ยุทธศาสตร์การพัฒนาและการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างทางเศรษฐกิจ สังคม และนวัตกรรมของจังหวัดขอนแก่น: สู่การเป็นเมืองอัจฉริยะและศูนย์กลางแห่งภูมิภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

สารบัญเนื้อหา

ยุทธศาสตร์การพัฒนาและการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างทางเศรษฐกิจ สังคม และนวัตกรรมของจังหวัดขอนแก่น: สู่การเป็นเมืองอัจฉริยะและศูนย์กลางแห่งภูมิภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

บทนำ: พลวัตการเปลี่ยนแปลงและวิสัยทัศน์แห่งอนาคต

จังหวัดขอนแก่นถือเป็นศูนย์กลางทางยุทธศาสตร์ที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของภูมิภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทย ด้วยตำแหน่งที่ตั้งทางภูมิศาสตร์ที่เชื่อมโยงระเบียงเศรษฐกิจแนวตะวันออก-ตะวันตก (East-West Economic Corridor) และแนวเหนือ-ใต้ ทำให้ขอนแก่นถูกยกระดับจากการเป็นเพียงจังหวัดทางผ่านสู่การเป็น “มหานคร” ศูนย์กลางด้านการค้า การลงทุน การแพทย์ การศึกษา และนวัตกรรม1 การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างทางเศรษฐกิจของจังหวัดขอนแก่นในช่วงทศวรรษที่ผ่านมาสะท้อนให้เห็นถึงกระบวนการเมืองภิวัตน์ (Urbanization) ที่เติบโตอย่างก้าวกระโดด ส่งผลให้ภาครัฐและภาคเอกชนในพื้นที่ต้องร่วมมือกันแสวงหาแนวทางเพื่อรองรับการขยายตัวของประชากรและเทคโนโลยี โดยมีเป้าหมายสูงสุดคือการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนภายใต้กรอบแนวคิด “เมืองอัจฉริยะ” (Smart City) ควบคู่ไปกับการพัฒนาระบบโครงสร้างพื้นฐานระดับเมกะโปรเจกต์2

รายงานการวิจัยฉบับนี้มุ่งเน้นการวิเคราะห์เชิงลึกเกี่ยวกับยุทธศาสตร์การพัฒนาจังหวัดขอนแก่นในทุกมิติ ครอบคลุมตั้งแต่โครงสร้างทางเศรษฐกิจมหภาค นวัตกรรมการบริหารจัดการเมืองแบบกระจายอำนาจ (Khon Kaen Model) การลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐาน การยกระดับสู่เมืองแห่งการประชุมและนิทรรศการ (MICE) ศูนย์กลางทางการแพทย์และอุดมศึกษา ตลอดจนการใช้ประโยชน์จากทุนทางวัฒนธรรมและการท่องเที่ยวเพื่อสร้างซอฟต์พาวเวอร์ (Soft Power) ที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากอย่างยั่งยืน

1. โครงสร้างเศรษฐกิจมหภาคและบริบทความท้าทาย

1.1 ผลิตภัณฑ์มวลรวมและพลวัตทางรายได้

จากการวิเคราะห์ข้อมูลทางสถิติเศรษฐกิจมหภาค จังหวัดขอนแก่นมีมูลค่าผลิตภัณฑ์มวลรวมจังหวัด (Gross Provincial Product: GPP) สูงเป็นอันดับต้นๆ ของภูมิภาค โดยเฉพาะในกลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนกลาง ขอนแก่นมีมูลค่าผลิตภัณฑ์มวลรวมสูงถึง 214,018 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 52.20 ของมูลค่ารวมทั้งกลุ่มจังหวัด ซึ่งมีมูลค่ารวม 408,983 ล้านบาท3 ในส่วนของรายได้เฉลี่ยต่อหัวประชากร (GPP Per Capita) ขอนแก่นยังคงครองตำแหน่งสูงสุดในกลุ่ม โดยอยู่ที่ระดับ 124,729 บาทต่อคนต่อปี ทิ้งห่างจังหวัดรองลงมาอย่างมหาสารคาม (75,334 บาทต่อคนต่อปี) และกาฬสินธุ์ (73,587 บาทต่อคนต่อปี) อย่างมีนัยสำคัญ3 นอกจากนี้ รายได้ครัวเรือนเฉลี่ยของขอนแก่นยังอยู่ในระดับสูงที่ 19,252.50 บาทต่อเดือน ซึ่งสะท้อนถึงกำลังซื้อและการหมุนเวียนของเม็ดเงินในระบบเศรษฐกิจท้องถิ่น3

กราฟแท่งแสดงการเปรียบเทียบผลิตภัณฑ์มวลรวมจังหวัด (GPP) ต่อหัว ของกลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนกลาง ปี 2562 ระบุว่าจังหวัดขอนแก่นมีรายได้ต่อหัวสูงสุดที่ 124,729 บาทต่อคนต่อปี

โครงสร้างเศรษฐกิจของขอนแก่นพึ่งพิงภาคการค้าและบริการนอกการเกษตรเป็นหลัก โดยเฉพาะสาขาการค้า บริการ และการท่องเที่ยว ซึ่งมีมูลค่าสูงถึงร้อยละ 84.89 ของกลุ่มจังหวัด3 อย่างไรก็ตาม แม้จะมีตัวเลขรายได้ที่สูง แต่การเติบโตทางเศรษฐกิจของขอนแก่นต้องเผชิญกับความท้าทายเชิงโครงสร้าง โดยพบว่าภาคอุตสาหกรรมในพื้นที่ประสบภาวะหดตัวอย่างต่อเนื่องตลอดทศวรรษที่ผ่านมา ซึ่งเป็นปัจจัยหนึ่งที่ฉุดรั้งอัตราการเติบโตในภาพรวมและส่งผลให้รายได้ต่อหัวในช่วงสถานการณ์วิกฤตโรคระบาดโควิด-19 เกิดการชะลอตัวเมื่อเปรียบเทียบกับจังหวัดคู่แข่งอย่างนครราชสีมา4

1.2 อุตสาหกรรมฐานชีวภาพและการเกษตร

แม้ภาคการค้าและบริการจะเป็นสัดส่วนหลัก แต่ภาคอุตสาหกรรมที่เชื่อมโยงกับฐานทรัพยากรการเกษตร (Agro-industry) ยังคงเป็นฟันเฟืองที่สำคัญ โดยเฉพาะในพื้นที่อำเภอน้ำพอง ซึ่งเป็นฐานที่ตั้งสำคัญของโรงงานอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ เช่น โรงงานผลิตเยื่อกระดาษ โรงงานน้ำตาล และโรงงานผลิตเอทานอล5

กลุ่มบริษัทน้ำตาลขอนแก่น (KSL Group) ถือเป็นตัวอย่างที่ชัดเจนของการบูรณาการห่วงโซ่อุปทานระดับภูมิภาค บริษัทได้เริ่มต้นก่อตั้งจากโรงงานน้ำตาลกว้างสุ้นหลีในปี พ.ศ. 2488 ก่อนจะขยายตัวและแปรสภาพเป็นบริษัทมหาชนแห่งแรกในกลุ่มน้ำตาลที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยเมื่อปี พ.ศ. 25487 การดำเนินงานของ KSL Group มีการประยุกต์ใช้โมเดลเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) อย่างเป็นรูปธรรม ผ่านการจัดตั้งโรงไฟฟ้าน้ำตาลขอนแก่น ซึ่งใช้กากอ้อยเป็นเชื้อเพลิงชีวมวลในการผลิตกระแสไฟฟ้าและไอน้ำ โดยมีการขยายกำลังการผลิตไฟฟ้าจาก 30 เมกะวัตต์ เป็น 65 เมกะวัตต์ พร้อมกับการเพิ่มกำลังการหีบอ้อยเป็น 8,000 ตันอ้อยต่อวัน นอกจากนี้ยังมีการจัดตั้งโรงงานผลิตแอลกอฮอล์เพื่อแปรรูปกากน้ำตาลและน้ำอ้อยให้เกิดมูลค่าสูงสุด ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของการพัฒนาอุตสาหกรรมชีวภาพ (Biochemicals) ในเขตจังหวัดขอนแก่น5

ในมิติของเศรษฐกิจการเกษตรระดับฐานราก รายได้ของเกษตรกรในจังหวัดขอนแก่นยังคงผูกพันกับราคาพืชผลหลัก ซึ่งมีแนวโน้มการปรับตัวในทิศทางที่แตกต่างกันตามกลไกตลาดโลกและสภาพภูมิอากาศ

รายการสินค้าเกษตรที่ขายได้ ณ ไร่นา ราคาเฉลี่ย ปี 2565 (บาท/หน่วย) ราคาเฉลี่ย ปี 2566 (บาท/หน่วย)
ข้าวหอมมะลินาปี (บาท/กก.) 11.77 13.44
ข้าวเหนียวนาปี (บาท/กก.) 9.82 11.84
ข้าวนาปรัง (บาท/กก.) 6.98 8.42
มันสำปะหลังโรงงาน (บาท/กก.) 2.72 3.23
อ้อยโรงงาน (บาท/ตัน) 1,256.00 1,362.00
ยางพารา (ยางก้อน) (บาท/กก.) 23.88 21.75

ข้อมูลจากตารางแสดงให้เห็นถึงการปรับตัวเพิ่มขึ้นของราคาสินค้าเกษตรหลักเกือบทุกรายการในปี 2566 เมื่อเทียบกับปี 2565 ยกเว้นยางพาราที่ราคาปรับตัวลดลงเล็กน้อย ซึ่งการปรับตัวสูงขึ้นของราคาข้าว มันสำปะหลัง และอ้อยนี้ มีส่วนสำคัญในการพยุงกำลังซื้อของภาคครัวเรือนชนบทในจังหวัดขอนแก่นท่ามกลางความผันผวนของเศรษฐกิจภาพรวม8

