โครงสร้างเศรษฐกิจนราธิวาส: โอกาสการค้าชายแดนและพลวัตผังเมือง

สารบัญเนื้อหา

รายงานการวิจัยเชิงพื้นที่: การวิเคราะห์โครงสร้างเศรษฐกิจ ผังเมือง ประชากรศาสตร์ และความท้าทายเชิงพื้นที่ของจังหวัดนราธิวาส

การวิเคราะห์เชิงพื้นที่ (Spatial Analysis) ของจังหวัดนราธิวาสแสดงให้เห็นถึงความซับซ้อนและพลวัตของพื้นที่ชายแดนใต้ ซึ่งมีศักยภาพทางภูมิรัฐศาสตร์และเศรษฐกิจข้ามพรมแดนในระดับสูง แต่ในขณะเดียวกันก็เผชิญกับแรงเสียดทานเชิงโครงสร้างอย่างรุนแรง ทั้งจากปัญหาความมั่นคง ความเปราะบางทางประชากรศาสตร์ และข้อจำกัดด้านผังเมืองและภัยพิบัติทางธรรมชาติ รายงานวิจัยเชิงพื้นที่ฉบับนี้ทำการเจาะลึกมิติเชิงพื้นที่ใน 4 ด้านหลัก ได้แก่ ด้านเศรษฐกิจและการลงทุน ด้านผังเมืองและโครงสร้างพื้นฐาน ด้านพลวัตทางสังคม และด้านการบริหารจัดการความท้าทายเชิงพื้นที่ เพื่อนำเสนอภาพรวมเชิงลึกและข้อเสนอแนะเชิงกลยุทธ์สำหรับผู้กำหนดนโยบาย องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และนักลงทุนภาคเอกชน

1. ด้านเศรษฐกิจและการลงทุน (Economy & Investment)

1.1 โครงสร้างเศรษฐกิจและผลิตภัณฑ์มวลรวมจังหวัด (GPP)

จังหวัดนราธิวาสมีขนาดเศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วยภาคการเกษตรและการใช้จ่ายของภาครัฐเป็นหลัก จากข้อมูลทางสถิติในปี 2566 ผลิตภัณฑ์มวลรวมจังหวัด (GPP) มีมูลค่ารวม 47,353 ล้านบาท1 อย่างไรก็ตาม เมื่อวิเคราะห์ลึกลงไปถึงรายได้เฉลี่ยต่อหัวประชากร (GPP Per Capita) พบว่าอยู่ที่เพียง 60,876 บาทต่อคนต่อปี ซึ่งอยู่ในระดับที่ต่ำที่สุดของประเทศไทย หรือเป็นอันดับที่ 77 ของประเทศ1 ตัวเลขดังกล่าวสวนทางอย่างสิ้นเชิงกับค่าเฉลี่ยรายได้ต่อหัวของประชากรทั้งประเทศที่สูงถึง 248,789 บาทต่อคนต่อปี1

โครงสร้างผลิตภัณฑ์มวลรวมจังหวัดนราธิวาสสะท้อนให้เห็นถึงการพึ่งพาเศรษฐกิจขั้นปฐมภูมิ โดยสามารถจัดโครงสร้างได้ดังตารางต่อไปนี้

ภาคเศรษฐกิจหลัก สัดส่วนใน GPP (%) ปัจจัยขับเคลื่อนและอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้อง
ภาคการเกษตรกรรม 25.49% เป็นอุตสาหกรรมหลักที่ขับเคลื่อนรายได้ของประชากรส่วนใหญ่ โดยมีพืชเศรษฐกิจสำคัญ ได้แก่ ยางพารา (พื้นที่ปลูก 821,672 ไร่ ผลผลิต 124,370 ตัน/ปี) ปาล์มน้ำมัน ข้าวนาปี และผลไม้ท้องถิ่น1
ภาคการศึกษาและราชการ 19.36% สะท้อนการพึ่งพางบประมาณจากส่วนกลาง การจ้างงานในภาครัฐ และสถาบันการศึกษาในพื้นที่1
ภาคการขายส่งและขายปลีก 8.96% ขับเคลื่อนโดยการค้าชายแดน การพาณิชย์ในย่านชุมชนเมือง และการบริโภคภายในพื้นที่1
ภาคบริการและอื่นๆ 46.19% ครอบคลุมอุตสาหกรรมแปรรูปขนาดเล็ก การท่องเที่ยว และบริการด้านอาหาร1

ปัญหาเชิงโครงสร้างที่ฉุดรั้ง GPP ของพื้นที่คือความผันผวนของราคาสินค้าเกษตรในตลาดโลกและการขาดการต่อยอดอุตสาหกรรมแปรรูปขั้นสูง (Deep Processing) แม้ว่ายางพาราและปาล์มน้ำมันจะมีปริมาณมหาศาล แต่ส่วนใหญ่เป็นการส่งออกในรูปแบบของวัตถุดิบขั้นต้น ส่งผลให้มูลค่าเพิ่ม (Value Added) ในห่วงโซ่อุปทานตกไปอยู่กับพื้นที่อื่น1

แผนภูมิแสดงสัดส่วน GPP นราธิวาส และเปรียบเทียบรายได้เฉลี่ยต่อหัวประชากรระหว่างจังหวัดนราธิวาสกับเฉลี่ยระดับประเทศ

1.2 ยุทธศาสตร์การพัฒนาเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมเป้าหมาย (Target Industries)

อ้างอิงจากแผนพัฒนาจังหวัดนราธิวาส (พ.ศ. 2566 – 2570) ฉบับทบทวน มีการวางเป้าหมายการพัฒนาภายใต้วิสัยทัศน์ “เมืองสงบสุข น่าอยู่” โดยบูรณาการการทำงานร่วมกับทิศทางของแผนพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคใต้ (Southern Economic Corridor: SEC)5 ยุทธศาสตร์หลักมุ่งเน้นการเปลี่ยนผ่านจากเศรษฐกิจฐานรากไปสู่การพัฒนาอุตสาหกรรมบนฐานโมเดลเศรษฐกิจ BCG (Bio-Circular-Green Economy) โดยมีอุตสาหกรรมเป้าหมายของพื้นที่ ได้แก่

