สารบัญเนื้อหา
- บทนำ: พลวัตการเปลี่ยนแปลงและวิสัยทัศน์แห่งอนาคต
- 1. โครงสร้างเศรษฐกิจมหภาคและบริบทความท้าทาย
- 1.1 ผลิตภัณฑ์มวลรวมและพลวัตทางรายได้
- 1.2 อุตสาหกรรมฐานชีวภาพและการเกษตร
- 2. ขอนแก่นโมเดล: นวัตกรรมการบริหารจัดการเมืองแบบกระจายอำนาจ
- 2.1 โครงการนำร่องเมืองอัจฉริยะ (Smart City) 7 มิติ
- 3. ศูนย์กลางคมนาคมและโครงข่ายโลจิสติกส์ไร้รอยต่อ
- 3.1 รถไฟฟ้ารางเบาขอนแก่น (Khon Kaen LRT)
- 3.2 โครงข่ายรถไฟความเร็วสูงและรถไฟทางคู่เชื่อมโยงภูมิภาค
- 3.3 การเชื่อมโยงระหว่างจังหวัดและโลจิสติกส์ทางบก
- 3.4 การขยายขีดความสามารถท่าอากาศยานนานาชาติขอนแก่น
- 4. ศูนย์กลางการแพทย์ชั้นเลิศ (Medical Hub) และระบบนิเวศนวัตกรรมอุดมศึกษา
- 4.1 เมกะโปรเจกต์ Medical Hub โรงพยาบาลศรีนครินทร์
- 4.2 ระบบนิเวศนวัตกรรม: อุทยานวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น (KKUSP)
- 5. อุตสาหกรรมไมซ์ (MICE City) และเศรษฐกิจสร้างสรรค์
- 5.1 ศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติขอนแก่น (KICE)
- 5.2 ย่านเศรษฐกิจสร้างสรรค์ศรีจันทร์ (Srichan Creative District)
- 6. อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ ประวัติศาสตร์ และศิลปวัฒนธรรม
- 6.1 ท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติและธรณีวิทยาระดับโลก (Eco & Geological Tourism)
- 6.2 การท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์และอารยธรรมขอม
- 7. ซอฟต์พาวเวอร์ของขอนแก่น: ทุนทางวัฒนธรรม วิถีชีวิต และอาหาร
- 7.1 อุตสาหกรรมผ้าไหมมัดหมี่และนวัตกรรม “แต้มหมี่”
- 7.2 มหานครแห่งหมอลำ (Mor Lam Hub)
- 7.3 เทศกาลสุดยอดสงกรานต์ถนนข้าวเหนียว
- 7.4 การท่องเที่ยวเชิงอาหาร (Gastronomy Tourism) และ Michelin Guide
- 8. บทสรุปและข้อวิเคราะห์เชิงนโยบาย
- ผลงานที่อ้างอิง
ยุทธศาสตร์การพัฒนาและการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างทางเศรษฐกิจ สังคม และนวัตกรรมของจังหวัดขอนแก่น: สู่การเป็นเมืองอัจฉริยะและศูนย์กลางแห่งภูมิภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
บทนำ: พลวัตการเปลี่ยนแปลงและวิสัยทัศน์แห่งอนาคต
จังหวัดขอนแก่นถือเป็นศูนย์กลางทางยุทธศาสตร์ที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของภูมิภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทย ด้วยตำแหน่งที่ตั้งทางภูมิศาสตร์ที่เชื่อมโยงระเบียงเศรษฐกิจแนวตะวันออก-ตะวันตก (East-West Economic Corridor) และแนวเหนือ-ใต้ ทำให้ขอนแก่นถูกยกระดับจากการเป็นเพียงจังหวัดทางผ่านสู่การเป็น “มหานคร” ศูนย์กลางด้านการค้า การลงทุน การแพทย์ การศึกษา และนวัตกรรม1 การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างทางเศรษฐกิจของจังหวัดขอนแก่นในช่วงทศวรรษที่ผ่านมาสะท้อนให้เห็นถึงกระบวนการเมืองภิวัตน์ (Urbanization) ที่เติบโตอย่างก้าวกระโดด ส่งผลให้ภาครัฐและภาคเอกชนในพื้นที่ต้องร่วมมือกันแสวงหาแนวทางเพื่อรองรับการขยายตัวของประชากรและเทคโนโลยี โดยมีเป้าหมายสูงสุดคือการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนภายใต้กรอบแนวคิด “เมืองอัจฉริยะ” (Smart City) ควบคู่ไปกับการพัฒนาระบบโครงสร้างพื้นฐานระดับเมกะโปรเจกต์2
รายงานการวิจัยฉบับนี้มุ่งเน้นการวิเคราะห์เชิงลึกเกี่ยวกับยุทธศาสตร์การพัฒนาจังหวัดขอนแก่นในทุกมิติ ครอบคลุมตั้งแต่โครงสร้างทางเศรษฐกิจมหภาค นวัตกรรมการบริหารจัดการเมืองแบบกระจายอำนาจ (Khon Kaen Model) การลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐาน การยกระดับสู่เมืองแห่งการประชุมและนิทรรศการ (MICE) ศูนย์กลางทางการแพทย์และอุดมศึกษา ตลอดจนการใช้ประโยชน์จากทุนทางวัฒนธรรมและการท่องเที่ยวเพื่อสร้างซอฟต์พาวเวอร์ (Soft Power) ที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากอย่างยั่งยืน
1. โครงสร้างเศรษฐกิจมหภาคและบริบทความท้าทาย
1.1 ผลิตภัณฑ์มวลรวมและพลวัตทางรายได้
จากการวิเคราะห์ข้อมูลทางสถิติเศรษฐกิจมหภาค จังหวัดขอนแก่นมีมูลค่าผลิตภัณฑ์มวลรวมจังหวัด (Gross Provincial Product: GPP) สูงเป็นอันดับต้นๆ ของภูมิภาค โดยเฉพาะในกลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนกลาง ขอนแก่นมีมูลค่าผลิตภัณฑ์มวลรวมสูงถึง 214,018 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 52.20 ของมูลค่ารวมทั้งกลุ่มจังหวัด ซึ่งมีมูลค่ารวม 408,983 ล้านบาท3 ในส่วนของรายได้เฉลี่ยต่อหัวประชากร (GPP Per Capita) ขอนแก่นยังคงครองตำแหน่งสูงสุดในกลุ่ม โดยอยู่ที่ระดับ 124,729 บาทต่อคนต่อปี ทิ้งห่างจังหวัดรองลงมาอย่างมหาสารคาม (75,334 บาทต่อคนต่อปี) และกาฬสินธุ์ (73,587 บาทต่อคนต่อปี) อย่างมีนัยสำคัญ3 นอกจากนี้ รายได้ครัวเรือนเฉลี่ยของขอนแก่นยังอยู่ในระดับสูงที่ 19,252.50 บาทต่อเดือน ซึ่งสะท้อนถึงกำลังซื้อและการหมุนเวียนของเม็ดเงินในระบบเศรษฐกิจท้องถิ่น3

โครงสร้างเศรษฐกิจของขอนแก่นพึ่งพิงภาคการค้าและบริการนอกการเกษตรเป็นหลัก โดยเฉพาะสาขาการค้า บริการ และการท่องเที่ยว ซึ่งมีมูลค่าสูงถึงร้อยละ 84.89 ของกลุ่มจังหวัด3 อย่างไรก็ตาม แม้จะมีตัวเลขรายได้ที่สูง แต่การเติบโตทางเศรษฐกิจของขอนแก่นต้องเผชิญกับความท้าทายเชิงโครงสร้าง โดยพบว่าภาคอุตสาหกรรมในพื้นที่ประสบภาวะหดตัวอย่างต่อเนื่องตลอดทศวรรษที่ผ่านมา ซึ่งเป็นปัจจัยหนึ่งที่ฉุดรั้งอัตราการเติบโตในภาพรวมและส่งผลให้รายได้ต่อหัวในช่วงสถานการณ์วิกฤตโรคระบาดโควิด-19 เกิดการชะลอตัวเมื่อเปรียบเทียบกับจังหวัดคู่แข่งอย่างนครราชสีมา4