2. ขอนแก่นโมเดล: นวัตกรรมการบริหารจัดการเมืองแบบกระจายอำนาจ

จุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้ขอนแก่นแตกต่างจากจังหวัดอื่นในประเทศไทยคือ กลไกการบริหารจัดการเมืองที่ขับเคลื่อนจากฐานรากหรือกระบวนการแบบ “Bottom-Up Approach” ภายใต้กรอบแนวคิดที่เรียกกันว่า “ขอนแก่นโมเดล” (Khon Kaen Model) บริบททางประวัติศาสตร์ของขอนแก่นที่เติบโตมาจากการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานในยุคสงครามเย็น (เช่น การสร้างถนนมิตรภาพเชื่อมโคราช-ขอนแก่น-อุดรธานี) และอานิสงส์จากแผนพัฒนาเศรษฐกิจแห่งชาติฉบับที่ 1 ทำให้เกิดกลุ่มทุนและเครือข่ายนักธุรกิจท้องถิ่นที่เข้มแข็ง ซึ่งมีความตระหนักรู้ถึงข้อจำกัดของการพัฒนาที่ต้องพึ่งพางบประมาณแบบ Project-based จากส่วนกลาง1

โครงสร้างเชิงสถาปัตยกรรมของการบริหารจัดการแบบ “ขอนแก่นโมเดล” นั้น เป็นเครือข่ายความร่วมมือเชิงนิเวศ (Ecosystem) ที่เชื่อมโยงระหว่างภาคเอกชนและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โดยจุดเริ่มต้นเกิดจากการรวมตัวของกลุ่มนักธุรกิจและลูกหลานคหบดีในขอนแก่นที่เคยศึกษาในต่างประเทศและซึมซับการพัฒนาเมืองในระดับสากล นำมาสู่การระดมทุนและจดทะเบียนก่อตั้ง บริษัท ขอนแก่นพัฒนาเมือง (KKTT) จำกัด ในช่วงปี พ.ศ. 2558-2559 เพื่อเป็นองค์กรแกนนำในการออกแบบยุทธศาสตร์เมือง1 จากวิสัยทัศน์ดังกล่าว ได้ขยายผลไปสู่การบูรณาการความร่วมมือขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 5 แห่ง ได้แก่ เทศบาลนครขอนแก่น เทศบาลเมืองศิลา เทศบาลตำบลเมืองเก่า เทศบาลตำบลสำราญ และเทศบาลตำบลท่าพระ ซึ่งได้ร่วมกันจดทะเบียนจัดตั้ง บริษัท ขอนแก่น ทรานซิท ซิสเต็ม จำกัด (KKTS) เมื่อวันที่ 24 มีนาคม พ.ศ. 2560 ด้วยทุนจดทะเบียนเริ่มแรก 5 ล้านบาท10

การก่อตั้ง KKTS ถือเป็นก้าวกระโดดทางกฎหมายและธรรมาภิบาล เนื่องจากเป็นวิสาหกิจของรัฐระดับท้องถิ่นแห่งแรกของไทยที่ตั้งขึ้นภายใต้พระราชบัญญัติเทศบาล พ.ศ. 2496 เพื่อทำหน้าที่จัดทำบริการสาธารณะขนาดใหญ่ โดยใช้รูปแบบการระดมทุนอิสระ (Project Finance) อาศัยศักยภาพของโครงการเป็นหลักประกันในการขอกู้เงินจากสถาบันการเงิน โดยไม่สร้างภาระผูกพันต่องบประมาณแผ่นดินหรือภาษีของประชาชน และมีเป้าหมายที่จะนำบริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยเพื่ออยู่ภายใต้การกำกับดูแลของ ก.ล.ต. ซึ่งสะท้อนถึงการถ่วงดุลอำนาจและการดำเนินงานที่โปร่งใสอย่างเป็นรูปธรรม11

2.1 โครงการนำร่องเมืองอัจฉริยะ (Smart City) 7 มิติ

ในปี พ.ศ. 2559 รัฐบาลได้อนุมัติแผนการพัฒนาขอนแก่นสู่การเป็น “เมืองอัจฉริยะ” ซึ่งดำเนินงานสอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) ของสหประชาชาติทั้ง 17 เป้าหมาย การผลักดันขอนแก่นสมาร์ตซิตี้ดำเนินการผ่าน 7 เสาหลักที่ครอบคลุมทุกมิติของการอยู่อาศัย ดังนี้:

การพัฒนาด้าน Smart Mobility (การสัญจรอัจฉริยะ) ถือเป็นภารกิจหลักของ KKTS และสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (depa) โดยมุ่งเน้นโครงการรถไฟฟ้ารางเบา (LRT) โครงการขอนแก่นซิตี้บัส (Khon Kaen City Bus) ที่ให้บริการเชื่อมต่อจากสถานีขนส่งผู้โดยสารแห่งที่ 3 และสนามบิน พร้อมบริการ WiFi และกล้องวงจรปิดบนรถ รวมถึงรถแทรมน้อยรอบบึงแก่นนครที่ได้รับการสนับสนุนจากประเทศญี่ปุ่น9 ในด้าน Smart Living (การดำรงชีวิตอัจฉริยะ) โครงการ Khon Kaen Smart Health ซึ่งร่วมมือกับคณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ได้นำร่องการใช้สายรัดข้อมืออัจฉริยะกับผู้สูงอายุจำนวน 500 ราย เพื่อติดตามข้อมูลสุขภาพแบบเรียลไทม์ เช่น การนอนหลับ ความดันโลหิต โดยระบบหลังบ้านเชื่อมต่อโดยตรงกับศูนย์สั่งการอัจฉริยะอุบัติเหตุฉุกเฉิน (IOC) ของโรงพยาบาลขอนแก่น ซึ่งความสำเร็จนี้ส่งผลให้ขอนแก่นคว้ารางวัล IDC Smart City Asia Pacific ประจำปี 25619

มิติทางด้าน Smart Environment (สิ่งแวดล้อมอัจฉริยะ) ดำเนินการโดยเทศบาลนครขอนแก่น ผ่านการจัดตั้งโรงไฟฟ้ากำจัดขยะระบบปิดแห่งแรกของจังหวัด ใช้เทคโนโลยีเผาตรงด้วยอุณหภูมิ 850-1,050 องศาเซลเซียส ซึ่งเผาไหม้สมบูรณ์และไม่ก่อให้เกิดมลพิษ โดยมีศักยภาพกำจัดขยะได้ถึง 450-600 ตันต่อวัน และนำความร้อนไปผลิตกระแสไฟฟ้าส่งขายการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคได้อีกด้วย9 ควบคู่ไปกับมิติ Smart Energy (พลังงานอัจฉริยะ) มหาวิทยาลัยขอนแก่นได้สร้างอาคารต้นแบบอนุรักษ์พลังงานสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero Energy Building) ณ อาคารสำนักงานกองสื่อสารองค์กร ซึ่งสามารถลดการใช้พลังงานได้ถึงร้อยละ 40 และร้อยละ 60 ของพลังงานที่ใช้จริงมาจากโซลาร์เซลล์ โดยผลิตไฟฟ้าได้เฉลี่ย 28,000 หน่วยต่อปี9

ในด้าน Smart Economy (เศรษฐกิจอัจฉริยะ) มีการผลักดันโครงการฟื้นฟูย่านเก่าให้เป็นศูนย์กลางเมืองสร้างสรรค์ รวมถึงการยกระดับสู่เมืองอุตสาหกรรมไมซ์ (MICE City) ผ่านหอประชุม KICE9 ด้าน Smart People (พลเมืองอัจฉริยะ) เทศบาลนครขอนแก่นร่วมกับนักวิชาการจัดทำชุดโครงการ 43 Innovations เพื่อระดมสมองคนรุ่นใหม่มาพัฒนานวัตกรรมแก้ปัญหาเมือง9 และด้าน Smart Governance (การบริหารภาครัฐอัจฉริยะ) จังหวัดและเทศบาลนครขอนแก่นได้ร่วมกันพัฒนาระบบ Electronic Provincial Administration Meeting (EPAM) สำหรับการบริหารจัดการการประชุมส่วนราชการประจำเดือน ซึ่งช่วยลดปริมาณการใช้กระดาษและประหยัดงบประมาณแผ่นดินได้อย่างเป็นรูปธรรม9

ด้วยความมุ่งมั่นและการดำเนินงานที่เป็นระบบครอบคลุมทั้ง 7 มิติดังกล่าว ส่งผลให้กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมได้พิจารณาประกาศมอบตราสัญลักษณ์และรับรองให้ขอนแก่นเป็นเมืองอัจฉริยะนำร่องอย่างเป็นทางการ เมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม พ.ศ. 256414

3. ศูนย์กลางคมนาคมและโครงข่ายโลจิสติกส์ไร้รอยต่อ

ความท้าทายของการขยายตัวของเมืองคือปัญหาสภาพการจราจรติดขัด ซึ่งเทศบาลนครขอนแก่นตระหนักดีว่าการแก้ไขปัญหาระยะยาวต้องอาศัยระบบขนส่งมวลชนที่มีประสิทธิภาพ ภายใต้วิสัยทัศน์ที่ว่า “เมืองที่พัฒนาแล้ว ไม่ใช่เมืองที่คนจนทุกคนมีรถ แต่เป็นเมืองที่คนรวยทุกคนยอมขึ้นระบบขนส่งสาธารณะ”15 นำมาสู่การลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานอย่างก้าวกระโดด

3.1 รถไฟฟ้ารางเบาขอนแก่น (Khon Kaen LRT)