การยกระดับเกษตรอุตสาหกรรมและอาหารแปรรูป ถือเป็นเป้าหมายอันดับแรก โดยเฉพาะการแปรรูปพืชเศรษฐกิจอย่างยางพาราและปาล์มน้ำมัน รวมถึงการเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์ที่มีสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) ที่โดดเด่นของนราธิวาส อย่าง “ปลากุเลาเค็มตากใบ” ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นราชาแห่งปลาเค็ม กระบวนการผลิตได้รับการยกระดับด้วยการจัดทำระบบตรวจสอบย้อนกลับ (Traceability) ภายใต้โครงการ GI SMARTTRACE เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้บริโภคและเพิ่มมูลค่าสินค้าในตลาดระดับบน8 ลำดับต่อมาคือการผลักดันอุตสาหกรรมฮาลาล (Halal Industry) โดยอาศัยความได้เปรียบทางภูมิศาสตร์ที่เชื่อมต่อกับประเทศมาเลเซียและประชากรส่วนใหญ่เป็นชาวมุสลิม เพื่อมุ่งสู่การเป็นศูนย์กลางสินค้าฮาลาลในตลาดโลก4 นอกจากนี้ ยังมีการสนับสนุนอุตสาหกรรมไม้และเฟอร์นิเจอร์ โดยอาศัยวัตถุดิบไม้ยางพาราในพื้นที่เพื่อการแปรรูปและส่งออก8

เพื่อกระตุ้นให้เกิดการลงทุนจริง นราธิวาสได้ถูกประกาศให้เป็นพื้นที่เขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษชายแดน (SEZ) โดยคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ได้มอบสิทธิประโยชน์ในระดับสูงสุดแก่นักลงทุน

สิทธิประโยชน์จากการลงทุนในเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ (SEZ) นราธิวาส รายละเอียดมาตรการส่งเสริมของ BOI
การยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล ยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลสูงสุด 8 ปี และได้รับการลดหย่อนเพิ่มเติมอีก 50% เป็นระยะเวลา 5 ปีหลังจากสิ้นสุดช่วงยกเว้นภาษี13
การยกเว้นอากรขาเข้า ยกเว้นอากรขาเข้าสำหรับเครื่องจักรและวัตถุดิบที่ใช้ในการผลิตเพื่อการส่งออก13
มาตรการเฉพาะสำหรับวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) ลดเงื่อนไขเงินลงทุนขั้นต่ำเหลือเพียง 500,000 บาท เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการท้องถิ่นเข้าถึงสิทธิประโยชน์ได้ง่ายขึ้น13

อย่างไรก็ตาม แม้มาตรการของ BOI จะมีความน่าดึงดูด แต่ความเป็นจริงเชิงพื้นที่พบว่าการลงทุนจากภาคเอกชนยังคงมีอุปสรรคเชิงโครงสร้างที่รุนแรง โดยเฉพาะความกังวลด้านความมั่นคง ซึ่งเป็นปัจจัยกดทับการเติบโตของนิคมอุตสาหกรรมในพื้นที่อย่างมีนัยสำคัญ

1.3 ประเมินศักยภาพเชิงพาณิชย์และปัจจัยความเสี่ยงในย่านเศรษฐกิจ “สุไหงโก-ลก”

อำเภอสุไหงโก-ลก เปรียบเสมือนเส้นเลือดใหญ่ทางเศรษฐกิจและการค้าชายแดนของจังหวัดนราธิวาส ในสภาวะปกติ ด่านศุลกากรสุไหงโก-ลกมีมูลค่าการค้ารวมสูงกว่า 2,000 ล้านบาทต่อปี16 โดยมีสินค้าส่งออกสำคัญ ได้แก่ ไม้แปรรูป ยางพารา และสินค้านำเข้าหลัก ได้แก่ สินค้าอุปโภคบริโภคและวัตถุดิบจากฝั่งประเทศมาเลเซีย1

พื้นที่ทำเลการค้าบริเวณถนนประชาวิวัฒน์และย่านศูนย์กลางเมืองสุไหงโก-ลก มีศักยภาพสูงในการเป็นศูนย์กลางโลจิสติกส์และการท่องเที่ยวข้ามแดน มีโรงแรม ศูนย์อาหาร และตลาดที่รองรับกำลังซื้อจากนักท่องเที่ยวชาวมาเลเซียที่เดินทางข้ามมาจับจ่ายใช้สอยในช่วงสุดสัปดาห์ ด้วยกำลังซื้อที่หนาแน่นนี้ ส่งผลให้มูลค่าของอสังหาริมทรัพย์และอาคารพาณิชย์ในพื้นที่ย่านศูนย์กลางเมืองมีราคาสูงตั้งแต่ 2.2 – 12 ล้านบาท ซึ่งสะท้อนถึงมูลค่าทางเศรษฐกิจของที่ดินในบริเวณดังกล่าว18

ทว่า ท่ามกลางศักยภาพที่สูงลิ่ว นักลงทุนและผู้ประกอบการในพื้นที่จำเป็นต้องระมัดระวังปัจจัยความเสี่ยงทางธุรกิจ (Risk Factors) ที่ควบคุมได้ยาก 2 ประการหลัก ได้แก่

ความเสี่ยงด้านนโยบายรัฐต่างประเทศและการปิดจุดผ่อนปรนธรรมชาติ เป็นความท้าทายล่าสุดที่ส่งผลกระทบอย่างรุนแรง ในช่วงปลายปี 2567 ถึง 2568 ทางการมาเลเซียได้ยกระดับความมั่นคงบริเวณแนวพรมแดน โดยสั่งปิดและคุมเข้มท่าข้ามธรรมชาติริมแม่น้ำโก-ลกอย่างเด็ดขาด เพื่อสกัดกั้นการลักลอบเข้าเมืองและปราบปรามยาเสพติดข้ามชาติ21 มาตรการดังกล่าวส่งผลให้เศรษฐกิจนอกระบบ (Informal Economy) ที่คอยหล่อเลี้ยงชุมชนริมน้ำหยุดชะงักลงทันที ผู้ประกอบการเรือข้ามฟาก วินรถจักรยานยนต์รับจ้าง ร้านอาหาร และโรงแรมในสุไหงโก-ลก ขาดรายได้ฉับพลัน กลุ่มนักท่องเที่ยวชาวมาเลเซียที่เคยเดินทางข้ามฟากเข้ามาจับจ่ายใช้สอยหายหน้าไป ส่งผลให้เศรษฐกิจของเมืองตกอยู่ในสภาวะซบเซาอย่างหนัก ผู้ประกอบการหลายรายแบกรับภาระไม่ไหวจนต้องติดป้ายเซ้งกิจการ21

