อให้มั่นใจว่าการก่อสร้างจะไม่สร้างมลภาวะหรือกระทบต่อโบราณสถานในพื้นที่51

ยุทธศาสตร์ย่านนวัตกรรมการแพทย์โยธี (Yothi Medical Innovation District – YMID)

วิวัฒนาการที่โดดเด่นและทรงอิทธิพลที่สุดของย่านพญาไท-ราชวิถีในทศวรรษปัจจุบัน คือการยกระดับพื้นที่สู่การเป็น “ย่านนวัตกรรมการแพทย์โยธี” (YMID) ซึ่งสะท้อนความพยายามในการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างเศรษฐกิจจากฐานบริการสู่ฐานนวัตกรรมเชิงลึก ย่าน YMID ขับเคลื่อนโดยหน่วยงานหลัก 3 กระทรวง ได้แก่ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม กระทรวงสาธารณสุข และกระทรวงศึกษาธิการ ภายใต้การบริหารจัดการของสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ NIA62 โครงการนี้มีเป้าหมายเพื่อตอบสนองยุทธศาสตร์ระดับชาติในการผลักดันให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางทางการแพทย์ของเอเชีย (Medical Hub of Asia) โดยเปลี่ยนพื้นที่ครอบคลุมกว่า 1.7 ล้านตารางเมตร ให้กลายเป็นระบบนิเวศ (Ecosystem) แบบเปิดสำหรับการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยี63

การทลายข้อจำกัดการวิจัยด้วยกลไก Joint IRB

หนึ่งในความท้าทายที่ใหญ่ที่สุดของการพัฒนานวัตกรรมทางการแพทย์และเวชภัณฑ์ในประเทศไทยคือปรากฏการณ์ “หุบเขาแห่งความตาย” (Valley of Death) ในกระบวนการวิจัยทางคลินิก (Clinical Trial) การทดลองทางคลินิกเป็นขั้นตอนสำคัญที่สุดในการยืนยันประสิทธิภาพและความปลอดภัยของนวัตกรรมก่อนนำไปใช้งานจริง4 ในอดีต สถาบันการแพทย์แต่ละแห่งมีคณะกรรมการพิจารณาจริยธรรมการวิจัยในมนุษย์ (IRB) ที่แยกส่วนกัน มีระเบียบและมาตรฐานที่แตกต่างกัน ทำให้กระบวนการขออนุมัติทดลองข้ามสถาบันต้องใช้เวลานานนับปี ส่งผลให้นวัตกรรมล้าสมัยหรือผู้ประกอบการต้องแบกรับต้นทุนมหาศาล4

เพื่อทำลายสภาวะคอขวด (Bottleneck) นี้ YMID ได้ริเริ่มกลไกเชิงโครงสร้างด้วยการจัดตั้ง “คณะกรรมการร่วมพิจารณาจริยธรรมการวิจัยในมนุษย์สหสถาบัน” (Joint IRB YMID) โดยเกิดจากการลงนามบันทึกความร่วมมือระหว่าง 6 องค์กรหลัก ได้แก่ กรมการแพทย์, กรมแพทย์ทหารบก, มหาวิทยาลัยมหิดล, เครือโรงพยาบาลพญาไทและโรงพยาบาลเปาโล, ศูนย์ความเป็นเลิศด้านชีววิทยาศาสตร์ (องค์การมหาชน) (TCELS), และ NIA4 กลไก Joint IRB ทำหน้าที่เป็นแพลตฟอร์มกลางพิจารณาโครงการวิจัยเพียงครั้งเดียว แต่สามารถนำผลการรับรองไปใช้ทดลองทางคลินิกในเครือข่ายโรงพยาบาลพันธมิตรได้ทั้งหมด (Multicenter Clinical Trial) ทำให้บริษัทนวัตกรรมสามารถเข้าถึงกลุ่มตัวอย่างผู้ป่วยจำนวนมากได้อย่างรวดเร็ว ภายใต้การดูแลความปลอดภัยตามมาตรฐานสากล4

แผนภาพแสดงเครือข่ายความร่วมมือ Joint IRB YMID ที่มีศูนย์กลางเชื่อมโยงสถาบันการแพทย์ชั้นนำ ได้แก่ มหาวิทยาลัยมหิดล สถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี โรงพยาบาลราชวิถี โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า และเครือโรงพยาบาลพญาไท-เปาโล โดยมีหน่วยงานสนับสนุนอย่าง NIA และ TCELS เพื่อผลักดันผลผลิตด้านนวัตกรรมทางการแพทย์ 4 แขนง ได้แก่ การวินิจฉัยโรคด้วย AI, หุ่นยนต์ทางการแพทย์, เทคโนโลยีการพิมพ์ 3 มิติ และการทดลองทางคลินิกขั้นสูง

ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีเชิงลึก (DeepTech) ในระบบสาธารณสุข

ผลสัมฤทธิ์เชิงประจักษ์จากการผลักดัน YMID ปรากฏในรูปแบบของผลงานนวัตกรรมที่สามารถนำมาประยุกต์ใช้จริงในระบบสาธารณสุข และการจัดกิจกรรมส่งเสริมวิสาหกิจเริ่มต้น (Startup) อย่างต่อเนื่อง เช่น โครงการ YMID Hackathon 2026 ภายใต้แนวคิด The AI & Medical Device Convergence ที่เร่งการบ่มเพาะแนวคิดสู่นวัตกรรมเชิงพาณิชย์66 ตัวอย่างความก้าวหน้าทางนวัตกรรมที่โดดเด่นในย่านนี้ ได้แก่:

ปัญญาประดิษฐ์ (AI) เพื่อการวินิจฉัยโรค: สตาร์ทอัพเทคโนโลยีเชิงลึกของไทยอย่าง “เพอร์เซปทรา” (Perceptra) ได้พัฒนาระบบ AI ที่มีความแม่นยำสูงในการวิเคราะห์ฟิล์มเอกซเรย์ทรวงอก ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการช่วยแพทย์คัดกรองความผิดปกติของปอดตั้งแต่ช่วงวิกฤตการระบาดของโรคโควิด-19 รวมถึงแพลตฟอร์มการแพทย์ทางไกล (Telemedicine) อย่าง Dietz.Asia ที่ช่วยดูแลผู้ป่วยทางไกล64

วิทยาการหุ่นยนต์ทางการแพทย์ (Medical Robotics): สถาบันการแพทย์ในย่านได้ริเริ่มพัฒนาและนำร่องใช้หุ่นยนต์หลายรูปแบบ เช่น มูลนิธิรามาธิบดีฯ เปิดตัวหุ่นยนต์ช่วยผ่าตัดประสาทศัลยศาสตร์เพื่อเพิ่มความแม่นยำในการผ่าตัดกระดูกสันหลังและสมอง การประดิษฐ์ “หุ่นยนต์เวสตี้” (Wastie) สำหรับจัดการขยะติดเชื้อ และ “หุ่นยนต์ฟู้ดดี้” (Foodie) สำหรับขนส่งอาหารและยาในหอผู้ป่วย ลดความเสี่ยงของบุคลากร69

การพิมพ์ 3 มิติเชิงการแพทย์ (3D Printing): การประยุกต์ใช้เครื่องพิมพ์ 3 มิติเพื่อสร้างชิ้นงานหรืออวัยวะเทียมที่มีความละเอียดซับซ้อน ช่วยให้ศัลยแพทย์สามารถวางแผนก่อนการผ่าตัดได้อย่างมีประสิทธิภาพ ลดระยะเวลาในห้องผ่าตัดและลดการพึ่งพาอุปกรณ์นำเข้าที่มีราคาแพง69

ศูนย์ทดสอบผลิตภัณฑ์: การยกระดับมาตรฐานผลิตภัณฑ์ด้วยศูนย์ทดสอบเครื่องสำอาง MUPY-DTC ที่ทันสมัย ช่วยตรวจสอบความปลอดภัยและคุณภาพของสินค้าเพื่อสุขภาพก่อนเข้าสู่ตลาด69

เศรษฐศาสตร์เมือง: การผังเมืองใหม่และแนวโน้มตลาดอสังหาริมทรัพย์

ศักยภาพด้านคมนาคม การหลอมรวมของศูนย์การแพทย์ระดับชาติ และย่านการค้า ส่งผลให้ย่านพญาไท-ราชเทวีกลายเป็นทำเลไข่แดง (Super Core CBD) ที่ดึงดูดความสนใจจากนักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์อย่างมหาศาล การขับเคลื่อนร่างผังเมืองรวมกรุงเทพมหานครฉบับปรับปรุงครั้งที่ 4 (คาดว่าจะมีผลบังคับใช้ปลายปี พ.ศ. 2570) จะยิ่งเป็นตัวเร่งปฏิกิริยาให้เกิดการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างที่สำคัญ70

กลไกผังเมืองรวมกรุงเทพมหานคร 2570 และมาตรการจูงใจ

ร่างผังเมืองรวมกรุงเทพมหานครฉบับใหม่ได้รับการออกแบบเพื่อส่งเสริมการพัฒนาเมืองให้สอดรับกับโครงข่ายรถไฟฟ้าที่ขยายตัวอย่างเต็มรูปแบบ (Transit-Oriented Development: TOD) และตอบสนองต่อพลวัตทางเศรษฐกิจ โดยมีการปรับปรุงข้อกำหนดหลายประการที่มีผลโดยตรงต่อย่านพญาไท-ราชเทวี:

การปรับสีการใช้ประโยชน์ที่ดิน (Zoning Update): พื้นที่ตามแนวถนนพญาไทและพหลโยธินตอนต้น ถูกกำหนดให้เป็นที่ดินประเภทพาณิชยกรรม (สีแดง) และที่อยู่อาศัยหนาแน่นมาก (สีน้ำตาล) ซึ่งเอื้อต่อการพัฒนาอาคารคอนโดมิเนียมสูงและโครงการอาคารสำนักงานแบบผสมผสาน (Mixed-use) ขนาดใหญ่ได้อย่างเต็มศักยภาพ73

มาตรการ FAR Bonus (อัตราส่วนพื้นที่อาคารรวมต่อพื้นที่ดิน): เพื่อจูงใจให้ภาคเอกชนมีส่วนร่วมในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานสาธารณะ ผังเมืองใหม่ได้กำหนดกติกาการให้พื้นที่ก่อสร้างเพิ่มขึ้น (โบนัส) 5-20% สำหรับโครงการที่จัดให้มีพื้นที่สาธารณะ พื้นที่สีเขียว หรือเชื่อมต่อกับระบบขนส่งมวลชน75

การขยายศักยภาพตามแนวรถไฟฟ้า: มีการปลดล็อกข้อจำกัดความสูงของอาคารในรัศมี 800 เมตรจากสถานีรถไฟฟ้าสายหลัก และเตรียมความพร้อมสำหรับจุดตัดระบบรางระดับภูมิภาค (Interchange) ส่งผลให้ราคาที่ดินรอบสถานีพญาไทและราชเทวีมีมูลค่าเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ75

สถิติประชากร การเติบโต และผลตอบแทนในตลาดคอนโดมิเนียม

โครงสร้างประชากรในพื้นที่กรุงเทพมหานครปัจจุบันมีสัดส่วนประชากรวัยทำงาน (อายุ 25-54 ปี) สูงถึง 44.03%78 โดยเฉพาะในพื้นที่เขตราชเทวี (ซึ่งรวมถึงแขวงทุ่งพญาไทและแขวงถนนพญาไท) มีประชากรตามทะเบียนราษฎรกว่า 66,957 คน และมีประชากรแฝงที่เดินทางเข้ามาทำงานและศึกษาในพื้นที่อีกจำนวนมาก79