โครงการรถไฟฟ้ารางเบา หรือ Light Rail Transit (LRT) สายเหนือ-ใต้ (สำราญ-ท่าพระ) ถือเป็นโครงการเรือธงของบริษัท ขอนแก่น ทรานซิท ซิสเต็ม จำกัด (KKTS) โครงการนี้มีมูลค่าการลงทุนประมาณ 15,000 ถึง 24,000 ล้านบาท โดยได้รับการพิจารณาและศึกษาความเป็นไปได้ทางเศรษฐศาสตร์อย่างรอบคอบ11

ระบบโครงข่ายของ LRT ขอนแก่น มีระยะทางรวม 22.8 – 26 กิโลเมตร แบ่งเป็นทางระดับดิน 17.54 กิโลเมตร และทางยกระดับ 5.26 กิโลเมตร โดยมีสถานีให้บริการจำนวน 16 ถึง 18 สถานี ครอบคลุมจุดยุทธศาสตร์สำคัญของเมือง เช่น มหาวิทยาลัยขอนแก่น โรงพยาบาลศรีนครินทร์ โลตัสเอ็กซ์ตร้า และสถานีขนส่งผู้โดยสารจังหวัดขอนแก่นแห่งที่ 3 ซึ่งทำหน้าที่เป็นจุดจอดแล้วจร (Park & Ride) ด้วย18

รูปแบบสถานี รายชื่อสถานีที่สำคัญในเส้นทางสายสำราญ-ท่าพระ
Type – A สถานีสามแยกวงเวียน มข., ศูนย์อาหารและบริการ 1
Type – B สถานีสามแยกประตู มข., รพ.ศรีนครินทร์, โตโยต้า, ไทยสมุทรฯ, โฮมโปร, เทสโก้ โลตัส, บขส.แห่งที่ 3
Type – C สถานีแยกประตูเมือง, ห้างบิ๊กซี, แยกเจริญศรี
Type – D สถานีสำราญ, บ้านหนองกุง, บ้านโนนม่วง, รร.สาธิต มอดินแดง, รร.ตำรวจภูธรภาค 4, บ้านกุดกว้าง, ท่าพระ
Type – E (รูปแบบสถานีเฉพาะกิจตามที่ออกแบบไว้ในพิมพ์เขียว)
Type – F สถานีแยกสามเหลี่ยม, ขอนแก่น แกรนด์ สเตชั่น

โครงการนี้เลือกใช้ระบบรถไฟฟ้าที่จ่ายไฟเหนือศีรษะ โดยในระยะแรกจะจัดหารถจำนวน 13-15 ขบวน แต่ละขบวนประกอบด้วย 3 ตู้โดยสาร สามารถรองรับผู้โดยสารได้ 180 คนต่อขบวน มีความสามารถในการขนส่งผู้โดยสารประมาณ 900 คนต่อชั่วโมง ด้วยความถี่ในการรอรถเฉลี่ย 8 นาที โดยประเมินอัตราค่าโดยสารเบื้องต้นไว้ที่ 15 บาท18

ความโดดเด่นของโครงการนี้คือการเป็นต้นแบบการพัฒนาระบบขนส่งที่ใช้ชิ้นส่วนและการประกอบภายในประเทศ (Local Content) โดยความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน (มทร.อีสาน) วิทยาเขตขอนแก่น ในการวิจัยและพัฒนาขบวนรถต้นแบบ แม้จะเผชิญอุปสรรคจากเหตุเพลิงไหม้โรงเก็บรถต้นแบบที่สร้างความเสียหายกว่า 84 ล้านบาท แต่ภาควิชาการและวิศวกรท้องถิ่นยังคงเดินหน้าฟื้นฟูและเตรียมการก่อสร้างรางทดลอง เพื่อให้พร้อมสำหรับการทดสอบและเดินรถจริง ซึ่งพิสูจน์ให้เห็นถึงศักยภาพด้านวิศวกรรมของคนในพื้นที่ได้อย่างชัดเจน20

3.2 โครงข่ายรถไฟความเร็วสูงและรถไฟทางคู่เชื่อมโยงภูมิภาค

ในระดับมหภาค ขอนแก่นถูกวางตำแหน่งให้เป็นศูนย์กลางโลจิสติกส์ของภาคอีสาน (Khon Kaen Logistics Hub) โดยเป็นจุดผ่านสำคัญของโครงการรถไฟความเร็วสูงไทย-จีน ระยะที่ 2 เส้นทาง นครราชสีมา-หนองคาย ซึ่งมีระยะทาง 606.17 กิโลเมตร หากแล้วเสร็จตามกำหนดการในปี พ.ศ. 2574-2575 จะช่วยลดระยะเวลาเดินทางจากกรุงเทพฯ ถึงหนองคายเหลือเพียง 3 ชั่วโมง 36 นาที ด้วยอัตราค่าโดยสารประมาณ 1,171 บาท โครงข่ายนี้จะเป็นประตูเศรษฐกิจเชื่อมต่อลุ่มน้ำโขงและเปิดช่องทางการค้ากับสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวและจีนตอนใต้23

นอกจากนี้ การรถไฟแห่งประเทศไทยยังได้เดินหน้าลงนามสัญญาโครงการรถไฟทางคู่ ระยะที่ 2 ช่วงขอนแก่น-หนองคาย ด้วยวงเงิน 28,600 ล้านบาท โครงการเหล่านี้จะทำงานประสานกับระบบท่าเรือบก (Dry Port) เพื่อยกระดับให้ขอนแก่นเป็นศูนย์กลางการคมนาคมและขนส่งสินค้าอย่างไร้รอยต่อ23

3.3 การเชื่อมโยงระหว่างจังหวัดและโลจิสติกส์ทางบก

แม้ระบบรางกำลังถูกพัฒนาอย่างเร่งด่วน แต่การคมนาคมทางบกยังคงเป็นเส้นเลือดใหญ่ที่หล่อเลี้ยงภูมิภาค การเชื่อมโยงระหว่างจังหวัดขอนแก่นกับจังหวัดศูนย์กลางทางเศรษฐกิจอื่นๆ ในภาคอีสาน เช่น อุบลราชธานี ถือเป็นเส้นทางยุทธศาสตร์ที่มีความสำคัญ ระยะทางบนทางหลวงสายหลัก (ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 23 หรือเส้นทางแจ้งสนิท) ระหว่างอุบลราชธานีและขอนแก่นอยู่ที่ประมาณ 280-291 กิโลเมตร ผ่านจังหวัดยโสธร ร้อยเอ็ด และมหาสารคาม ก่อนมาบรรจบที่อำเภอบ้านไผ่30

สำหรับการเดินทางด้วยรถโดยสารประจำทาง (รถทัวร์) จะใช้เวลาประมาณ 4 ชั่วโมง 10 นาที ถึง 4 ชั่วโมง 45 นาที โดยมีผู้ให้บริการหลักเช่น เพชรประเสริฐทัวร์ ซึ่งจัดเตรียมรถโดยสารปรับอากาศ (ม.4พ) ในอัตราค่าโดยสารเริ่มต้นที่ 309 บาท30 ในขณะที่การเดินทางด้วยระบบรถไฟระหว่างอุบลราชธานีและขอนแก่นในปัจจุบัน ยังคงต้องใช้การเดินทางอ้อมผ่านการสับเปลี่ยนขบวนที่สถานีชุมทางถนนจิระ จังหวัดนครราชสีมา หรือสถานีชุมทางแก่งคอย ซึ่งทำให้ระยะเวลาเดินทางด้วยรถไฟใช้เวลาเฉลี่ยสูงถึง 12 ชั่วโมง 5 นาที30 ข้อจำกัดของการเชื่อมโยงระบบรางในแนวนอน (ตะวันออก-ตะวันตก) นี้ ยิ่งตอกย้ำถึงความจำเป็นในการพัฒนาระบบโครงสร้างพื้นฐานระดับภูมิภาคในอนาคต

3.4 การขยายขีดความสามารถท่าอากาศยานนานาชาติขอนแก่น

เพื่อรองรับความต้องการในการเดินทางทางอากาศที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง กรมท่าอากาศยานได้ดำเนินโครงการก่อสร้างอาคารที่พักผู้โดยสารหลังใหม่ของท่าอากาศยานนานาชาติขอนแก่น ด้วยงบประมาณผูกพันปี 2561-2565 กว่า 1,076 ล้านบาท โครงการนี้ได้ขยายพื้นที่ใช้สอยรวมเป็น 40,000 ตารางเมตร เพิ่มความจุในการรองรับผู้โดยสารจากเดิมเป็น 2,000 คนต่อชั่วโมง หรือสูงสุด 5 ล้านคนต่อปี39

ควบคู่ไปกับการก่อสร้างอาคารจอดรถใหม่ที่จุรถยนต์ได้ 1,160 คัน พื้นที่ลานจอดเครื่องบินยังถูกขยายเพื่อรองรับเครื่องบินพาณิชย์ได้พร้อมกันถึง 11 ลำ โดยสามารถรองรับอากาศยานขนาดใหญ่อย่าง Airbus A330 และ Boeing 777 ได้ เพื่อเปิดโอกาสสู่การเป็นฮับการบินนานาชาติอย่างเต็มรูปแบบในอนาคต23

ปีปฏิทิน (พ.ศ.) จำนวนเที่ยวบิน จำนวนผู้โดยสาร (คน) ความเปลี่ยนแปลงของจำนวนผู้โดยสาร ปริมาณสินค้า/คาร์โก้ (ตัน)
2554 2,272 456,115 +16.53% 1,798.03
2558 10,363 1,280,942 +33.16% 1,725.75
2562 14,055 1,881,446 +0.93% 606.26
2564 (ช่วงวิกฤตโควิด) 4,612 545,911 -51.43% 184.47
2566 11,241 1,619,275 +14.98% 279.20
2568 (ประมาณการ) 11,630 1,710,817 +8.62% 371.56