ความเสี่ยงด้านความมั่นคงและการก่อวินาศกรรม เป็นอีกหนึ่งปัจจัยเรื้อรัง พื้นที่จังหวัดชายแดนใต้มีความเปราะบางจากการก่อความไม่สงบ การลงทุนของกลุ่มทุนขนาดใหญ่หรือห้างค้าปลีกสมัยใหม่ (Modern Trade) เช่น ห้างสรรพสินค้า บิ๊กซี (Big C), โกลบอลเฮ้าส์ (Global House) หรือร้านสะดวกซื้อ เซเว่น อีเลฟเว่น (7-Eleven) มักตกเป็นเป้าหมายเชิงสัญลักษณ์ในการโจมตีด้วยการลอบวางระเบิดหรือลอบวางเพลิงอย่างต่อเนื่อง23 ตัวอย่างความล้มเหลวที่ชัดเจนที่สุดของการผลักดันโครงการขนาดใหญ่ในพื้นที่เปราะบาง คือ “นิคมอุตสาหกรรมอาหารฮาลาล” ที่แม้ภาครัฐจะทุ่มงบประมาณก่อสร้างจนแล้วเสร็จ แต่กลับถูกกลุ่มก่อความไม่สงบโจมตีหลายครั้ง จนทำให้นักลงทุนถอนตัวและกลายสภาพเป็นนิคมร้างในปัจจุบัน24

2. ด้านผังเมืองและโครงสร้างพื้นฐาน (Urban Planning & Infrastructure)

2.1 ทิศทางการขยายตัวของเมือง (Urban Sprawl) และผังเมืองรวม

ตามข้อกำหนดของกฎกระทรวงให้ใช้บังคับผังเมืองรวมเมืองนราธิวาส มีการจัดแบ่งโซนการใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อรองรับการขยายตัวของชุมชนอย่างเป็นระบบ โดยกำหนดพื้นที่สีเหลือง (ที่อยู่อาศัยหนาแน่นน้อย) และพื้นที่สีส้ม (ที่อยู่อาศัยหนาแน่นปานกลาง) ให้เป็นแนวกันชนล้อมรอบพื้นที่สีแดง (พาณิชยกรรม) ในเขตศูนย์กลางเมือง25 ขณะที่บริเวณชานเมืองและรอยต่อระหว่างอำเภอได้ถูกกำหนดให้เป็นพื้นที่สีเขียว (ชนบทและเกษตรกรรม)25

ในปัจจุบัน มีความท้าทายสำคัญในการบังคับใช้ผังเมืองรวมฉบับใหม่ กระทรวงมหาดไทยได้แสดงความกังวลอย่างยิ่งว่า การผ่อนปรนข้อกำหนดที่อนุญาตให้สามารถก่อตั้งและขยายโรงงานอุตสาหกรรมได้ในทุกประเภทสีที่ดิน (เว้นแต่จะระบุห้ามเฉพาะเจาะจง) อาจเป็นช่องโหว่ที่นำไปสู่การพัฒนาแบบกระจัดกระจาย (Urban Sprawl) และไร้ทิศทาง29 หากเกิดการขยายตัวของภาคอุตสาหกรรมรุกล้ำเข้าไปในพื้นที่สีเขียวหรือพื้นที่อนุรักษ์ จะก่อให้เกิดผลกระทบอย่างหนักต่อโครงสร้างพื้นฐานด้านการระบายน้ำและการจราจรของชุมชนเดิม

พื้นที่ที่ได้รับผลกระทบทางนิเวศวิทยาหนักที่สุดจากการขยายตัวของเมือง คือ “ป่าพรุโต๊ะแดง” ซึ่งเป็นป่าพรุผืนใหญ่และมีความอุดมสมบูรณ์ที่สุดของประเทศ ด้วยพื้นที่กว่า 125,000 ไร่ ครอบคลุมอำเภอตากใบ อำเภอสุไหงปาดี และอำเภอสุไหงโก-ลก31 ป่าพรุแห่งนี้กำลังเผชิญกับแรงกดดันจากการขยายตัวของเมืองและพื้นที่เกษตรกรรม การรุกล้ำและแผ้วถางป่าพรุได้เปลี่ยนแปลงสภาพพื้นที่รับน้ำตามธรรมชาติ เมื่อระบบนิเวศสูญเสียความสามารถในการอุ้มน้ำ จึงส่งผลให้เกิดปัญหาอุทกภัยที่รุนแรงขึ้นในเขตลุ่มน้ำ และยังทำให้เกิดปัญหาการทรุดตัวของชั้นดินตามมา31

2.2 โครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ (Mega Projects)

เพื่อทลายข้อจำกัดด้านความมั่นคงและยกระดับขีดความสามารถทางการแข่งขันในระดับภูมิภาค รัฐบาลได้ผลักดันโครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการคมนาคมขนส่งขนาดใหญ่ (Mega Projects) หลายโครงการ ซึ่งจะเป็นจุดเปลี่ยน (Game Changer) สำคัญให้กับศักยภาพการแข่งขันของนราธิวาสในอีก 3-5 ปีข้างหน้า