ราคาประเมินที่ดินของกรมธนารักษ์ในรอบบัญชี ปี 2566-2569 ยืนยันศักยภาพของพื้นที่ โดยถนนพญาไท ถนนพหลโยธิน และถนนรัชดาภิเษก มีราคาประเมินปรับตัวสูงขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 450,000 – 500,000 บาทต่อตารางวา ขณะที่พื้นที่เชื่อมต่ออย่างถนนพระราม 1 และถนนสีลมมีราคาประเมินสูงถึง 1,000,000 บาทต่อตารางวา82 ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนให้เห็นถึงการผนวกรวมของพญาไทเข้าสู่ศูนย์กลางธุรกิจหลักของกรุงเทพมหานคร

ในแง่ของการลงทุนอสังหาริมทรัพย์ ตลาดคอนโดมิเนียมในย่านราชเทวี-พญาไท มีปัจจัยพื้นฐานที่แข็งแกร่งซึ่งเกิดจาก “ความต้องการพักอาศัยที่แท้จริง” (Real Demand) ผู้เช่าในย่านนี้แบ่งออกเป็น 3 กลุ่มเป้าหมายหลักที่มีกำลังซื้อสูง ได้แก่ 1) นิสิตนักศึกษาจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยและสถาบันใกล้เคียง 2) บุคลากรทางการแพทย์กว่า 20,000 คนจากกลุ่มโรงพยาบาลใน YMID 3) พนักงานบริษัทเอกชนและองค์กรขนาดใหญ่กว่า 76,000 คน จากแหล่งงานใหม่ๆ เช่น โครงการอาคารสำนักงานให้เช่า AIRA One, โครงการมิกซ์ยูส The Unicorn และ JRK Tower48

ดัชนีชี้วัดการลงทุนอสังหาริมทรัพย์ อัตราเฉลี่ยในย่านพญาไท-ราชเทวี นัยสำคัญเชิงเศรษฐศาสตร์และการลงทุน
Gross Rental Yield (ผลตอบแทนจากการปล่อยเช่าเบื้องต้น) 4.1% – 5.2% ต่อปี อัตราผลตอบแทนอยู่ในเกณฑ์ที่ดีและมีความเสถียร สามารถต้านทานสภาวะเศรษฐกิจผันผวนได้ดีเนื่องจากพึ่งพาผู้เช่าหลากหลายกลุ่มอาชีพ (แพทย์, นักธุรกิจ, นักศึกษา) ค่าเช่าห้องต่อเดือนอยู่ในช่วง 15,000 – 55,000 บาท48
Capital Gain (กำไรส่วนต่างจากมูลค่าทรัพย์สินที่เพิ่มขึ้น) 4.8% – 6.0% ต่อปี มูลค่าทรัพย์สินปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่อง สะท้อนถึงการเติบโตของราคาที่ดิน (Freehold) ที่หาได้ยากขึ้นในเขตเมืองชั้นใน โครงการเก่าที่นำมาขายต่อ (Resale) ยังคงรักษามูลค่าได้ดี85
อุปทานอาคารสำนักงานและพาณิชยกรรม > 228,000 ตารางเมตร พื้นที่อาคารสำนักงานระดับ Grade A และ B+ ทำหน้าที่เป็นแม่เหล็ก (Magnet) ดึงดูดประชากรวัยทำงานเข้าสู่พื้นที่อย่างหนาแน่น สร้างความต้องการที่พักอาศัยระยะยาวโดยตรง48

อินโฟกราฟิกแสดงข้อมูลพื้นฐานด้านการลงทุนอสังหาริมทรัพย์ย่านพญาไทและราชเทวี ประกอบด้วยอัตราผลตอบแทนจากการปล่อยเช่าเบื้องต้น (Gross Rental Yield) 4.1% - 5.2% อัตราการเติบโตของราคา (Capital Gain) 4.8% ต่อปี และมีฐานความต้องการเช่าจากคนทำงานกว่า 96,000 คน ซึ่งแบ่งสัดส่วนเป็นกลุ่มพนักงานบริษัท 79% และบุคลากรทางการแพทย์ 21%

พลวัตเชิงพาณิชย์และเศรษฐกิจชุมชน

มิติทางเศรษฐกิจของพื้นที่นี้มีการผสมผสานระหว่างธุรกิจระดับองค์กรข้ามชาติ (Macro) และเศรษฐกิจรากหญ้า (Micro) อย่างลงตัว ทว่าต่างฝ่ายต่างต้องเผชิญกับความท้าทายและการปรับตัวต่อพฤติกรรมผู้บริโภคและปัจจัยภายนอก

จุดหมายปลายทางระดับโลก: อาณาจักรคิง เพาเวอร์ รางน้ำ

ซอยรางน้ำเป็นที่ตั้งของสำนักงานใหญ่และห้างสรรพสินค้า “คิง เพาเวอร์ คอมเพล็กซ์” (King Power Complex) ซึ่งก่อตั้งมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2538 ธุรกิจปลอดภาษีแห่งนี้ได้ทำการปรับปรุงพื้นที่กว่า 18,000 ตารางเมตรครั้งใหญ่เพื่อยกระดับให้เป็นศูนย์รวมไลฟ์สไตล์ระดับเวิลด์คลาส โดยมีทั้งสินค้าแบรนด์เนม โรงละครอักษรา โรงแรมพูลแมน และศูนย์รวมสตรีทฟู้ดที่มีชื่อเสียงของไทย88 ธุรกิจนี้ทำหน้าที่เป็นหัวหอกสำคัญในการดึงดูดเม็ดเงินมหาศาลจากนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้าสู่พื้นที่พญาไท