สถิติจากตารางแสดงให้เห็นถึงความผันผวนของจำนวนผู้โดยสารจากผลกระทบของวิกฤตการณ์โลก แต่ในขณะเดียวกันก็สะท้อนถึงการฟื้นตัวอย่างรวดเร็วหลังปี พ.ศ. 2565 เป็นต้นมา ซึ่งการเตรียมความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐานของอาคารผู้โดยสารใหม่นี้ จะเป็นกุญแจสำคัญที่ทำให้ขอนแก่นสามารถรองรับปริมาณเที่ยวบินที่คาดว่าจะเพิ่มสูงขึ้นเกินระดับก่อนเกิดวิกฤตได้ในระยะยาว42

4. ศูนย์กลางการแพทย์ชั้นเลิศ (Medical Hub) และระบบนิเวศนวัตกรรมอุดมศึกษา

ด้วยการเป็นที่ตั้งของสถาบันอุดมศึกษาชั้นนำอย่างมหาวิทยาลัยขอนแก่น ซึ่งมีบุคลากรและนักศึกษาหมุนเวียนกว่า 34,000 คน ทำให้จังหวัดขอนแก่นมีต้นทุนทางวิชาการและการแพทย์ที่แข็งแกร่งที่สุดในภูมิภาค43

4.1 เมกะโปรเจกต์ Medical Hub โรงพยาบาลศรีนครินทร์

คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ได้ยกระดับการให้บริการสาธารณสุขครั้งประวัติศาสตร์ ผ่านโครงการก่อสร้าง “ศูนย์บริการการแพทย์เฉพาะทางชั้นเลิศ (Medical Hub)” โรงพยาบาลศรีนครินทร์ ซึ่งถือเป็นศูนย์การแพทย์ที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในอาเซียน ด้วยงบประมาณการลงทุนทั้งสิ้นกว่า 4,346 ล้านบาท โดยใช้ระยะเวลาก่อสร้างประมาณ 4 ปี และคาดว่าจะเปิดให้บริการเต็มรูปแบบได้ในปี พ.ศ. 256844

พื้นที่โครงการประกอบด้วยอาคารหลัก 4 อาคาร มีพื้นที่ใช้สอยรวม 197,424 ตารางเมตร โดยมีรายละเอียดดังนี้:

อาคารศูนย์บริการการแพทย์เฉพาะทางชั้นเลิศ (ความสูง 20 ชั้น): เป็นแกนกลางของโครงการ ซึ่งจะเพิ่มจำนวนเตียงให้บริการผู้ป่วยได้อีก 622 ถึง 704 เตียง รองรับห้องผู้ป่วยวิกฤต (ICU) จำนวน 117 เตียง และห้องผ่าตัดที่ทันสมัยจำนวน 25 ห้อง ภายในประกอบด้วยศูนย์การแพทย์เฉพาะทางชั้นเลิศ 7 ศูนย์45

อาคารสนับสนุนบริการทางการแพทย์ (ความสูง 8 ชั้น)

อาคารเรือนพักญาติ (ความสูง 4 ชั้น): สร้างขึ้นเพื่อตอบสนองต่อมิติทางสังคมโดยเฉพาะ สามารถรองรับญาติผู้ป่วยที่เดินทางมาจากต่างจังหวัดได้ประมาณ 400 คนต่อวัน ช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายและยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้รับบริการ45

อาคารจอดรถและพักญาติ (ความสูง 12 ชั้น): รองรับการจอดรถยนต์ได้มากกว่า 900 คัน เพื่อแก้ไขปัญหาความแออัดของพื้นที่จอดรถในโรงพยาบาล45

โครงการ Medical Hub แห่งนี้ ไม่เพียงแต่จะเพิ่มศักยภาพในการรองรับผู้ป่วยหนัก แต่ยังเป็นพื้นที่สำหรับบูรณาการเทคโนโลยีขั้นสูง เช่น การนำระบบปัญญาประดิษฐ์ (AI) เข้ามาใช้ในการให้บริการโทรเวชกรรม (Telemedicine) ระยะไกล และการใช้หุ่นยนต์เพื่อเพิ่มความแม่นยำในการรักษา ภายใต้ศูนย์นวัตกรรมทางการแพทย์ (KKU Health Care Innovation Center) นอกจากนี้ โครงการดังกล่าวยังเพิ่มขีดความสามารถในการผลิตบุคลากร โดยคาดว่าจะสามารถเพิ่มการผลิตแพทย์ผู้เชี่ยวชาญได้อีกปีละ 150 คน ตอบสนองต่อการเป็นฮับทางการแพทย์เพื่อสุขภาพระดับเอเชีย46

4.2 ระบบนิเวศนวัตกรรม: อุทยานวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น (KKUSP)

การผลักดันงานวิจัยขั้นแนวหน้า (Frontier Research) สู่การใช้ประโยชน์ในเชิงพาณิชย์เป็นเป้าหมายหลักของ อุทยานวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น (KKUSP) ซึ่งทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางของระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (Northeastern Economic Corridor: NeEC) อุทยานวิทยาศาสตร์ฯ ดำเนินบทบาทเป็นกลไกกลาง (Intermediary) ที่เชื่อมโยงความรู้จากสถาบันการศึกษากับภาคอุตสาหกรรม โดยให้การบ่มเพาะและสนับสนุนธุรกิจในทุกระดับ ตั้งแต่การสร้างสตาร์ทอัพ (Startup) การส่งเสริม SME วิสาหกิจชุมชน ไปจนถึงการเพิ่มศักยภาพองค์กรขนาดใหญ่ (Enterprise) มุ่งสู่เวทีโลก49

เพื่อให้สอดคล้องกับแนวทางการพัฒนาเศรษฐกิจแบบ BCG (Bio-Circular-Green Economy) บุคลากรของ KKUSP ในฐานะ “Innovation Builders” ได้ร่วมพัฒนาศักยภาพเพื่อยกระดับนวัตกรรมต้นแบบที่พร้อมต่อยอดเชิงอุตสาหกรรม (Industry-ready Prototype) โดยมีผลงานเด่นที่เตรียมเข้าสู่ตลาด เช่น:

XOSencial: นวัตกรรมกระบวนการผลิตพรีไบโอติก Xylooligosaccharides (XOS) จากวัสดุเหลือทิ้งทางการเกษตรในโรงงาน เช่น ชานอ้อย ด้วยเทคโนโลยีชีวภาพ เพื่อเสริมสร้างสมดุลจุลินทรีย์ในลำไส้ สามารถประยุกต์ใช้ในอุตสาหกรรมเครื่องดื่ม อาหารเสริม และอาหารสัตว์50

CAT-B: การพัฒนากากมันสำปะหลังให้กลายเป็นทรายแมวชีวภาพที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ย่อยสลายได้ตามธรรมชาติ 100% พร้อมเทคโนโลยี Photocatalytic ที่ช่วยดูดกลิ่นและยับยั้งเชื้อโรค ซึ่งตอบโจทย์ตลาดสัตว์เลี้ยงที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว50

RAINCO & Digital Water Service Platform: แพลตฟอร์มบริหารจัดการทรัพยากรน้ำด้วยระบบปัญญาประดิษฐ์และการสำรวจพื้นที่ด้วยโดรน เพื่อช่วยเหลือหน่วยงานรัฐและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในการวางแผนบริหารจัดการความเสี่ยงด้านอุทกภัยและระบบประปาดิจิทัล50

นอกจากนี้ KKUSP ยังจัดตั้งโครงการบ่มเพาะนักศึกษาและเยาวชนผ่านเวทีต่างๆ เช่น โครงการ Nextgen SynergyX, Startup Thailand League และ TED Youth Startups ซึ่งก่อให้เกิดบริษัทสตาร์ทอัพของคนรุ่นใหม่จำนวนมาก อาทิ ทีม Begin Bright 3D ที่ผลิตเส้นพลาสติกสำหรับพิมพ์ 3D จากขยะรีไซเคิล และ ทีม Cancer Care ที่พัฒนาชุดตรวจคัดกรองความเสี่ยงโรคมะเร็งเบื้องต้น แสดงให้เห็นถึงระบบนิเวศแห่งการเรียนรู้และการทำธุรกิจที่เข้มแข็งของเมืองขอนแก่น50

5. อุตสาหกรรมไมซ์ (MICE City) และเศรษฐกิจสร้างสรรค์

ความสามารถในการเป็นเจ้าภาพจัดงานระดับโลกถือเป็นกลไกสำคัญที่สร้างเม็ดเงินหมุนเวียนมหาศาลให้กับเมือง ขอนแก่นได้รับการประกาศรับรองจากสมาคมการประชุมและแสดงสินค้านานาชาติ (ICCA) ให้เป็นหนึ่งในเมืองไมซ์ (MICE City) ชั้นนำของประเทศไทยเคียงคู่กับเมืองหลักอย่างกรุงเทพฯ เชียงใหม่ และพัทยา โดยการที่เมืองในระดับภูมิภาคอย่างขอนแก่นและนครราชสีมาติดอันดับของ ICCA นั้น สะท้อนถึงความก้าวหน้าในการกระจายโอกาสทางเศรษฐกิจของประเทศอย่างชัดเจน52

5.1 ศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติขอนแก่น (KICE)

โครงสร้างพื้นฐานหลักที่รองรับอุตสาหกรรมไมซ์ในจังหวัดคือ ศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติขอนแก่น (KICE) ซึ่งเป็นอาคารขนาดใหญ่ที่โดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมระดับนานาชาติ อาคารแห่งนี้ก่อสร้างด้วยระบบหลังคาแบบ Long-Span ทำให้พื้นที่แสดงสินค้าปราศจากเสากลาง (Column-free) 100% ตอบโจทย์การจัดงานอุตสาหกรรมหนัก คอนเสิร์ต และการประชุมขนาดมหึมาได้อย่างไร้ข้อจำกัด53