โครงการยุทธศาสตร์ด้านโลจิสติกส์ รายละเอียดโครงการและผลกระทบเชิงพื้นที่ (Impact) สถานะและความคืบหน้าของโครงการ
โครงการรถไฟทางคู่ ชุมทางหาดใหญ่ – สุไหงโก-ลก ขยายโครงข่ายทางรถไฟเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการขนส่งสินค้าและผู้โดยสารอย่างไร้รอยต่อ เชื่อมต่อจากศูนย์กลางภาคใต้ตอนล่าง (สงขลา ปัตตานี ยะลา) สู่พรมแดนมาเลเซียที่สุไหงโก-ลก ช่วยลดต้นทุนโลจิสติกส์และส่งเสริมการท่องเที่ยว33 อยู่ระหว่างการศึกษาความเหมาะสมและจัดเวทีรับฟังความคิดเห็นจากประชาชนในพื้นที่33
โครงการสะพานคู่ขนานข้ามแม่น้ำโก-ลก แห่งที่ 2 ก่อสร้างสะพานข้ามแม่น้ำขนาด 2 ช่องจราจร เชื่อมต่ออำเภอสุไหงโก-ลก กับ เมืองรันเตาปันยัง (ประเทศมาเลเซีย) เพื่อแก้ไขปัญหาคอขวดของการจราจรบริเวณด่านพรมแดนเดิม รองรับการขนส่งด้วยรถบรรทุกสินค้าและกระตุ้นการค้าชายแดน37 รัฐบาลไทยและมาเลเซียเห็นพ้องเร่งรัดการก่อสร้าง ปัจจุบันกรมทางหลวงอยู่ระหว่างขอใช้พื้นที่จากการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.)38
โครงการขยายท่าอากาศยานนราธิวาส ก่อสร้างอาคารที่พักผู้โดยสารหลังใหม่ ขนาดพื้นที่ 12,000 ตารางเมตร เพื่อยกระดับความสามารถในการรองรับผู้โดยสารเพิ่มขึ้นจาก 800,000 คน เป็น 1.7 ล้านคนต่อปี (ความจุ 600 คนต่อชั่วโมง) เพื่อรองรับเที่ยวบินพาณิชย์และเที่ยวบินเช่าเหมาลำสำหรับผู้ประกอบพิธีฮัจญ์40 การก่อสร้างมีความคืบหน้า 62.62% และคาดว่าจะแล้วเสร็จสมบูรณ์เปิดให้บริการได้ภายในปี 256940

แผนที่จำลองโครงสร้างพื้นฐานคมนาคมขนส่งจังหวัดนราธิวาส เชื่อมโยงท่าอากาศยานนราธิวาส ทางรถไฟทางคู่ และสะพานสุไหงโก-ลก แห่งที่ 2 ข้ามแม่น้ำโก-ลก สู่ประเทศมาเลเซีย

2.3 แนวโน้มตลาดอสังหาริมทรัพย์

ตลาดอสังหาริมทรัพย์ในจังหวัดนราธิวาสมีลักษณะเฉพาะตัว โดยการเติบโตจะแบ่งเป็นสองศูนย์กลางหลัก ได้แก่ ย่านศูนย์กลางการบริหารราชการในอำเภอเมือง และ ย่านศูนย์กลางการค้าชายแดนในอำเภอสุไหงโก-ลก

ในฝั่งของอำเภอสุไหงโก-ลก อาคารพาณิชย์และทาวน์โฮมบริเวณถนนสายหลักมีราคาเสนอขายที่ค่อนข้างสูง ตั้งแต่ 2.2 ล้านบาท ไปจนถึง 12 ล้านบาท ขึ้นอยู่กับทำเลว่าตั้งอยู่ใกล้ศูนย์การค้าหรือด่านพรมแดนมากน้อยเพียงใด19 อย่างไรก็ตาม แนวโน้มตลาดในระยะ 1-2 ปีหลังค่อนข้างทรงตัวถึงชะลอตัว เนื่องจากผลกระทบซ้ำซ้อนจากปัญหาน้ำท่วมรุนแรงและการที่ประเทศมาเลเซียปิดท่าข้ามธรรมชาติ ทำให้ความต้องการพื้นที่เชิงพาณิชย์เพื่อใช้ในการค้าขายลดลง ผู้ประกอบการหลายรายขาดสภาพคล่องจนต้องเริ่มติดป้ายเซ้งกิจการ21

ในทางกลับกัน อำเภอเมืองนราธิวาสกลับเห็นทิศทางการเติบโตใหม่ โครงการหมู่บ้านจัดสรรและอาคารพาณิชย์เริ่มกระจายตัวออกไปทางทิศเหนือบริเวณตำบลโคกเคียน และบริเวณถนนเลี่ยงเมือง (Bypass) ราคาอาคารพาณิชย์ขนาด 2 ชั้นในทำเลนี้ มีราคาเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 6.2 – 8.8 ล้านบาท18 การเกิดขึ้นของศูนย์ราชการแห่งใหม่และการขยายตัวของท่าอากาศยานนราธิวาส เป็นแรงดึงดูดสำคัญที่ทำให้เกิดศูนย์กลางชุมชนแห่งใหม่ และดึงดูดประชากรแฝงที่เป็นกลุ่มข้าราชการและบุคลากรทางการศึกษาเข้ามาในพื้นที่มากขึ้น

3. ด้านประชากรศาสตร์และพลวัตทางสังคม (Demographics & Social Dynamics)

3.1 ความเปลี่ยนแปลงทางประชากรศาสตร์: การย้ายถิ่นฐานของแรงงานและปัญหาเยาวชนกลุ่ม NEETs

พลวัตทางประชากรของนราธิวาสมีความเปราะบางอย่างมาก โดยเฉพาะในมิติของโครงสร้างตลาดแรงงานและการย้ายถิ่นฐาน ซึ่งสามารถสังเกตปรากฏการณ์เชิงพื้นที่ที่สำคัญได้ 2 ประการ

ปรากฏการณ์แรก คือ การย้ายถิ่นฐานของเครือข่ายแรงงานต้มยำกุ้ง (Tom Yam Kung Migration) สืบเนื่องจากปัญหาความยากจนและการว่างงานในพื้นที่ ชายวัยแรงงานจำนวนมากจากนราธิวาสและจังหวัดชายแดนใต้ เลือกที่จะย้ายถิ่นฐานข้ามพรมแดนในลักษณะแรงงานผิดกฎหมาย เพื่อเข้าไปทำงานใน “ร้านต้มยำกุ้ง” หรือร้านอาหารไทย-ฮาลาลที่กระจายอยู่ทั่วประเทศมาเลเซีย43 เครือข่ายแรงงานข้ามชาตินี้เป็นกลไกสำคัญในการส่งเงินโอน (Remittances) กลับมาหล่อเลี้ยงเศรษฐกิจของครัวเรือนในพื้นที่ อย่างไรก็ตาม เมื่อทางการมาเลเซียใช้นโยบายกวาดล้างแรงงานต่างด้าวและการเข้าเมืองผิดกฎหมายอย่างเข้มงวดในช่วงปี 2566-2568 แรงงานไทยจำนวนมากถูกจับกุมและผลักดันกลับประเทศ (มีรายงานการส่งกลับกลุ่มใหญ่จำนวน 71 คน และ 89 คน ตามลำดับ)46 การตีกลับของแรงงานเหล่านี้ส่งผลกระทบอย่างหนักต่อรายได้ของครัวเรือน และทำให้อัตราการว่างงานในพื้นที่พุ่งสูงขึ้นอย่างฉับพลัน