อย่างไรก็ตาม อุตสาหกรรมร้านค้าปลอดอากรต้องเผชิญกับความผันผวนอย่างหนักในช่วงที่ผ่านมา ปัจจัยเสี่ยงเกิดจากการเปลี่ยนแปลงนโยบายระดับประเทศ เช่น การหยุดดำเนินการร้านค้าปลอดอากรขาเข้า นโยบายการลดภาษีสินค้าประเภทไวน์ที่ทำให้ความน่าสนใจในการซื้อจากร้านค้าปลอดอากรลดลง การที่บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ AOT ขอคืนพื้นที่ประกอบกิจการ ไปจนถึงสถานการณ์เศรษฐกิจโลกชะลอตัวและการลดลงของกลุ่มนักท่องเที่ยวชาวจีนอันเนื่องมาจากความกังวลด้านความปลอดภัย92 ปัจจัยรุมเร้าเหล่านี้ส่งผลให้รายได้ของกลุ่มคิง เพาเวอร์ หดตัวลงอย่างมีนัยสำคัญ (เช่น ในปี พ.ศ. 2563 ที่รายได้ลดลงกว่า 78.94%) จนนำไปสู่การพิจารณายกเลิกสัญญาและทยอยปิดสาขาดิวตี้ฟรีดาวน์ทาวน์ระดับภูมิภาคบางแห่ง รวมถึงเปิดโครงการให้พนักงานลาออกด้วยความสมัครใจ94 การชะลอตัวของฟันเฟืองเศรษฐกิจขนาดใหญ่นี้สร้างแรงกระเพื่อม (Ripple Effect) ต่อเนื่องไปถึงวิถีชีวิตและรายได้ของผู้ประกอบการร้านค้ารายย่อย คาเฟ่ และธุรกิจรถรับจ้างในซอยรางน้ำและพื้นที่โดยรอบอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

มรดกทางวัฒนธรรมอาหาร: ตำนานก๋วยเตี๋ยวเรืออนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ

ในมิติของเศรษฐกิจฐานรากและวัฒนธรรมสตรีทฟู้ด (Street Food) “ก๋วยเตี๋ยวเรืออนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ” ถือเป็นเอกลักษณ์ระดับตำนานที่ผูกพันกับวิถีชีวิตคนเมืองมานานกว่า 4 ทศวรรษ96 ในยุคเริ่มต้นราวปี พ.ศ. 2521 ก๋วยเตี๋ยวเรือในย่านนี้มีการจำหน่ายบนเรือพายของแม่ค้าที่จอดเรียงรายริมคลองสามเสน ลูกค้าต้องนั่งรับประทานอยู่บนตลิ่งหรือใต้ร่มไม้99 ต่อมาในช่วงปี พ.ศ. 2536 เมื่อมีความจำเป็นต้องใช้พื้นที่ก่อสร้างทางพิเศษศรีรัช (ทางด่วนขั้นที่ 2) ร้านก๋วยเตี๋ยวเรือริมคลองจึงต้องปรับตัวย้ายขึ้นมาตั้งบนฝั่งและกระจายตัวอยู่ตามใต้ทางด่วนและริมทางเท้า101

ร้านระดับตำนานอย่าง “ก๋วยเตี๋ยวเรือป๋ายักษ์”, “ต้อยก๋วยเตี๋ยวเรือ”, และ “ร้านอนงค์” ยังคงเปิดให้บริการจนถึงปัจจุบัน สะท้อนถึงความสามารถในการรักษาเอกลักษณ์ทางรสชาติและกลยุทธ์การตั้งราคาที่เข้าถึงได้ง่าย (ในอดีตเคยมีราคาชามละ 3 บาท) ซึ่งกลายเป็นวัฒนธรรมการบริโภคแบบ “กินแข่งซ้อนชามสูง”96 ในขณะเดียวกัน ผู้ประกอบการรุ่นใหม่อย่าง “ก๋วยเตี๋ยวเรือพระนคร” ได้นำโมเดลธุรกิจสตรีทฟู้ดดั้งเดิมนี้มาปรับโครงสร้าง ยกระดับมาตรฐานความสะอาด และขยายเข้าสู่ระบบศูนย์การค้า (Franchise) ประสบความสำเร็จจนมีสาขากว่า 13 แห่งและสร้างรายได้หลายสิบล้านบาทต่อปี103 วิวัฒนาการนี้เป็นประจักษ์พยานของการนำต้นทุนทางวัฒนธรรมระดับชุมชนมาต่อยอดเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจในสังคมเมืองสมัยใหม่

โครงสร้างพื้นฐานทางนิเวศวิทยา: การบริหารจัดการน้ำและพื้นที่สีเขียวเมือง

ความหนาแน่นของการก่อสร้างทางกายภาพและการกระจุกตัวของประชากรในย่านพญาไท-ราชเทวี ย่อมสร้างแรงกดดันต่อระบบนิเวศเมือง โดยเฉพาะปัญหาอุทกภัยและคุณภาพสิ่งแวดล้อม กรุงเทพมหานครและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ริเริ่มโครงการเชิงโครงสร้างเพื่อสร้างภูมิคุ้มกัน (Resilience) ให้กับเมือง

การพัฒนาระบบอุโมงค์ระบายน้ำและการฟื้นฟูคลองสามเสน

คลองสามเสนเป็นเส้นเลือดใหญ่ทางประวัติศาสตร์ที่ทำหน้าที่ระบายน้ำจากพื้นที่เมืองชั้นในลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยา อย่างไรก็ตาม ในช่วงฤดูฝนที่เกิดพายุฝนตกหนัก พื้นที่ลุ่มต่ำและเป็นแอ่งกระทะบริเวณถนนศรีอยุธยา ถนนพระราม 6 และซอยรอบอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ (เช่น ซอยสามเสน 18) มักประสบปัญหาน้ำท่วมขัง (น้ำรอระบาย) อย่างรุนแรง ซึ่งไม่เพียงสร้างความเสียหายทางทรัพย์สิน แต่ยังขัดขวางเส้นทางการจราจรของรถพยาบาลและผู้มาติดต่อสถานพยาบาล104