KICE มีพื้นที่จัดแสดงภายในอาคาร (Indoor Exhibition Hall) รวม 7,510 ตารางเมตร และพื้นที่ภายนอก (Outdoor) อีก 4,680 ตารางเมตร ด้วยความสูงเพดาน 15 เมตร และพื้นคอนกรีตเสริมเหล็กที่สามารถรับน้ำหนักได้ถึง 2,000 กิโลกรัมต่อตารางเมตร ทำให้ที่นี่ได้รับการรับรองมาตรฐานสถานที่จัดงานประเทศไทย (TMVS)55

กราฟแท่งแสดงความจุที่นั่งสูงสุดของศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติขอนแก่น (KICE) ตามรูปแบบการจัดพื้นที่ โดยฮอลล์ 1 รองรับได้ 5,200 ที่นั่ง, ฮอลล์ 2 และ 3 รองรับได้ฮอลล์ละ 3,000 ที่นั่ง และเมื่อรวมพื้นที่ฮอลล์ 1-3 ทั้งหมดจะสามารถรองรับได้สูงสุดถึง 11,000 ที่นั่ง

เมื่อปรับโครงสร้างห้องโดยการรวม Hall 1 ถึง 3 เข้าด้วยกัน KICE สามารถรองรับผู้เข้าร่วมประชุมได้สูงสุดถึง 11,000 ที่นั่ง ในขณะที่ห้องประชุมขนาดกลางและเล็ก (M1 ถึง M7) ที่มีความสูงเพดาน 4 เมตร สามารถประยุกต์จัดพื้นที่รองรับการประชุมสัมมนาหรือพื้นที่เจรจาธุรกิจระดับย่อยได้ตั้งแต่ 40 ถึง 630 ที่นั่ง แสดงให้เห็นถึงความยืดหยุ่นในการจัดสรรพื้นที่อย่างครบวงจร55

5.2 ย่านเศรษฐกิจสร้างสรรค์ศรีจันทร์ (Srichan Creative District)

ภายใต้การขับเคลื่อนของสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (องค์การมหาชน) หรือ CEA และ TCDC ขอนแก่น ถนนศรีจันทร์ซึ่งถือเป็นย่านพาณิชยกรรมเก่าแก่และหัวใจทางเศรษฐกิจดั้งเดิมของเมือง ได้รับการคัดเลือกและยกระดับให้เป็น “ย่านเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (Creative District)” แห่งแรกในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ57

โมเดลการพัฒนาพื้นที่นี้ถอดบทเรียนมาจากความสำเร็จของย่านเจริญกรุงในกรุงเทพมหานคร โดยใช้พลังของศิลปะ การออกแบบ สถาปัตยกรรม และกิจกรรมทางวัฒนธรรม มาผสานเข้ากับกลไกทางธุรกิจ57 การรวมตัวของเครือข่ายศิลปิน คนทำงานสร้างสรรค์ ผู้ประกอบการรุ่นใหม่ (Young Entrepreneur Chamber of Commerce: YEC) ร่วมกับเทศบาลนครขอนแก่น ก่อให้เกิดกิจกรรมที่กระตุ้นความตื่นตัวของย่าน เช่น งานเทศกาลอีสานสร้างสรรค์ (Isan Creative Festival) และกิจกรรม “ศรีจันทร์สร้างสรรค์” ที่มีการจัดแสดงผลงานศิลปะ ปะติมากรรม การเพนต์อาคาร และการแสดงดนตรีตามจุดต่างๆ ทั่วย่าน13 กระบวนการนี้ไม่เพียงแต่ช่วยอนุรักษ์อาคารดั้งเดิม แต่ยังช่วยกระชับช่องว่างระหว่างวัยของคนในชุมชน เพิ่มพื้นที่ปฏิสัมพันธ์ และส่งเสริมความเท่าเทียมทางเศรษฐกิจในระดับรากหญ้า13

6. อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ ประวัติศาสตร์ และศิลปวัฒนธรรม

ภาคการท่องเที่ยวคือหัวใจในการกระจายรายได้สู่ภูมิภาค ข้อมูลจากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) คาดการณ์ว่าจังหวัดขอนแก่นสามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวได้ทะลุเป้า 5 ล้านคนต่อปี และสร้างรายได้หมุนเวียนสะสมสูงกว่า 13,000 ถึง 20,000 ล้านบาทต่อปี ขึ้นอยู่กับสภาวะเศรษฐกิจในภาพรวม61 ขอนแก่นมีศักยภาพด้านทรัพยากรการท่องเที่ยวที่หลากหลาย ครอบคลุมตั้งแต่แหล่งธรณีวิทยา ธรรมชาติ ไปจนถึงโบราณสถาน

6.1 ท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติและธรณีวิทยาระดับโลก (Eco & Geological Tourism)

อุทยานแห่งชาติภูผาม่าน เป็นเพชรเม็ดงามทางธรรมชาติของจังหวัด โดดเด่นด้วยภูมิทัศน์ของภูเขาหินปูนสูงชันสลับซับซ้อนราวกับผ้าม่าน จนได้รับสมญานามว่า “สวิตเซอร์แลนด์แห่งอีสาน”64 จุดเด่นทางนิเวศวิทยาที่สำคัญคือปรากฏการณ์ทางธรรมชาติที่ “ถ้ำค้างคาว” ซึ่งในทุกช่วงเย็นก่อนพระอาทิตย์ตก จะมีฝูงค้างคาวนับล้านตัวบินออกจากปากถ้ำเรียงต่อกันเป็นสายยาวพาดผ่านท้องฟ้า สร้างความตื่นตาตื่นใจแก่นักท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก64 นอกจากนี้ ภายในพื้นที่ยังมี “Blue Lagoon ภูผาม่าน” สระน้ำสีฟ้ามรกตใสสะอาดที่เกิดจากการยุติการทำเหมืองหิน ท่ามกลางหุบเขาหินปูนสีเทา กลายเป็นจุดเช็กอินและมุมถ่ายภาพยอดนิยม67

ความร่มรื่นของภูผาม่านก่อให้เกิดการเติบโตของธุรกิจที่พักและโฮมสเตย์อย่างคึกคัก เพื่อรองรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการสัมผัสความเงียบสงบและธรรมชาติ โดยมีที่พักหลากหลายรูปแบบให้เลือกสรร ดังตัวอย่างในตารางด้านล่าง:

ชื่อที่พัก/โฮมสเตย์ยอดนิยม จุดเด่นและลักษณะของที่พัก
ไวน์วูด ภูผาม่าน (Vinewood) สไตล์มินิมอล โทนสีขาว มีอ่างอาบน้ำส่วนตัวหันหน้ารับวิวภูเขา69
ผาม่านฝัน (Pha Man Fun) คาเฟ่และที่พักวิวภูเขาเต็มตา พร้อมมุมถ่ายภาพกับฉากหลังเทือกเขาหินปูนอลังการ69
โฮมสเตย์ตากะยาย สัมผัสธรรมชาติอย่างใกล้ชิด สามารถมองเห็นฝูงค้างคาวบินผ่านในยามเย็น69
ภูผาม่านฮันแน้ว ที่พักสไตล์คอนเทนเนอร์ ติดหน้าผาและใกล้กับถ้ำค้างคาว69
ผาม่านบ้านฉันโฮมสเตย์ ที่พักราคาประหยัด อบอุ่นสไตล์ชุมชนพื้นถิ่น70

ศูนย์ศึกษาวิจัยและพิพิธภัณฑ์ไดโนเสาร์ภูเวียง ขอนแก่นได้รับการบันทึกในหน้าประวัติศาสตร์ธรณีวิทยา ในฐานะพื้นที่ขุดค้นพบซากฟอสซิลไดโนเสาร์อายุกว่า 200 ล้านปีแห่งแรกของประเทศไทยเมื่อปี พ.ศ. 251972 พิพิธภัณฑ์แห่งนี้จัดแสดงเรื่องราววิวัฒนาการของโลกผ่านนิทรรศการ 5 โซนหลัก ครอบคลุมตั้งแต่การกำเนิดจักรวาลไปจนถึงยุคไดโนเสาร์ครองโลก โดยเฉพาะการให้ความรู้เกี่ยวกับไดโนเสาร์ 5 สายพันธุ์ใหม่ของโลกที่ถูกค้นพบในแอ่งเทือกเขาภูเวียง พิพิธภัณฑ์เปิดให้บริการในอัตราค่าเข้าชมที่เข้าถึงง่าย (ผู้ใหญ่ 20 บาท เด็ก 10 บาท) ถือเป็นแหล่งเรียนรู้วิทยาศาสตร์นอกห้องเรียนที่สำคัญของประเทศ72

อุทยานแห่งชาติน้ำพองและเขื่อนอุบลรัตน์ นำเสนอทัศนียภาพอันงดงามผ่าน “จุดชมวิวหินช้างสี” ซึ่งประกอบด้วยกลุ่มหินทรายขนาดใหญ่ที่มีร่องรอยการเสียดสีของช้างป่าในอดีต ทางอุทยานได้สร้างทางเดินลอยฟ้า (Skywalk) ให้นักท่องเที่ยวเดินชมธรรมชาติและมองเห็นภาพมุมกว้างแบบ 360 องศาของอ่างเก็บน้ำเขื่อนอุบลรัตน์ (บางแสน 2)77 ไม่ไกลกันนัก มี “วัดพระบาทภูพานคำ” ซึ่งประดิษฐานรอยพระพุทธบาทจำลองและ “หลวงพ่อใหญ่” พระพุทธรูปสีขาวตระหง่านอยู่บนยอดเขา ท้าทายศรัทธาพุทธศาสนิกชนด้วยทางขึ้นบันไดนาคราชจำนวน 1,049 ขั้น77