ปรากฏการณ์ที่สอง คือ วิกฤตเยาวชนกลุ่ม NEETs ที่สูงที่สุดในประเทศ จังหวัดนราธิวาสกำลังเผชิญกับปัญหาเยาวชนอายุ 15–24 ปี ที่อยู่นอกระบบการศึกษา นอกตลาดแรงงาน และไม่ได้รับการฝึกอบรมทักษะใดๆ (NEETs – Not in Education, Employment, or Training) โดยมีสถิติเยาวชนกลุ่มนี้สูงที่สุดเป็นอันดับหนึ่งของประเทศไทย จากการสำรวจพบกลุ่มวิกฤตจำนวน 396 คน และยังมีกลุ่มเสี่ยงอีกนับหมื่นคน48 ปัจจัยรากเหง้าของปัญหานี้มีความซับซ้อน ได้แก่ ความยากจนที่ทำให้ครอบครัวไม่มีทุนทรัพย์ส่งเสียให้เรียนจบการศึกษาภาคบังคับ ค่านิยมทางวัฒนธรรมที่ให้ความสำคัญกับการศึกษาด้านศาสนา (ระบบปอเนาะ) มากกว่าการศึกษาสายสามัญหรือวิชาชีพ ทำให้เมื่อเยาวชนเข้าสู่ตลาดแรงงาน จึงขาดทักษะวิชาชีพ (Hard Skills) ที่สถานประกอบการต้องการ นอกจากนี้ กำแพงด้านภาษา เนื่องจากเยาวชนส่วนใหญ่ใช้ภาษามลายูปัตตานีในการสื่อสารในชีวิตประจำวัน ทำให้เกิดความไม่มั่นใจและอุปสรรคในการเข้าสู่ระบบแรงงานในส่วนกลาง48

เพื่อแก้ไขปัญหานี้ กระทรวงแรงงานร่วมกับองค์การยูนิเซฟ (UNICEF) ประเทศไทย ได้จัดทำโครงการนำร่องขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาเยาวชน NEETs โดยใช้กลไก “บัณฑิตแรงงาน” ซึ่งเป็นบุคลากรในพื้นที่ที่เข้าใจบริบทและภาษาท้องถิ่น ทำหน้าที่ลงพื้นที่ค้นหา สร้างความไว้วางใจ และนำเยาวชนกลับเข้าสู่ระบบการฝึกอาชีพ เช่น การจัดอบรมหลักสูตรนักขายออนไลน์ (Content Marketing) โมเดลการทำงาน 4 ขั้นตอนนี้ประสบความสำเร็จอย่างมาก โดยภายในระยะเวลาเพียง 7 เดือน สามารถดึงเยาวชนกลุ่ม NEETs จำนวน 274 คน กลับเข้าสู่ระบบการศึกษาและการทำงานได้สำเร็จ48

3.2 พลวัตทางสังคมและการปรับตัวของชุมชนดั้งเดิม: “ชุมชนบ้านทอน”

ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจและการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานระดับมหภาค ชุมชนดั้งเดิมในจังหวัดนราธิวาสได้แสดงให้เห็นถึงความยืดหยุ่นและการปรับตัว (Social Resilience) อย่างน่าทึ่ง “ชุมชนบ้านทอน” ในตำบลโคกเคียน อำเภอเมืองนราธิวาส เป็นตัวอย่างที่ชัดเจนของชุมชนประมงพื้นบ้านมุสลิมริมชายฝั่งที่สามารถปรับตัวเพื่อความอยู่รอด โดยเปลี่ยนผ่านเข้าสู่การเป็นชุมชนท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม

จากเดิมที่ประชากรพึ่งพารายได้จากการออกเรือทำประมงเพียงอย่างเดียว ชุมชนบ้านทอนได้ยกระดับตนเองขึ้นเป็น ชุมชนท่องเที่ยว OTOP นวัตวิถี51 โดยนำวิถีชีวิตดั้งเดิมและภูมิปัญญาท้องถิ่นมาสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจอย่างเป็นระบบ กิจกรรมที่สร้างชื่อเสียงให้กับชุมชน ได้แก่ การสาธิตกระบวนการหมักทำน้ำบูดู การจักสานกระจูด และที่โดดเด่นที่สุดคือ งานหัตถศิลป์ชั้นสูงอย่าง “การต่อเรือกอและจำลอง” ซึ่งลวดลายบนตัวเรือสะท้อนถึงการผสมผสานศิลปะมลายู ชวา และไทยเข้าด้วยกันอย่างวิจิตรบรรจง51 การปรับตัวของชุมชนบ้านทอนไม่เพียงแต่เป็นการสร้างรายได้เสริมเพื่อทดแทนอาชีพประมงที่ผันผวน แต่ยังทำหน้าที่เป็นเกราะป้องกันทางวัฒนธรรม ที่ช่วยรักษารากเหง้าและอัตลักษณ์ของชุมชนไว้ได้ ท่ามกลางกระแสการพัฒนาเมืองและการขยายตัวของท่าอากาศยานนราธิวาสที่ตั้งอยู่ใกล้เคียง

4. ด้านปัญหาเชิงพื้นที่และการจัดการท้องถิ่น (Local Issues & Spatial Challenges)

4.1 วิกฤตอุทกภัยซ้ำซากในลุ่มน้ำโก-ลก และ ลุ่มน้ำบางนรา

ความท้าทายเชิงพื้นที่ที่ร้ายแรงและสร้างความสูญเสียทางเศรษฐกิจมากที่สุดของจังหวัดนราธิวาส คือ ปัญหา “อุทกภัยซ้ำซาก” ซึ่งมักเกิดขึ้นเป็นประจำทุกปีในช่วงฤดูมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือ (ระหว่างเดือนตุลาคมถึงมกราคม) ลักษณะภูมิประเทศของจังหวัดที่เป็นพื้นที่ราบลุ่มรับน้ำจากเทือกเขาสันกาลาคีรีก่อนไหลลงสู่อ่าวไทย ทำให้พื้นที่ลุ่มน้ำหลัก 3 สาย ได้แก่ ลุ่มน้ำบางนรา ลุ่มน้ำสายบุรี และลุ่มน้ำโก-ลก มีความอ่อนไหวสูงต่อปริมาณน้ำฝนที่สะสม56