เพื่อแก้ปัญหาระดับโครงสร้าง กทม. ได้ผลักดัน “โครงการก่อสร้างอุโมงค์ระบายน้ำบึงมักกะสัน” ซึ่งครอบคลุมพื้นที่ 26 ตารางกิโลเมตรในเขตวัฒนา ปทุมวัน ราชเทวี พญาไท และดินแดง106 รวมถึงเร่งรัดโครงการยกระดับประสิทธิภาพคลองสามเสนอย่างบูรณาการ เช่น โครงการปรับปรุงสถานีสูบน้ำคลองสามเสน (วงเงิน 390 ล้านบาท) โครงการก่อสร้างเขื่อนคอนกรีตเสริมเหล็ก (วงเงิน 256 ล้านบาท) และการก่อสร้างท่อลอดระบายน้ำใต้ดินด้วยเทคโนโลยีดันท่อเหล็กเหนียว (Pipe Jacking) ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 1.20 – 1.80 เมตร ដើម្បីช่วยดึงมวลน้ำสะสมบนพื้นถนนให้ไหลลงสู่คลองสามเสนและคลองแสนแสบได้รวดเร็วยิ่งขึ้น104

นอกจากมิติการบรรเทาอุทกภัยเชิงวิศวกรรมแล้ว ยังมีวิสัยทัศน์ในเชิงภูมิสถาปัตยกรรมผ่าน “โครงการปรับปรุงภูมิทัศน์และพัฒนาพื้นที่สาธารณะริมคลองสามเสน” ระยะทาง 4.3 กิโลเมตร นำร่องตั้งแต่ปากแม่น้ำเจ้าพระยาจนถึงอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ โครงการนี้มีเป้าหมายเพื่อสร้างทางเดินเท้าเลียบคลอง พื้นที่สีเขียว และสร้างสะพานเชื่อมต่อระหว่างสวนพญาไทภิรมย์และพระราชวังพญาไท อันเป็นการยกระดับระบบนิเวศ ฟื้นฟูคุณภาพน้ำ และส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมอย่างยั่งยืน110

นโยบายสวน 15 นาทีและสมดุลทางนิเวศวิทยากับการก่อสร้าง

เพื่อตอบโจทย์คุณภาพชีวิต (Well-being) ท่ามกลางป่าคอนกรีต กทม. ได้ผลักดันนโยบาย “สวน 15 นาที” (Pocket Parks) โดยมุ่งกระจายพื้นที่สาธารณะขนาดเล็กแทรกตัวเข้าไปในชุมชน เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงพื้นที่สีเขียวได้ภายในระยะเวลาเดินเท้า 15 นาที114 สวนสันติภาพ ซึ่งตั้งอยู่ระหว่างถนนรางน้ำและถนนราชวิถี เป็นตัวอย่างความสำเร็จของสวนสาธารณะระดับย่านที่ทำหน้าที่เป็น “ปอดของเมือง” ช่วยดูดซับฝุ่นละอองและให้บริการนันทนาการแก่ประชากรที่พักอาศัยในคอนโดมิเนียมและชุมชนโดยรอบ115

ความพยายามในการรักษาสมดุลระหว่างการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานกับนิเวศวิทยา ปรากฏชัดเจนในการก่อสร้างสกายวอล์กราชวิถี ดังที่กล่าวไว้ข้างต้นว่ามีการจ้างนักรุกขกร (Arborist) จากสมาคมรุกขกรรมไทยและกลุ่ม BIG Trees เข้ามาสำรวจสุขภาพต้นไม้ทุกต้นบนทางเท้า เพื่อหลีกเลี่ยงการตัดไม้ใหญ่โดยไม่จำเป็น ลดความผิดพลาดในการจัดการมรดกทางธรรมชาติของเมือง และยืนยันว่าการพัฒนาความเจริญไม่ต้องแลกมาด้วยการทำลายพื้นที่สีเขียว56

บทสรุปและข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย

ย่านพญาไท-อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิได้ก้าวข้ามสถานะการเป็นเพียงชุมทางจราจรทางบกไปสู่การเป็น “ศูนย์กลางนวัตกรรมและการเชื่อมต่อที่สมบูรณ์แบบ” (Innovative & Connected Hub) ของกรุงเทพมหานคร การทำงานร่วมกันระหว่างสถาบันการแพทย์ภายใต้ย่านนวัตกรรมการแพทย์โยธี (YMID) และกลไก Joint IRB ได้สร้างโครงสร้างพื้นฐานระดับจิตปัญญา (Intellectual Infrastructure) ที่แข็งแกร่ง รองรับยุทธศาสตร์ Medical Hub ของประเทศ

ในขณะเดียวกัน โครงสร้างพื้นฐานทางกายภาพ ไม่ว่าจะเป็นสกายวอล์กราชวิถี โครงการรถไฟสายสีแดง Missing Link และระบบอุโมงค์ระบายน้ำ กำลังถูกยกระดับเพื่อรองรับการขยายตัวของประชากรและโครงการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ภายใต้ข้อกำหนดผังเมืองใหม่ แนวโน้มความสำเร็จในการบูรณาการพื้นที่นี้ ไม่ได้เกิดจากการประเมินผลตอบแทนทางเศรษฐกิจและค่าเช่าอสังหาริมทรัพย์เพียงมิติเดียว แต่เกิดจากกระบวนทัศน์ที่ให้ความสำคัญกับการรักษาสมดุลระหว่างการอนุรักษ์มรดกทางประวัติศาสตร์ เช่น การรักษาสถาปัตยกรรมพระราชวังพญาไท การดูแลความอยู่รอดของเศรษฐกิจระดับชุมชนฐานราก และการอนุรักษ์พื้นที่สีเขียวในเมือง