6.2 การท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์และอารยธรรมขอม

กู่ประภาชัย (กู่บ้านนาคำน้อย) เป็นโบราณสถานสำคัญที่ตั้งอยู่ในอำเภอน้ำพอง สะท้อนให้เห็นถึงอิทธิพลของอาณาจักรขอมที่แผ่ขยายมาถึงดินแดนอีสาน กู่ประภาชัยสร้างขึ้นจากศิลาแลงในสมัยพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 (ราวพุทธศตวรรษที่ 18) โดยมีแผนผังทางสถาปัตยกรรมแบบเดียวกับ “อโรคยาศาล” หรือโรงพยาบาลในยุคโบราณ82 นอกเหนือจากตัวปราสาทประธานแล้ว ภายนอกกำแพงแก้วยังมีสระน้ำหรือบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์รูปสี่เหลี่ยมผืนผ้ากรุด้วยศิลาแลง ปัจจุบันโบราณสถานแห่งนี้ได้รับการบูรณะโดยกรมศิลปากร และมักถูกใช้เป็นพื้นที่ประกอบพิธีกรรมทางความเชื่อของชุมชนก่อนฤดูทำนา เช่น การจุดบั้งไฟเพื่อเสี่ยงทายความอุดมสมบูรณ์ของสายฝน84

7. ซอฟต์พาวเวอร์ของขอนแก่น: ทุนทางวัฒนธรรม วิถีชีวิต และอาหาร

การเปลี่ยนผ่านสู่ความเป็นมหานครไม่ได้ทำลายอัตลักษณ์และทุนทางวัฒนธรรมของขอนแก่น แต่ในทางกลับกัน วิถีชีวิตดั้งเดิมได้ถูกนำมายกระดับให้กลายเป็น “ซอฟต์พาวเวอร์” (Soft Power) ที่สร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจระดับสากล

7.1 อุตสาหกรรมผ้าไหมมัดหมี่และนวัตกรรม “แต้มหมี่”

ผ้าไหมขอนแก่นไม่เพียงเป็นแค่เครื่องนุ่งห่ม แต่เป็นงานศิลปะที่สะท้อนถึงวิถีเกษตรกรรมและคติความเชื่อ อำเภอชนบท ถือเป็นศูนย์กลางการผลิตผ้าไหมมัดหมี่ที่เก่าแก่และมีชื่อเสียงที่สุดของจังหวัด โดยมีประวัติศาสตร์การทอผ้าสืบทอดมานานกว่า 200 ปี88

ในปัจจุบัน ช่างทอผ้าได้ผสมผสานนวัตกรรมเข้ากับภูมิปัญญาดั้งเดิม เกิดเป็นเทคนิคที่เรียกว่า “ผ้าไหมแต้มหมี่” (Taem Mee Silk) ซึ่งแตกต่างจากการมัดย้อมหมี่แบบเดิม โดยศิลปินจะใช้พู่กันแต้มสีหรือวาดลวดลายลงบนเส้นไหมโดยตรง ทำให้เกิดอิสระในการออกแบบลวดลายที่มีความทันสมัย (Modern Art) ไม่ซ้ำใคร88 กลุ่มวิสาหกิจชุมชนเช่น กลุ่มหัตถกรรมคุ้มสุขโข และแบรนด์ นิตดา (Nitda) แห่งบ้านหัวฝาย ได้นำเทคนิคนี้ไปผสานกับกระบวนการผลิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เช่น การใช้ปุ๋ยอินทรีย์ในการปลูกหม่อน และการ “ย้อมเย็น” ด้วยสีธรรมชาติจากสมุนไพร เพื่อลดการใช้พลังงานและสารเคมี90 นวัตกรรมความประณีตนี้เป็นที่ยอมรับอย่างกว้างขวาง จนห้องเสื้อแบรนด์ชั้นนำของประเทศนำไปใช้ในการออกแบบคอลเลกชันระดับสากล90

เพื่อเชิดชูอัตลักษณ์นี้ จังหวัดได้จัด “งานเทศกาลไหมนานาชาติ ประเพณีผูกเสี่ยว และงานกาชาดจังหวัดขอนแก่น“ ขึ้นเป็นประจำในช่วงปลายเดือนพฤศจิกายนถึงธันวาคม ณ บริเวณศาลากลางจังหวัด ภายในงานประกอบด้วยการจัดแสดงนิทรรศการผ้าไหมจากหลากหลายประเทศ การจำหน่ายผลิตภัณฑ์ OTOP และที่สำคัญคือการสืบสาน “ประเพณีผูกเสี่ยว” ซึ่งเป็นประเพณีการผูกข้อต่อแขนเพื่อสร้างมิตรภาพและความผูกพันอันแน่นแฟ้นตามวิถีชาวอีสาน92

7.2 มหานครแห่งหมอลำ (Mor Lam Hub)

ศิลปะการแสดงหมอลำคือลมหายใจและจิตวิญญาณของชาวอีสาน ซึ่งขอนแก่นได้สถาปนาตนเองเป็นศูนย์กลางบัญชาการและแหล่งบ่มเพาะคณะหมอลำระดับประเทศกว่า 20 คณะ อาทิ ระเบียบวาทะศิลป์ ประถมบันเทิงศิลป์ หมอลำใจเกินร้อย และสาวน้อยเพชรบ้านแพง95

หมอลำในยุคปัจจุบันได้ก้าวข้ามกรอบการแสดงพื้นบ้าน สู่การจัดโปรดักชันแสงสีเสียงระดับคอนเสิร์ตฮอลล์ที่มีความอลังการ มีการปรับตัวใช้สื่อโซเชียลมีเดียเพื่อสร้างการมีส่วนร่วมกับฐานแฟนคลับรุ่นใหม่ นำมาสู่การจัดงานเทศกาลหมอลำขนาดใหญ่ใจกลางเมือง (เช่น บริเวณลานศรีจันทร์ และภายในมหาวิทยาลัยขอนแก่น) ซึ่งดึงดูดผู้เข้าชมจำนวนมหาศาลและสร้างเม็ดเงินหมุนเวียนในอุตสาหกรรมบันเทิงท้องถิ่นอย่างเป็นกอบเป็นกำ95

7.3 เทศกาลสุดยอดสงกรานต์ถนนข้าวเหนียว

“ถนนข้าวเหนียว” (ถนนศรีจันทร์) คือภาพสะท้อนพลังของมวลชนในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ไฮไลต์ที่สร้างชื่อเสียงไปทั่วโลกคือกิจกรรม “คลื่นมนุษย์ไร้แอลกอฮอล์” (Human Wave) ซึ่งรณรงค์ให้ประชาชนเล่นน้ำอย่างสนุกสนาน ปลอดภัย และไร้เครื่องดื่มมึนเมา กิจกรรมนี้เคยสร้างสถิติโลก (World Record) ด้วยการรวมตัวของนักท่องเที่ยวเล่นคลื่นมนุษย์ยาวตลอดเส้นทาง 1.4 กิโลเมตร ต่อเนื่องยาวนานถึง 17.41 นาที99

ในแต่ละปี ยอดนักท่องเที่ยวที่หลั่งไหลมาร่วมงานสงกรานต์ที่ถนนข้าวเหนียวมีจำนวนทะลุกว่า 300,000 คน ซึ่งนอกจากจะสร้างความสนุกสนานผ่านการแสดงคอนเสิร์ตจากศิลปินชั้นนำแล้ว ยังเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก กระจายรายได้สู่พ่อค้ารายย่อย ร้านอาหาร และธุรกิจโรงแรมอย่างถ้วนหน้า101

7.4 การท่องเที่ยวเชิงอาหาร (Gastronomy Tourism) และ Michelin Guide

เสน่ห์ปลายจวักและวัฒนธรรมอาหารท้องถิ่นของขอนแก่นมีความแข็งแกร่งจนได้รับการยอมรับและบรรจุในคู่มือร้านอาหารระดับโลกอย่าง มิชลิน ไกด์ ประเทศไทย (Michelin Guide Thailand 2023-2024)105 ร้านอาหารที่ได้รับการคัดเลือกสะท้อนถึงวิถีชีวิตดั้งเดิมและความยั่งยืนทางอาหาร ตัวอย่างร้านอาหารที่ได้รับคำแนะนำ เช่น:

บ้านเฮง: ร้านอาหารเช้าสไตล์สภากาแฟยอดนิยม นำเสนอเมนูไข่กระทะ ขนมปังปิ้ง และโจ๊ก สะท้อนวิถีชีวิตคนเมืองขอนแก่นยามเช้า105

มีกินฟาร์ม (Mekin Farm): ร้านอาหารและฟาร์มออร์แกนิกในอำเภอหนองเรือ ที่ใช้กระบวนการเกษตรอินทรีย์ 100% ปราศจากสารเคมี โดยนำผลผลิตสดใหม่จากฟาร์มมาปรุงเป็นอาหาร105

ร้านอาหารท้องถิ่นยอดนิยม: ร้านประสิทธิ์โภชนา ซึ่งขึ้นชื่อเรื่องอาหารอีสานและเนื้อวัวคุณภาพเยี่ยมที่เปิดให้บริการมากว่า 40 ปี, ร้านประไพร, โสเจ๊งโภชนา, ก๋วยเตี๋ยวเนื้อเฮียจ่อย และสตรีตฟู้ดคิวยาวอย่าง โจ๊ก ก๋วยจั๊บ ต้มเส้น บัตรคิว105

ไก่ย่างเขาสวนกวาง: ของดีประจำอำเภอเขาสวนกวางที่ตั้งอยู่ริมถนนมิตรภาพ โดดเด่นด้วยสูตรการย่างไก่บ้านหนังกรอบ เนื้อนุ่มฉ่ำ หอมกลิ่นสมุนไพรและเตาถ่าน โดยมีร้านระดับตำนานอย่าง ไก่ย่างวรรณา และไก่ย่างเจ๊เตียง เป็นจุดแวะพักรับประทานอาหารที่นักเดินทางพลาดไม่ได้109