ผลกระทบทางเศรษฐกิจและสังคมจากภัยพิบัตินี้มีมูลค่ามหาศาล ข้อมูลสถิติจากเหตุการณ์อุทกภัยในช่วงปลายปี 2566 ต่อเนื่องจนถึงเหตุการณ์ล่าสุดในเดือนพฤศจิกายน 2568 ชี้ให้เห็นถึงความเสียหายในระดับวงกว้าง โดยพื้นที่ถึง 12 อำเภอจมอยู่ใต้น้ำ ประชาชนมากกว่า 274,546 คนได้รับความเดือดร้อน และมีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 4 ราย56 โครงสร้างพื้นฐานสำคัญ เช่น ถนน สะพานข้ามลำน้ำ และพื้นที่การเกษตรเสียหายยับเยิน62

จุดที่ได้รับความเสียหายทางเศรษฐกิจรุนแรงที่สุด คือ บริเวณตำบลมูโนะ และเขตเทศบาลเมืองสุไหงโก-ลก ซึ่งเป็นย่านเศรษฐกิจและการค้าชายแดนที่สำคัญ เมื่อระดับน้ำในแม่น้ำโก-ลกล้นตลิ่ง (ในบางกรณีระดับน้ำสูงกว่าตลิ่งถึง 1.5 เมตร) จะทำให้กระแสโลจิสติกส์ การขนส่งสินค้า และการค้าระหว่างประเทศถูกตัดขาดโดยสิ้นเชิง อาคารพาณิชย์และสินค้าในโกดังได้รับความเสียหาย ก่อให้เกิดภาวะชะงักงันทางเศรษฐกิจที่ต้องใช้เวลาฟื้นฟูยาวนาน59

พื้นที่ลุ่มน้ำที่เปราะบาง ผลกระทบจากอุทกภัยเชิงพื้นที่ สถิติความเสียหายล่าสุด (พ.ย. 2568)
ลุ่มน้ำโก-ลก (อ.สุไหงโก-ลก, อ.ตากใบ) น้ำล้นตลิ่งเข้าท่วมย่านเศรษฐกิจการค้าชายแดน (มูโนะ) ตัดขาดเส้นทางโลจิสติกส์ ไทย-มาเลเซีย ประชาชนได้รับผลกระทบกว่า 274,546 คน สะพานและโครงสร้างพื้นฐานชำรุดเสียหาย60
ลุ่มน้ำบางนรา (อ.ระแงะ, อ.เมือง) น้ำท่วมขังพื้นที่เกษตรกรรมและที่อยู่อาศัยระดับชุมชนเมือง ระดับน้ำมักสูงกว่าตลิ่ง 1.50 เมตร ศูนย์อพยพเปิดรับประชาชนกว่า 2,412 คน ศาสนสถานและโรงเรียนเสียหายหลายสิบแห่ง56

4.2 ประสิทธิภาพการจัดการและนโยบายระดับท้องถิ่นถึงมหภาค

เพื่อรับมือกับวิกฤตน้ำท่วมเรื้อรัง หน่วยงานภาครัฐและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นได้พยายามบูรณาการแก้ไขปัญหาเชิงโครงสร้าง ผ่านโครงการและการบริหารจัดการน้ำที่สำคัญ ดังนี้

ในระดับพื้นที่ลุ่มน้ำบางนรา กรมชลประทานได้ดำเนินโครงการจัดสรรน้ำและบรรเทาอุทกภัย โดยก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานเพื่อควบคุมมวลน้ำ ได้แก่ ประตูระบายน้ำบางนราตอนบน ประตูระบายน้ำน้ำแบ่ง และประตูระบายน้ำตอนล่าง โครงสร้างเหล่านี้ทำหน้าที่ควบคุมระดับน้ำในฤดูน้ำหลาก ผลักดันน้ำเค็มในช่วงฤดูแล้ง และรักษาสมดุลของระบบนิเวศในป่าพรุโต๊ะแดงเพื่อป้องกันไฟไหม้ป่าพรุ นอกจากนี้ ท้องถิ่นยังดำเนินกิจกรรมขุดลอกคลองและซ่อมแซมคันกั้นน้ำอย่างต่อเนื่อง57

ในระดับมหภาคและระหว่างประเทศ โครงการบริหารจัดการน้ำข้ามพรมแดนแม่น้ำโก-ลก (Transboundary Water Management) ถือเป็นนโยบายระดับ Game Changer ด้านการจัดการภัยพิบัติ โดยคณะรัฐมนตรีได้อนุมัติโครงการความร่วมมือระหว่างสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ของไทย และกรมชลประทานของมาเลเซีย ซึ่งได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากกองทุนสิ่งแวดล้อมโลก (GEF) มูลค่า 4 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (หรือประมาณ 146 ล้านบาท)21 โครงการนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาระบบประเมินความเสี่ยง การเตือนภัยร่วมกัน แก้ไขปัญหาตลิ่งพัง และใช้หลักการแก้ปัญหาด้วยธรรมชาติ (Nature-based Solutions) การแก้ปัญหาน้ำท่วมลุ่มน้ำโก-ลกอย่างเบ็ดเสร็จ เป็นยุทธศาสตร์สำคัญที่จะยกระดับด่านสุไหงโก-ลก ให้เป็น “เส้นทางโลจิสติกส์สำรอง” ของภาคใต้ เพื่อลดความเสี่ยงจากการพึ่งพาเส้นทางหาดใหญ่-สะเดาเพียงแห่งเดียว63

ข้อควรระวังในการบริหารจัดการขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) คือ แม้จะมีโครงการระดับประเทศ แต่การจัดการภัยพิบัติในระดับจุลภาคของท้องถิ่นยังคงมีข้อจำกัดด้านงบประมาณและความคล่องตัว การรับมือมักเป็นลักษณะของการตั้งรับ (Reactive Approach) เช่น การตั้งศูนย์อพยพ การแจกกระสอบทราย และการมอบถุงยังชีพเมื่อเกิดเหตุการณ์ขึ้นแล้ว56 ท้องถิ่นจำเป็นต้องยกระดับขีดความสามารถไปสู่การป้องกันเชิงรุก (Proactive Approach) โดยการใช้ข้อมูลภูมิสารสนเทศ (GIS) ในการจัดทำแผนที่ความเสี่ยงภัยน้ำท่วมระดับตำบล และบูรณาการบังคับใช้กฎหมายควบคุมอาคารอย่างเข้มงวด เพื่อไม่ให้มีการก่อสร้างสิ่งปลูกสร้างขวางทางระบายน้ำตามธรรมชาติ