ทำเลพญาไท-อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิจึงมีศักยภาพสูงสุดในการดึงดูดเม็ดเงินลงทุนระยะยาว พร้อมทั้งทำหน้าที่เป็นกรณีศึกษา (Case Study) และต้นแบบของเมืองที่มีความยืดหยุ่น (Urban Resilience) สามารถพัฒนาและปรับตัวได้อย่างชาญฉลาด ตอบสนองความต้องการของพลเมืองในศตวรรษที่ 21 ได้อย่างยั่งยืน

ผลงานที่อ้างอิง

1. อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ – วิกิพีเดีย

2. 77 ปี ภาพจำประวัติศาสตร์กลางกรุง | Thai PBS News ข่าวไทยพีบีเอส

3. อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ สัญลักษณ์กลางเมืองที่มากกว่าแค่สถานที่ผ่านทาง | The

4. ดันทุกนวัตกรรมการแพทย์ ให้ใช้จริงได้เร็วขึ้น ใน ย่านนวัตกรรมการแพทย์โยธี

5. เปิดยุทธศาสตร์ Medical Hub ดันไทยสู่ศูนย์กลางการแพทย์สมัยใหม่

6. CBD คืออะไร? ทำไมถึงสำคัญกับเมืองและอสังหาฯ – Terra BKK

7. ทำไมพื้นที่ทุ่งพญาไท ถึงไม่อยู่ในเขตพญาไท – Pantip

8. Untitled – ราชกิจจานุเบกษา

9. ประวัติความเป็นมา – สำนักงานเขตราชเทวี – หน่วยงานกรุงเทพมหานคร

10. การแบ่งพื้นที่เขตปกครอง (50 เขต) – หน่วยงานกรุงเทพมหานคร

11. อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ – กรุงเทพมหานคร

12. อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ – สำนักงานเขตราชเทวี – หน่วยงานกรุงเทพมหานคร

13. อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ: ใจกลางกรุงเทพฯ ที่เต็มไปด้วยกลิ่นอายของประวัติศาสตร์

14. พระราชวังพญาไท – วิกิพีเดีย

15. พระราชวังพญาไท ที่เที่ยวกรุงเทพ ชมวังเก่ากลางกรุง สถาปัตยกรรมสุดคลาสสิก

16. ตามรอยประวัติศาสตร์ 5 วัง 5 แผ่นดิน – room – Baanlaesuan

17. พิพิธภัณฑ์ยามค่ำคืน เปิดตำนาน 101 ปี วังพญาไท | ประชาชาติธุรกิจ

18. ดุสิตธานี – วิกิพีเดีย

19. พาชม ‘ดุสิตธานี’ ตอนที่ 1: บันทึกเที่ยวชมเมื่อ พ.ศ.๒๕๑๓ – common

20. ดุสิตธานี เมืองทดลองประชาธิปไตย – พิพิธภัณฑ์รัฐสภา

21. ดุสิตธานี – ฐานข้อมูลการเมืองการปกครอง สถาบันพระปกเกล้า

22. เรื่องเล่าชาวเมืองสยาม: >เรื่องเล่าดุสิตธานี

23. 21 กรกฎาคม 2461 พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณา

24. ดุสิตธานี เมืองจำลองประชาธิปไตย – สำนักสถาปัตยกรรม

25. โบตั๋นเช็คอิน ‘ร้านกาแฟนรสิงห์’ คาเฟ่แห่งแรกของไทยในสมัย ร.6 – YouTube

26. ร้านกาแฟนรสิงห์ ณ วังพญาไท พระราชวังเก่าแก่ ในย่านถนนราชวิถี ที่แฝงไป

27. ประวัติพระราชวัง – พระราชวังพญาไท :: Phyathai Palace ::

28. ประวัติความเป็นมา – โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า

29. ประวัติมูลนิธิ – พระราชวังพญาไท :: Phyathai Palace ::

30. มูลนิธิอนุรักษ์พระราชวังพญาไท – วิกิพีเดีย

31. ดีเดย์ 25 ต.ค. ย้ายรถตู้อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ คนไทยพร้อมแล้วหรือยัง

32. ใครนั่งรถมาค่าย/สอบ กทม. ต้องรู้! รถตู้ต่างจังหวัด เลิกจอดที่อนุสาวรีย์ฯ 25

33. เสียงสะท้อน…ย้ายรถตู้พ้นอนุสาวรีย์ชัยฯ “มีระเบียบแต่ไม่สะดวก” – posttoday

34. สมาคมธุรกิจรถตู้ตจว. วอน “บิ๊กตู่” ทบทวนจัดระเบียบคิวรถตู้อนุสาวรีย์ชัย ทำ

35. เผยความในใจทุกฝ่าย หลังการย้ายวินรถตู้ บขส. ที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ

36. พลิกโฉมอนุสาวรีย์ชัยฯ กทม. ไฟเขียวปรับภูมิทัศน์ครั้งใหญ่ใน 20 ปี – posttoday

37. กทม.จัดระเบียบหาบเร่ แผงลอย | ข่าวค่ำ | 20 ก.ย. 67

38. เข้มจัดระเบียบหาบเร่แผงลอยรอบอนุสาวรีย์ชัยฯ | คมชัดลึก

39. กทม. เดินหน้าจัดระเบียบหาบเร่-แผงลอย คืนทางเท้า ข่าวเช้า วันที่ 20

40. รฟท.เลื่อนไทม์ไลน์สีแดง Missing Link เริ่มสร้างปี 73 เหตุต้องจ้างทบทวน

41. รู้จักรถไฟสาย ‘Missing Link’ ปิดตำนานอุบัติเหตุ ‘จุดตัด’ – กรุงเทพธุรกิจ

42. หายไปไหน 10 ปี? ย้อนรอย Missing Link แก้ปัญหาจุดตัดรางรถไฟ – แนวหน้า

43. 1 ทศวรรษที่สูญหายของ ‘Missing Link’ โครงการรถไฟฟ้าเชื่อมต่อเมือง แก้ป

44. รฟท.เปิด 4 ออปชั่นทางไปต่อ ‘ไฮสปีด 3 สนามบิน’ บนความเสี่ยงเลิก-ไม่เลิก

45. รฟท.ลุยทบทวนEIAสายสีแดง Missing Link เปลี่ยนชื่อเป็น ‘สถานีรามาธิบดี’