8. บทสรุปและข้อวิเคราะห์เชิงนโยบาย

การเปลี่ยนแปลงเชิงยุทธศาสตร์ของจังหวัดขอนแก่นถือเป็นกรณีศึกษา (Case Study) ที่โดดเด่นและทรงพลังที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศไทย ในประเด็นเรื่องการกระจายอำนาจทางเศรษฐกิจและการบริหารจัดการตนเองของท้องถิ่น การถือกำเนิดของ “ขอนแก่นโมเดล” ผ่านการบูรณาการความร่วมมือของภาคเอกชน (KKTT) และภาคส่วนท้องถิ่น (KKTS) แสดงให้เห็นถึงก้าวสำคัญในการทลายข้อจำกัดของระบบราชการรวมศูนย์ พิสูจน์ให้เห็นว่าชุมชนในระดับภูมิภาคมีขีดความสามารถที่จะร่วมกันระดมทุนและวางแผนยุทธศาสตร์โครงการโครงสร้างพื้นฐานระดับชาติอย่างรถไฟฟ้ารางเบา (LRT) ได้ด้วยศักยภาพของตนเอง11

ในมิติเศรษฐศาสตร์มหภาค ความพยายามในการยกระดับเมืองไปสู่จุดศูนย์กลางโลจิสติกส์ ศูนย์กลางอุตสาหกรรมไมซ์ (KICE) และศูนย์กลางทางการแพทย์ (Medical Hub) คือการปรับตัวเชิงโครงสร้างที่ชาญฉลาด เพื่อทดแทนการหดตัวของภาคอุตสาหกรรมยุคเก่า4 การขยายสนามบินเพื่อรองรับผู้โดยสาร 5 ล้านคน การเตรียมพร้อมสำหรับโครงการรถไฟความเร็วสูง และการลงทุนเพิ่มเตียง 700 เตียงของโรงพยาบาลศรีนครินทร์ ล้วนเป็นจิ๊กซอว์ที่สอดประสานกันเพื่อรองรับตลาดการลงทุนและยกระดับสู่ตลาด “การท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ (Medical Tourism)” ซึ่งพร้อมดึงดูดเม็ดเงินและกำลังซื้อทั้งจากในประเทศ ตลอดจนจากสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว และจีนตอนใต้25

ในขณะเดียวกัน ขอนแก่นไม่ละทิ้งรากเหง้าทางวัฒนธรรม การส่งเสริมทุนทางวัฒนธรรม ทั้งผ้าไหมแต้มหมี่ โบราณสถานกู่ประภาชัย พลังสร้างสรรค์ของศิลปินหมอลำ และบรรยากาศการเฉลิมฉลองของคลื่นมนุษย์ถนนข้าวเหนียว ล้วนถูกนำมาปรับประยุกต์เข้าสู่ระบบเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (Creative Economy) ตามย่านศรีจันทร์สร้างสรรค์57 ยุทธศาสตร์เหล่านี้ทำหน้าที่เสมือนเกราะป้องกันทางวัฒนธรรมและเป็นเครื่องมือกระจายรายได้สู่ชุมชนฐานราก มั่นใจได้ว่าการพัฒนาของขอนแก่นจะไม่กระจุกตัวอยู่เพียงแต่กับกลุ่มทุนขนาดใหญ่ แต่ผลสัมฤทธิ์นั้นหยั่งรากลึกไปถึงประชาชนผู้เป็นเจ้าของวิถีชีวิตอย่างแท้จริง

ท้ายที่สุด เส้นทางสู่อนาคตของจังหวัดขอนแก่นจึงมิใช่เพียงการเป็นแค่ “Smart City” ที่เพียบพร้อมด้วยเทคโนโลยีฮาร์ดแวร์ แต่หัวใจสำคัญคือการเป็น “เมืองอัจฉริยะที่ใช้เทคโนโลยีและการร่วมมือของชุมชนเป็นเครื่องมือรับใช้ประชาชน” ยกระดับความเป็นอยู่ สร้างความเท่าเทียมทางเศรษฐกิจ และพร้อมก้าวขึ้นเป็นมหานครแห่งความยั่งยืนของภูมิภาคอินโดจีนในศตวรรษที่ 21 อย่างเต็มภาคภูมิ

ผลงานที่อ้างอิง

1. ขอนแก่นโมเดลThe Legacy of City Development – We Citizen Thailand

2. การพัฒนาเมืองอัจฉริยะขอนแก่น Khon Kaen Smart City Development

3. ผลิตภัณฑ์มวลรวมกลุ่มจังหวัด(Gross Provincial Cluster Product : GPCP)

4. ทศวรรษแห่งการชะลอตัวของเศรษฐกิจขอนแแก่นและการทิ้งห่างของ

5. ทำเนียบผู้ประกอบการอุตสาหกรรมเคมีชีวภาพ (Biochemicals)

6. แผนพัฒนาจังหวัดขอนแก่น (พ.ศ. ๒๕๖๖ – ๒๕๗๐)

7. ประวัติความเป็นมา – Khon Kaen Sugar Industry

8. 1 ข้อมูลพื้นฐานของจังหวัดขอนแก่น

9. ‘ขอนแก่นโมเดล’ วิถีการสร้างเมืองอัจฉริยะแบบคนขอนแก่น – greenery.org

10. ~ 581 ~ การพัฒนาเมืองขอนแก่นให้เป็นเมืองอัจฉริยะ – มหาวิทยาลัยขอนแก่น

11. รู้จัก KKTS และโครงการรถไฟฟ้ารางเบาขอนแก่น – ขอนแก่น ทรานซิท ซิสเต็ม

12. ขอนแก่นโมเดล – NIA MOOCs

13. การพัฒนาเมืองขอนแก่นตามแนวคิดการพัฒนาย่านสร้างสรรค์ กรณีศึกษา ย่าน

14. เทศบาลนครขอนแก่น – Thai smartgrid

15. ถอดบทเรียน ‘ขอนแก่น Smart City’ เมืองคุณภาพสร้างได้ไม่ใช่แค่ฝัน

16. แนวคิดการพัฒนาเมืองอัจฉริยะ สำหรับโครงการขอนแก่น Smart City (ระยะที่ ๑)

17. รถไฟฟ้าขอนแก่น รอEIA-เตรียมระดมทุน1.5หมื่นล้าน คาดปักเสาเข็มปี’60

18. เปิดข้อมูลการออกแบบรายละเอียด “รถไฟฟ้ารางเบาขอนแก่น” – Pantip

19. OUR PROJECT | บริษัท ขอนแก่นพัฒนาเมือง (เคเคทีที) จำกัด : Khon

20. ทำความรู้จัก รถไฟฟ้ารางเบาขอนแก่น ความหวังของการพัฒนาเมือง หลังเกิด

21. LRT ขอนแก่นคืบหน้า! พร้อมเดินหน้าทดสอบ – YouTube

22. รถไฟฟ้ารางเบา LRT เมืองขอนแก่น ต้นแบบขนส่งสาธารณะฝีมือคนไทย

23. Khon Kaen Logistics Hub เมื่อขอนแก่นเป็นศูนย์กลางโลจิสติกส์ภาคอีสาน

24. พาอัพเดทเบิ่ง .. รถไฟความเร็วสูงสายแรกของไทย กรุงเทพฯ – โคราช

25. รถไฟความเร็วสูงระยะที่ 2 โคราช–หนองคาย คืบหน้าถึงไหนแล้ว? – YouTube

26. ขยายโครงข่ายการเดินทางมิติใหม่ เปิดประตูเศรษฐกิจลุ่มน้ำโขง ด้วยรถไฟ

27. ไทม์ไลน์”รถไฟความเร็วสูง” “โคราช-หนองคาย”เสร็จปี 74 – YouTube

28. รถไฟความเร็วสูงอีสาน ๒ แสนล.เชื่อมอาเซียน | KORATDAILY ONLINE

29. การรถไฟฯ เซ็นสัญญาสร้างแล้วรถไฟทางคู่ขอนแก่น–หนองคาย วงเงิน 2.86

30. อุบลราชธานี ไป ขอนแก่น ทาง รถบัสรถไฟรถยนต์แท็กซี่เครื่องบิน – Rome2Rio

31. แผนที่เส้นทาง อำเภอวารินชำราบ จังหวัดอุบลราชธานี ถึง อำเภอเมือง

32. 5 ทางหลวงสายหลักในอุบลราชธานี | ECOCAR rent-a-car

33. อุบลราชธานี ไป ขอนแก่น – จองตั๋วรถทัวร์ออนไลน์ – BusX

34. ตั๋วรถทัวร์ ขอนแก่น อุบลราชธานี เริ่มต้น 309.00 บาท

35. รถโดยสารจาก อุบลราชธานี ไปยัง ขอนแก่น | Bus Online Ticket

36. วิธีเดินทางจาก อุบลราชธานี ไป ขอนแก่น – Bookaway

37. รถไฟจาก อุบลราชธานี ไป ขอนแก่น เริ่มต้น ฿422 | ตั๋วและตารางเวลา

38. กําหนดเวลาเดินรถสายตะวันออกเฉียงเหนือ (เที่ยวกลับ)

39. ปลื้มปีติ “กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ” ทรงเปิดอาคารผู้โดยหลังใหม่