5. บทสรุปและข้อเสนอแนะเชิงกลยุทธ์

จังหวัดนราธิวาสเป็นภาพสะท้อนของขั้วตรงข้ามทางเศรษฐกิจภูมิภาค (Regional Paradox) แม้จะมีทรัพยากรการเกษตรที่อุดมสมบูรณ์ มีจุดผ่านแดนทางบกที่สามารถเชื่อมโยงกับตลาดอาเซียน และรัฐบาลส่วนกลางได้ทุ่มเทงบประมาณผ่านนโยบายการส่งเสริมเขตเศรษฐกิจพิเศษ (SEZ) และระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคใต้ (SEC) ทว่าในความเป็นจริง รายได้ของประชากรในพื้นที่กลับอยู่ในระดับต่ำที่สุดในประเทศ ปัจจัยกดทับจากปัญหาความมั่นคง อุทกภัยซ้ำซาก และข้อจำกัดของคุณภาพทรัพยากรมนุษย์ (ทั้งจากวิกฤตแรงงาน NEETs และการย้ายถิ่นฐาน) เปรียบเสมือนคอขวดขนาดใหญ่ที่ขัดขวางการเจริญเติบโต

ในการนี้ ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) ได้ตระหนักถึงปัญหาและจัดการรับฟังความคิดเห็นจากภาคเอกชน เพื่อหาแนวทางฟื้นฟูเศรษฐกิจและการเยียวยาภาคธุรกิจ โดยมีข้อเสนอแนะที่สำคัญคือ การเร่งรัดมาตรการส่งเสริมการท่องเที่ยว การสร้างอัตลักษณ์ของเมือง และการปรับปรุงกระบวนการเยียวยาผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากความไม่สงบให้มีความรวดเร็วและเป็นธรรมยิ่งขึ้น เพื่อฟื้นฟูความเชื่อมั่นของนักลงทุน66

ข้อเสนอแนะเชิงกลยุทธ์: นักลงทุนและผู้ประกอบการควรปรับกลยุทธ์การลงทุนโดยหลีกเลี่ยงการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์และอุตสาหกรรมในพื้นที่ราบลุ่มน้ำท่วมถึง (Flood-prone areas) และพิจารณาเลือกลงทุนในธุรกิจที่อาศัยจุดแข็งของพื้นที่ เช่น นวัตกรรมการเกษตร และการแปรรูปอาหารฮาลาล ภายใต้โมเดลเศรษฐกิจหมุนเวียน (BCG) นอกจากนี้ ธุรกิจที่พึ่งพาการค้าชายแดนบริเวณอำเภอสุไหงโก-ลก จำเป็นต้องกระจายความเสี่ยง (Diversification) จากมาตรการควบคุมความมั่นคงของมาเลเซีย โดยปรับเปลี่ยนรูปแบบจากเศรษฐกิจนอกระบบผ่านท่าข้ามธรรมชาติ มาเป็นการค้าในระบบผ่านด่านศุลกากรอย่างเป็นทางการ

ในส่วนของภาครัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นต้องควบคุมและบังคับใช้แผนผังเมืองรวมฉบับใหม่อย่างเคร่งครัด ไม่ยอมให้การขยายตัวของภาคอุตสาหกรรมรุกล้ำเข้าไปทำลายพื้นที่ป่าพรุโต๊ะแดง ซึ่งทำหน้าที่สำคัญเป็นฟองน้ำธรรมชาติในการดูดซับน้ำ การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและโลจิสติกส์ขนาดใหญ่จะต้องดำเนินไปควบคู่กับการรักษาจุดแข็งของชุมชนเชิงวัฒนธรรม ดังเช่นบทเรียนความสำเร็จของชุมชนบ้านทอน เพื่อรักษาสมดุลระหว่างการเติบโตทางเศรษฐกิจและการดำรงอยู่ของสังคมพหุวัฒนธรรมอย่างยั่งยืน

ผลงานที่อ้างอิง

1. FACTSHEET – จังหวัดนราธิวาส ประจาเดือนพฤศจิกายน 2568 – Narathiwat

2. ผลิตภัณฑ์ภาคและจังหวัด พ.ศ. 2567 Gross Regional and Provincial

3. รายงานภาวะเศรษฐกิจการคลังกลุ่มจังหวัดภาคใต้ชายแดน_เม.ย.66 – AnyFlip

4. แผนพัฒนาเศรษฐกิจภูมิภาคภาคเอกชน กลุ่มจังหวัดภาคใต้ชายแดน

5. แผนพัฒนาจังหวัดนราธิวาส (พ.ศ. 2566 – 2570) ฉบับทบทวน ปร

6. แผนพัฒนาจังหวัด – Category02s – ระบบบัญชีข้อมูลจังหวัดนราธิวาส

7. ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคใต้ (Southern Economic Corridor : SEC)

8. รายงานสรุปผลการปฏิบัติงานของสานักงานอุตสาหกรรมจังหวัดนราธิวาส ประ

9. “พาณิชย์” ประกาศขึ้นทะเบียน “ปลากุเลาเค็มตากใบ” และ “เนื้อโคขุนโพนยาง

10. เรื่อง การขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ – ปลากุเลาเค็มตากใบ

11. กรมทรัพย์สินทางปัญญา เดินหน้าสร้างระบบตรวจสอบย้อนกลับ GI

12. มูลค่าการค้าชายแดน 4 ประเทศ ปี 2554-2566 สูงสุด 1.05 ล้านล้าน แนวโน้ม

13. 10 จังหวัด – BOI

14. มาตรการส่งเสริมการลงทุนในพื้นที่เขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษชายแดน – BOI

15. ศูนย์บริการลงทุน สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริม – BOI