46. 14 กุมภาพันธ์ 2569 รฟท.ลุยทบทวนEIAสายสีแดง Missing Link เปลี่ยนชื่อ

47. บอร์ด รฟท.เคาะเพิ่มงบสายสีแดง Missing Link “บางซื่อ-หัวหมาก” อีก 416

48. ถอดรหัสการลงทุนคอนโดราชเทวี 2568: ผลตอบแทน มูลค่า และอนาคตที่น่า

49. กลุ่มคนรักษ์อนุสาวรีย์ชัยฯร้องกทม. จัดระเบียบแผงลอย-คุมปริมาณรถตู้

50. Skywalk ราชวิถี สะดวก-ปลอดภัย-มีร่มเงา – Bangkok Open Contracting

51. “หากราชวิถีจะมีสกายวอล์ค” ผลสำรวจความคิดเห็นต่อการเดินเท้าบริเวณถนน

52. ดีเดย์ เปิดเส้นทางจราจร “กู้ชีพฉุกเฉิน” สายแรกของประเทศ – Thai PBS

53. Skywalk ราชวิถี เชื่อม 3 โรงพยาบาล! – Thelist.group

54. ปรับโฉมใหญ่รอบ 20 ปี กทม.เตรียมเปิดสกายวอล์กราชวิถี เฟสแรก ต.ค.นี้

55. กทม. เตรียมเปิด “สกายวอล์กราชวิถี” เฟสแรก ต.ค. นี้ เดินเชื่อมรอบอนุสาวรีย์

56. ‘Sky Walk ราชวิถี’พลิกโฉมย่านนวัตกรรมการแพทย์

57. กทม.แจงตัดไม้ใหญ่ “ป้อมมหากาฬ” สภาวะรากลอย ลำต้นเป็นโพรง เสี่ยงโค่นล้ม

58. “สกายวอล์กราชวิถี” เปลี่ยนกรุงเทพเป็นเมืองเดินได้ เดินดี พร้อมอนุรักษ์ต้นไม้

59. ปรับโฉมใหญ่รอบ 20 ปี กทม. เปิด ‘สกายวอล์กราชวิถี’ เฟสแรก ต.ค. นี้ เชื่อม

60. ระบบการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม EIA – YouTube

61. Smart EIA Plus : รายละเอียดรายงาน – ONEP

62. ย่านนวัตกรรมการแพทย์โยธี – กระทรวงศึกษาธิการ

63. ย่านนวัตกรรมการแพทย์โยธี – NIA

64. INNO Time I YMID ย่านนวัตกรรมการแพทย์โยธี คืออะไร [MAY 2024]

65. ภารกิจหลัก! “YMID” พร้อมสร้างไทยให้เป็น Medical Hub of Asia

66. NIA และพันธมิตรย่านนวัตกรรมการแพทย์โยธี ชวนร่วมสร้างสรรค์นวัตกรรมการ

67. INNO Time I YMID นวัตกรรมย่านการแพทย์โยธี [MAY 2024] – YouTube

68. เปิดย่านนวัตกรรมการแพทย์ : HealthTech Insight | Techhub | LINE TODAY

69. ย่านนวัตกรรมการแพทย์โยธี – Data-driven Innovation

70. กทม. ส่งร่าง “ผังเมืองรวมฉบับใหม่” ให้กรมโยธาฯ คาดประกาศใช้จริงปี 2570

71. ผังเมือง กทม.ใหม่ พลิกโฉมกรุงเทพฯ ขยาย CBD | THANTALK | 02 มิ.ย. 69

72. แผนที่ผังเมืองรวมกรุงเทพมหานคร – วิกิพีเดีย

73. รู้จักสีผังเมืองกรุงเทพฯ ก่อนซื้อบ้าน อัปเดต 2569 โซนไหนรุ่ง – Pruksa

74. ผังเมืองกรุงเทพ ฉบับใหม่ ปี 2569 อัปเดตสีผังเมือง การใช้ประโยชน์ที่ดิน

75. เช็คด่วน! ผังเมือง กทม. ฉบับใหม่ 2570 ปรับเมืองตามแนวรถไฟฟ้า เขย่า

76. วิธีตรวจสอบสีผังเมืองง่าย ๆ เช็ค FAR OSR กันเถอะ – Feasyblog

77. The Super Interchange of Bangkok City Center ในอนาคตย่านไหนจะ

78. ข้อมูลทั่วไปด้านประชากร – BOI : The Board of Investment of Thailand

79. สถิติจำนวนประชากร – สำนักงานเขตราชเทวี – หน่วยงานกรุงเทพมหานคร

80. ราชเทวี-พญาไท ทำเลมาแรง เอาใจวิถีคนเมือง – Property 101 Thailand

81. พื้นที่การปกครองและจำนวนประชากร – สำนักงานเขตราชเทวี

82. ราคาประเมินที่ดิน ปี 2567 (รอบบัญชี 2566-2569) รวมครบ 77 จังหวัด

83. แนวโน้ม ราคาที่ดิน กรุงเทพ ปี 2567 ขึ้นเท่าไร – บ้านและสวน – Baanlaesuan

84. ราคาประเมินที่ดิน 2569 วิธีเช็กง่าย ๆ ทางออนไลน์ ทำด้วยตัวเอง

85. คอนโดราชเทวี ให้ผลตอบแทนดี Yield และ Capital Gain สูง | ORIGIN

86. เปิดเหตุผลที่ควรลงทุน คอนโดราชเทวี – Thelist.group

87. ราชเทวี ทำเลที่ส่งต่อความมั่งคั่งจากรุ่นสู่รุ่น – TerraBKK

88. คิง เพาเวอร์ – วิกิพีเดีย

89. คิง เพาเวอร์ รางน้ำ กับการเปลี่ยนแปลงภาพลักษณ์ครั้งใหญ่ที่ไม่ได้เป็นแค่

90. ทุ่มไม่อั้น! ปรับโฉม อาณาจักรคิง เพาเวอร์ รางน้ำใหม่ ยกระดับศูนย์รวมสินค้า

91. แอบส่อง King Power รางน้ำ ในร่างใหม่ มีอะไรน่าสนใจบ้าง – Soimilk

92. เปิดเหตุฉุดงบ “ดิวตี้ฟรี” ที่มา King Power บอกเลิก AOT | WEALTHY THAI

93. ‘คิง เพาเวอร์’ ขอยกเลิกดิวตี้ฟรีภูมิภาค อ้าง ‘7 สถานการณ์รุมเร้า’ มือตก-ขาดทุน

94. เบื้องลึก “คิง เพาเวอร์” ปิด 3 ดิวตี้ฟรีดาวน์ทาวน์ กระทบหนัก AOT หนาว

95. “คิง เพาเวอร์” ตัดใจ! ปิดดิวตี้ฟรี 3 แห่ง ก.ย.นี้ พร้อมเปิดให้พนักงานสมัครใจลา

96. รสเข้มลืมปรุง! ตำนานเตี๋ยวเรือแห่งอนุสาวรีย์ “ก๋วยเตี๋ยวเรือป๋ายักษ์” – Wongnai

97. สาว..ตำนานก๋วยเตี๋ยวเรือ(อนุ)เสาว์รีย์(ชัย) – Blockdit

98. ก๋วยเตี๋ยวเรือ ริมคลองอนุสาวรีย์ชัย ตำนานที่ยังอยู่ เกาะดินแดง … – YouTube

99. เปิดภาพหาดูยาก ร้านก๋วยเตี๋ยวเรือในอดีต ต้องขายบนเรือ นั่งกินริมน้ำจริงๆ

100. ก๋วยเตี๋ยวเรือน้ำฝน ใต้ทางด่วน – เชลล์ชวนชิม

101. ระลึกความหลังกับ “ก๋วยเตี๋ยวเรืออนุสาวรีย์ชัยฯ” ก๋วยเตี๋ยวเรือน้ำฝน ใต้ทางด่วน

102. 14 ร้านอร่อยเด็ดย่านอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ มีทั้งของคาวและขนมหวานพลาดไม่ได้

103. ก๋วยเตี๋ยวเรือพระนคร จากเด็กโรงเรียนกวดวิชา สู่ก๋วยเตี๋ยวเรืออนุสาวรีย์ชัย ที่

104. เร่งปรับปรุงบ่อสูบ-สร้างท่อลอดระบายน้ำ แก้น้ำท่วม 4 จุดหลักย่านราชเทวี

105. กทม. แจงน้ำท่วมซอยสามเสน 18 เหตุฝนตกหนัก-น้ำรอระบาย ประสาน รฟม

106. น้ำท่วม กรุงเทพ 2560 – Thelist.group

107. แผนปฏิบัติราชการประจำปีพ.ศ. 2567 (สำนักการระบายน้ำ) – oic

108. กทม. – กฟน. ตรวจสอบระบบจ่ายไฟฟ้าของระบบสูบน้ำ พร้อมป้องกัน-แก้ไข

109. สภา กทม. เห็นชอบขยายเวลา 2 โครงการใหญ่ “ปรับปรุงสถานีสูบน้ำ-สร้าง

110. ฟื้นคลองสามเสนนำร่องระยะแรก4.3กม. ปรับภูมิทัศน์เชื่อมสกายวอล์กราชวิถี

111. กทม.เดินหน้าปลุกชีวิตคลองสามเสน เชื่อมสกายวอล์กราชวิถี – posttoday

112. โครงการฟื้นฟูคลองสามเสน 4.3 กม. เชื่อมสกายวอล์กราชวิถี สู่พื้นที่สาธารณะ

113. ทส. ร่วมติดตามความก้าวหน้าโครงการพัฒนาคลองสามเสน ขับเคลื่อนการ

114. สวนสาธารณะและพื้นที่สีเขียวใน กทม. เพิ่มขึ้นและเข้าถึงได้มากน้อยแค่ไหน

115. สวนสันติภาพ – Greener Bangkok – กรุงเทพมหานคร

116. สวนสันติภาพ — ปอดสีเขียวใจกลางกรุง ติดอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ | The Victory

117. สำรวจต้นไม้ใหญ่บนถนนวิทยุ การตัดต้นไม้แบบผิดๆ อาจนำมาสู่การทำลาย

118. ต้นไม้เมืองกรุงถูกตัดเหี้ยน บิ๊กทรี ฉะ กทม.ขาดองค์ความรู้ ทำงานไม่ประสานกัน

📍 ร้านใกล้ฉัน.com