40. อัพเดต!!! ความคืบหน้าสนามบินขอนแก่น คาดเปิด 2565 นี้ – Thelist.group

41. โครงการพัฒนาท่าอากาศยานขอนแก่น จังหวัดขอนแก่น – กรมท่าอากาศยาน

42. ท่าอากาศยานนานาชาติขอนแก่น – วิกิพีเดีย

43. Khon Kaen University – มหาวิทยาลัยขอนแก่น

44. Medical Hub ศูนย์การแพทย์ชั้นเลิศ มข. ขยายเตียงให้บริการเพิ่มกว่า 700

45. ศูนย์การแพทย์ภูมิภาค 4,400 ลบ. Khon Kaen Medical Hub – Pantip

46. Medical Hub ศูนย์การแพทย์ใหญ่ที่สุดในอาเซียน มูลค่ารวม … – Pantip

47. “เมดิคัลฮับ” ม.ขอนแก่นงบ 4,346 ล้านบาทเริ่มสร้างแล้ว คาดแล้วเสร็จต้นปี 68

48. ม.ขอนแก่น ทุ่มงบ 4.3 พันล. สร้างศูนย์บริการแพทย์ชั้นเลิศ พร้อมก้าวสู่

49. สร้าง Startup – อุทยานวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น

50. สรุปนวัตกรรมพร้อมใช้สู่การต่อยอดในภาคอุตสาหกรรม ในพื้นที่ระเบียง

51. สตาร์ทอัพใหม่ใกล้ฉัน!! KKUSP มุ่งบ่มเพาะนักศึกษารุ่นใหม่ สู่เส้นทางในการ

52. TCEB Isan Mice เผย “นครราชสีมา” และ “ขอนแก่น” ติดอันดับ✈️ ‘เมืองจัด

53. โครงการ ศูนย์ประชุมและแสดงสินค้าขอนแก่น KICE SUCCESS FOR ALL

54. มาฮู้จัก KICE ศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติ ขอนแก่น ที่พร้อมเป็นส่วน

55. ศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติขอนแก่น (ไคซ์) – THAI MICE CONNECT

56. KICE Khon Kaen – ศูนย์การประชุมและแสดงสินค้านานาชาติไคซ์ ขอนแก่น

57. CEA พาคณะสื่อมวลชนเยี่ยมชม ‘ย่านศรีจันทร์’ ย่านประวัติศาสตร์จังหวัดขอนแก่น

58. Sri Chan | Districts | Creative City Development by CEA (TH)

59. ขับเคลื่อนย่านเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ‘ถนนศรีจันทร์’ แบบไม่มีช่องว่างระหว่างเจ

60. ศรีจันทร์ซอดแจ้ง Walking Street – Creative Economy Agency

61. ททท.-ขอนแก่น เผยมั่นใจนักท่องเที่ยวไทย-เทศ เที่ยวขอนแก่นปี 67 ทะลุ 5

62. ททท. ประกาศความสำเร็จยอดนักท่องเที่ยวเข้าขอนแก่นทะลุเป้า 5 ล้าน รับปี

63. รายได้จากการท่องเที่ยวในภาคอีสาน เป็นจั่งใด๋

64. 10+ ที่เที่ยวภูผาม่าน 2569 ครบทั้งธรรมชาติ คาเฟ่ พร้อมแผนเที่ยว | Trip.com

65. รู้จักกับ “ภูผาม่าน ขอนแก่น” พร้อมช่วงเวลาน่าเที่ยว

66. ถ้ำค้างคาว ภูผาม่าน ขอนแก่น: ค้างคาวออกกี่โมง? แนะนำรอบเย็น – Lemon8

67. Blue lagoon ภูผาม่าน Unseen สระมรกต – Paiduaykan.com

68. [รีวิว] ที่เที่ยวขอนแก่น ภูผาม่านพร้อมจุดไฮไลท์และกิจกรรมแนะนำ – Traveloka

69. ที่พักภูผาม่าน อัปเดต 2569 จองตรง ปลอดภัย 100% | RoomScope

70. 15 ที่พักภูผาม่าน เปิดใหม่ สวยๆ วิวหลักล้าน อัปเดต 2026 – พักไหนดี

71. อัปเดต 6 ที่พักภูผาม่าน ขอนแก่น บรรยากาศชิลล์ กลางธรรมชาติสุดฟิน

72. พิพิธภัณฑ์ไดโนเสาร์ภูเวียง – ดาวน์โหลดหนังสือ | 1-28 หน้า | AnyFlip

73. พิพิธภัณฑ์ไดโนเสาร์ภูเวียง – TAT Edutour

74. ศูนย์ศึกษาวิจัยและพิพิธภัณฑ์ไดโนเสาร์ภูเวียง จังหวัดขอนแก่น

75. พิพิธภัณฑ์ไดโนเสาร์ภูเวียง ขอนแก่น ท่องโลกดึกดำบรรพ์ ชมไดโนเสาร์ไทย

76. พิพิธภัณฑ์ไดโนเสาร์ภูเวียง จังหวัดขอนแก่น ประเทศไทย – Palanla

77. รีวิวจุดชมวิวหินช้างสีขอนแก่นUnseenหินล้านปีวิวเขื่อนอุบลรัตน์ ปี 2569

78. จุดชมวิวหินช้างสี (Hin Chang Si View Point) – รีวิวสถานที่ท่องเที่ยว

79. สถานที่ท่องเที่ยวในขอนแก่น – Khon Kaen Hub

80. วัดพระบาทภูพานคำ (ดู – ท้องถิ่นจังหวัดขอนแก่น

81. ไหว้พระ 7 วัดสวย ขอนแก่น ทำบุญ รับสิริมงคล ถ่ายรูปสวย – TrueID Travel

82. กู่ประภาชัย (กู่บ้านนาคำน้อย) ขอนแก่น | ข้อมูลเที่ยวและการเดินทาง

83. วัดกู่ประภาชัย (กู่ประภาชัย / กู่บ้านนาคำน้อย) – ขอนแก่นลิงก์

84. กู่ประภาชัย โบราณสถาน ขอนแก่น ที่เที่ยวประวัติศาสตร์ขอม แห่ง ภาคอีสาน

85. วัดกู่ประภาชัย แบบบทของการดูแลพุทธสถาน – ทางอีศาน

86. รีวิว วัดกู่ประภาชัย – กู่ประภาชัย หรือ กู่บ้านนาคำน้อย สถานที่ท่องเที่ยวเชิง

87. กู่ประภาชัย หรือ กู่บ้านนาคำน้อย จ.ขอนแก่น : โรคที่เบียดเบียนร่างกายของ

88. ผ้าไหมจังหวัดขอนแก่น – สำนักงานหม่อนไหมเฉลิมพระเกียรติฯ เขต 3

89. ผ้าไหมและภูมิปัญญาขอนแก่น – KAEN

90. ‘นิตดา’ ผ้าไหมแต้มหมี่โมเดิร์นสร้างชื่อของจังหวัดขอนแก่น – ThaiPower.co

91. เรียนรู้ภูมิปัญญาท้องถิ่นแบบยั่งยืนผ่านเส้นทางผ้า ที่กลุ่มหัตถกรรมคุ้มสุขโข จ

92. งานเทศกาลไหมนานาชาติ – Thailand Festival

93. งานเทศกาลไหมและประเพณีผูกเสี่ยว – สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดขอนแก่น

94. งานเทศกาลไหมนานาชาติ ประเพณีผูกเสี่ยวและงานกาชาด จังหวัดขอนแก่น

95. ปลาร้า หมอลำ อีสาน ทูเดอะ เวิลด์’ 24 Thailand Festival งานยิ่งใหญ่ประจำ

96. ครบรอบ 60 ปี ม.ขอนแก่น จัดเต็มหมอลำ 4 เวที 3 วัน 3 คืน เดือน ต.ค.นี้

97. คิวงานหมอลำวันนี้ (7 มิ.ย. 2568) รวมหลายคณะ: ระเบียบวาทะศิลป์-ประถม

98. ทำยังไง ขอนแก่น ถึงจะเป็นเมืองศูนย์กลางธุรกิจความบันเทิง – Pantip

99. สงกรานต์ถนนข้าวเหนียวขอนแก่นวันที่ 2 นักท่องเที่ยวกว่า 7 หมื่นคน ร่วมทำ

100. สงกรานต์ถนนข้าวเหนียว คลื่นมนุษย์ไร้แอลกอฮอล์นักท่องเที่ยวร่วมงานกว่า 5

101. ทุบสถิติโลกได้ตามคาด “คลื่นมนุษย์” ถนนข้าวเหนียวใช้เวลาเล่น 17.41 นาที

102. สงกรานต์ ขอนแก่น คืนแรก นักท่องเที่ยวกว่า 5 หมื่นคน ร่วมเล่นคลื่นมนุษย์

103. สงกรานต์ขอนแก่น ถนนข้าวเหนียวคึกคัก นักท่องเที่ยวหลั่งไหลร่วม “คลื่น

104. ถนนข้าวเหนียวแทบแตก! แสนคนเล่นคลื่นมนุษย์ไปอย่างเดียว » ขอนแก่นลิงก์

105. 11 ร้านอาหาร มิชลินไกด์ ขอนแก่น 2026 มาอีสานต้องแวะ – TrueID Food

106. ตระเวนชิมร้านอาหารมิชลินไกด์ในขอนแก่น – Lemon8

107. ร้านอาหารมิชลินที่ไม่ควรพลาดในขอนแก่น – Lemon8

108. รวมร้านอาหารมิชลินไกด์ขอนแก่น ที่ต้องไปลิ้มลอง – Lemon8 App

109. ยายแพง ไก่ย่างเขาสวนกวาง ขอนแก่น: พิกัดร้านดัง เมนูแนะนำ … – Lemon8

110. 5 ร้านไก่ย่างเขาสวนกวาง เมืองขอนแก่น ร้านดังขอนแก่น รวมร้านอาหารขอนแก่น

111. ร้านอาหารแนะนำในอำเภอ เขาสวนกวาง ปี 2026 (อัปเดตเดือนสิงหาคม)

📍 ร้านใกล้ฉัน.com