16. การเฝ้าระวังผลิตภัณฑ์สุขภาพชายแดน จังหวัดนราธิวาส

17. “สุไหงโก-ลก”ด่านหน้าการค้า-ท่องเที่ยวชายแดน | ข่าวช่องวัน – YouTube

18. รวมประกาศขาย/เช่าอาคารพาณิชย์มือสองในนราธิวาส ปี69 – Baania.com

19. 3 อสังหาริมทรัพย์ สำหรับขาย ใน สุไหงโกลก, จังหวัดนราธิวาส – Trovit

20. รูปแบบการพัฒนาเศรษฐกิจการค้าชายแดน กรณีศึกษาเมืองสุไหงโก-ลก

21. คุมเข้มท่าข้ามธรรมชาติ “ไทย-มาเลย์” พ่นพิษ! ประเดิมจับ 4 ราย-ศก.พัง

22. ปิดจุดผ่อนปรน อนาคตเศรษฐกิจ “สุไหงโก-ลก” จะเป็นอย่างไร – Thai PBS

23. สุไหงโก-ลกกลายเป็น “เมืองร้าง” หลังบึ้ม 7 จุด คาดต้องใช้เวลานับปีจึงจะฟื้น

24. ไม่ใช่แค่ความไม่สงบ! ไขปมเศรษฐกิจติดลบที่ชายแดนใต้

25. กฎกระทรวง – ราชกิจจานุเบกษา

26. ผังเมืองคืออะไร มีกี่สี แต่ละสีมีความหมายอย่างไร – CheckRaka.com

27. กฎกระทรวง ฉบับที่ 112 (พ.ศ.2534) ออกตามความในพระราชบัญญัติการ

28. ผังสี แต่ละสี สร้างอะไรได้บ้าง? – Easy Warehouse

29. มท.กังวล ”ผังเมืองรวมนราธิวาส” ฉบับใหม่ พัฒนาแบบกระจัดกระจาย หาก

30. มท.กังวล ”ผังเมืองรวมนราธิวาส” ฉบับใหม่ พัฒนาแบบกระจัดกระจาย หาก

31. แผนการบริหารจัดการป่าพรุโต๊ะแดง จังหวัดนราธิวาส ระยะ ๕ ปี(พ.ศ. ๒๕๖๔

32. ป่าพรุเป็นระบบนิเวศที่สำคัญชนิดหนึ่ง มีความหลากหลายของสิ่งมีชีวิต สภาพ

33. รฟท. ศึกษา รถไฟทางคู่ หาดใหญ่-สุไหงโก-ลก เชื่อมมาเลย์ ยกระดับคุณภาพ

34. รถไฟทางคู่ “หาดใหญ่–สุไหงโก-ลก” เชื่อมไทย–มาเลเซีย … – NBT CONNEXT

35. ความเป็นมาโครงการ​ – รถไฟสาย หาดใหญ่ – สุไหงโกลก

36. การรถไฟแห่งประเทศไทย จัดเวทีประชุมรับฟังผลศึกษา … – NBT CONNEXT

37. สะพานข้ามแม่น้ำโก-ลกแห่งที่2 กระชับมิตรภาพไทย-มาเลเซีย | เดลินิวส์

38. ไทย-มาเลเซีย เห็นพ้องเร่งสร้างสะพานข้ามแม่น้ำโก-ลก พัฒนาด่านจังหวัด

39. ครม.ไฟเขียวงบเกือบ 300 ลบ. สร้างสะพานคู่ขนานข้ามแม่น้ำโก-ลก | RYT9

40. ทย.เร่งสร้างอาคารผู้โดยสารใหม่สนามบินนราธิวาส คาดเสร็จภายในปี 69

41. เปิดโฉมอาคารใหม่ ‘สนามบินนราธิวาส’ ทย. เร่งสร้างเสร็จปีนี้ – กรุงเทพธุรกิจ

42. ขายอสังหาฯ คอนโด บ้าน ทาวน์เฮ้าส์ อพาร์เมนท์ในสุไหงโก-ลก นราธิวาส

43. บทบาทของเครือข่ายการย้ายถิ่นของแรงงานคนไทยเชื้อสายมลายูในร้านต้มยำ

44. เรื่องจริงของ “ต้มยำกุ้ง” (1) ชีวิตในเงามืดของแรงงานไทยในมาเลย์

45. รายงานการศึกษาส่วนบุคคล (Individual Study) เรื่อง สาเหตุ

46. มาเลย์ขับ 71 แรงงานต้มยำกุ้งกลับไทย – หน่วยข่าวหวั่นโจรใต้แฝงตัวเข้ามาด้วย

47. “ร้านต้มยำ” โอกาสแรงงานไทย ในมาเลเซีย | Thai PBS News ข่าวไทยพีบีเอส

48. สุดปลายชายแดนใต้ แหล่งเยาวชนนอกระบบการศึกษาและตลาดแรงงานที่รัฐ

49. ปั้นอนาคตที่สดใส ให้เยาวชนเริ่มต้นและเติบโตได้อีกครั้ง | UNICEF Thailand

50. ก.แรงงาน เดินหน้าพัฒนาเยาวชน NEETs นราธิวาส ฝึกทําคอนเทนต์ ปั้นนัก

51. เปิดตัว ‘ชุมชนท่องเที่ยว OTOP นวัตวิถี ตำนานบ้านทอน’ – แนวหน้า

52. พลิกฟื้นคุณภาพชีวิตชุมชนบ้านทอน – ไทยรัฐ

53. “บ้านทอน” ศิลปะวัฒนธรรมอันยาวนานของชาวนรา จังหวัดนราธิวาส

54. บ้านทอน – สิ่งแวดล้อมศิลปกรรม – ONEP

55. ท่องเที่ยววิถีวัฒนธรรม ชุมชนคุณธรรมบ้านทอนอามาน – YouTube

56. สถานการณ์อุทกภัย จังหวัดนราธิวาส – วันที่ 26 พฤศจิกายน 2568

57. ฝ่ายจัดสรรน้ำฯ บางนรา

58. นราธิวาส 3 อำเภออ่วม 2 ลุ่มน้ำหลัก “บางนรา-สายบุรี”ระดับน้ำมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น

59. ฝ่ายจัดสรรน้ำฯ บางนรา

60. นราธิวาส ยังหนัก น้ำท่วมแล้ว 12 อำเภอ ระดับน้ำยังเพิ่มสูง เสียชีวิตแล้ว 4 ราย

61. จังหวัดนราธิวาส รายงานสถานการณ์อุทกภัย มีพื้นที่ได้รับผลกระทบแล้ว 3

62. ความเสียหายจากอุทกภัย – ชุดข้อมูล – กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย

63.

64. จ.นราธิวาส แจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเตรียมความพร้อมรับมืออุทกภัย ขณะที่

65. ด่วนที่สุด – จังหวัดนราธิวาส

66. เลขาฯ ศอ.บต. ลงพื้นที่นราธิวาส รับฟังเสียงภาคธุรกิจ ขับเคลื่อนเศรษฐกิจ

📍 ร้านใกล้ฉัน.com