1.2 อุตสาหกรรมฐานชีวภาพและการเกษตร
แม้ภาคการค้าและบริการจะเป็นสัดส่วนหลัก แต่ภาคอุตสาหกรรมที่เชื่อมโยงกับฐานทรัพยากรการเกษตร (Agro-industry) ยังคงเป็นฟันเฟืองที่สำคัญ โดยเฉพาะในพื้นที่อำเภอน้ำพอง ซึ่งเป็นฐานที่ตั้งสำคัญของโรงงานอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ เช่น โรงงานผลิตเยื่อกระดาษ โรงงานน้ำตาล และโรงงานผลิตเอทานอล5
กลุ่มบริษัทน้ำตาลขอนแก่น (KSL Group) ถือเป็นตัวอย่างที่ชัดเจนของการบูรณาการห่วงโซ่อุปทานระดับภูมิภาค บริษัทได้เริ่มต้นก่อตั้งจากโรงงานน้ำตาลกว้างสุ้นหลีในปี พ.ศ. 2488 ก่อนจะขยายตัวและแปรสภาพเป็นบริษัทมหาชนแห่งแรกในกลุ่มน้ำตาลที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยเมื่อปี พ.ศ. 25487 การดำเนินงานของ KSL Group มีการประยุกต์ใช้โมเดลเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) อย่างเป็นรูปธรรม ผ่านการจัดตั้งโรงไฟฟ้าน้ำตาลขอนแก่น ซึ่งใช้กากอ้อยเป็นเชื้อเพลิงชีวมวลในการผลิตกระแสไฟฟ้าและไอน้ำ โดยมีการขยายกำลังการผลิตไฟฟ้าจาก 30 เมกะวัตต์ เป็น 65 เมกะวัตต์ พร้อมกับการเพิ่มกำลังการหีบอ้อยเป็น 8,000 ตันอ้อยต่อวัน นอกจากนี้ยังมีการจัดตั้งโรงงานผลิตแอลกอฮอล์เพื่อแปรรูปกากน้ำตาลและน้ำอ้อยให้เกิดมูลค่าสูงสุด ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของการพัฒนาอุตสาหกรรมชีวภาพ (Biochemicals) ในเขตจังหวัดขอนแก่น5
ในมิติของเศรษฐกิจการเกษตรระดับฐานราก รายได้ของเกษตรกรในจังหวัดขอนแก่นยังคงผูกพันกับราคาพืชผลหลัก ซึ่งมีแนวโน้มการปรับตัวในทิศทางที่แตกต่างกันตามกลไกตลาดโลกและสภาพภูมิอากาศ
| รายการสินค้าเกษตรที่ขายได้ ณ ไร่นา | ราคาเฉลี่ย ปี 2565 (บาท/หน่วย) | ราคาเฉลี่ย ปี 2566 (บาท/หน่วย) |
|---|---|---|
| ข้าวหอมมะลินาปี (บาท/กก.) | 11.77 | 13.44 |
| ข้าวเหนียวนาปี (บาท/กก.) | 9.82 | 11.84 |
| ข้าวนาปรัง (บาท/กก.) | 6.98 | 8.42 |
| มันสำปะหลังโรงงาน (บาท/กก.) | 2.72 | 3.23 |
| อ้อยโรงงาน (บาท/ตัน) | 1,256.00 | 1,362.00 |
| ยางพารา (ยางก้อน) (บาท/กก.) | 23.88 | 21.75 |
ข้อมูลจากตารางแสดงให้เห็นถึงการปรับตัวเพิ่มขึ้นของราคาสินค้าเกษตรหลักเกือบทุกรายการในปี 2566 เมื่อเทียบกับปี 2565 ยกเว้นยางพาราที่ราคาปรับตัวลดลงเล็กน้อย ซึ่งการปรับตัวสูงขึ้นของราคาข้าว มันสำปะหลัง และอ้อยนี้ มีส่วนสำคัญในการพยุงกำลังซื้อของภาคครัวเรือนชนบทในจังหวัดขอนแก่นท่ามกลางความผันผวนของเศรษฐกิจภาพรวม8
2. ขอนแก่นโมเดล: นวัตกรรมการบริหารจัดการเมืองแบบกระจายอำนาจ
จุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้ขอนแก่นแตกต่างจากจังหวัดอื่นในประเทศไทยคือ กลไกการบริหารจัดการเมืองที่ขับเคลื่อนจากฐานรากหรือกระบวนการแบบ “Bottom-Up Approach” ภายใต้กรอบแนวคิดที่เรียกกันว่า “ขอนแก่นโมเดล” (Khon Kaen Model) บริบททางประวัติศาสตร์ของขอนแก่นที่เติบโตมาจากการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานในยุคสงครามเย็น (เช่น การสร้างถนนมิตรภาพเชื่อมโคราช-ขอนแก่น-อุดรธานี) และอานิสงส์จากแผนพัฒนาเศรษฐกิจแห่งชาติฉบับที่ 1 ทำให้เกิดกลุ่มทุนและเครือข่ายนักธุรกิจท้องถิ่นที่เข้มแข็ง ซึ่งมีความตระหนักรู้ถึงข้อจำกัดของการพัฒนาที่ต้องพึ่งพางบประมาณแบบ Project-based จากส่วนกลาง1
โครงสร้างเชิงสถาปัตยกรรมของการบริหารจัดการแบบ “ขอนแก่นโมเดล” นั้น เป็นเครือข่ายความร่วมมือเชิงนิเวศ (Ecosystem) ที่เชื่อมโยงระหว่างภาคเอกชนและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โดยจุดเริ่มต้นเกิดจากการรวมตัวของกลุ่มนักธุรกิจและลูกหลานคหบดีในขอนแก่นที่เคยศึกษาในต่างประเทศและซึมซับการพัฒนาเมืองในระดับสากล นำมาสู่การระดมทุนและจดทะเบียนก่อตั้ง บริษัท ขอนแก่นพัฒนาเมือง (KKTT) จำกัด ในช่วงปี พ.ศ. 2558-2559 เพื่อเป็นองค์กรแกนนำในการออกแบบยุทธศาสตร์เมือง1 จากวิสัยทัศน์ดังกล่าว ได้ขยายผลไปสู่การบูรณาการความร่วมมือขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 5 แห่ง ได้แก่ เทศบาลนครขอนแก่น เทศบาลเมืองศิลา เทศบาลตำบลเมืองเก่า เทศบาลตำบลสำราญ และเทศบาลตำบลท่าพระ ซึ่งได้ร่วมกันจดทะเบียนจัดตั้ง บริษัท ขอนแก่น ทรานซิท ซิสเต็ม จำกัด (KKTS) เมื่อวันที่ 24 มีนาคม พ.ศ. 2560 ด้วยทุนจดทะเบียนเริ่มแรก 5 ล้านบาท10
การก่อตั้ง KKTS ถือเป็นก้าวกระโดดทางกฎหมายและธรรมาภิบาล เนื่องจากเป็นวิสาหกิจของรัฐระดับท้องถิ่นแห่งแรกของไทยที่ตั้งขึ้นภายใต้พระราชบัญญัติเทศบาล พ.ศ. 2496 เพื่อทำหน้าที่จัดทำบริการสาธารณะขนาดใหญ่ โดยใช้รูปแบบการระดมทุนอิสระ (Project Finance) อาศัยศักยภาพของโครงการเป็นหลักประกันในการขอกู้เงินจากสถาบันการเงิน โดยไม่สร้างภาระผูกพันต่องบประมาณแผ่นดินหรือภาษีของประชาชน และมีเป้าหมายที่จะนำบริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยเพื่ออยู่ภายใต้การกำกับดูแลของ ก.ล.ต. ซึ่งสะท้อนถึงการถ่วงดุลอำนาจและการดำเนินงานที่โปร่งใสอย่างเป็นรูปธรรม11
2.1 โครงการนำร่องเมืองอัจฉริยะ (Smart City) 7 มิติ
ในปี พ.ศ. 2559 รัฐบาลได้อนุมัติแผนการพัฒนาขอนแก่นสู่การเป็น “เมืองอัจฉริยะ” ซึ่งดำเนินงานสอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) ของสหประชาชาติทั้ง 17 เป้าหมาย การผลักดันขอนแก่นสมาร์ตซิตี้ดำเนินการผ่าน 7 เสาหลักที่ครอบคลุมทุกมิติของการอยู่อาศัย ดังนี้:
การพัฒนาด้าน Smart Mobility (การสัญจรอัจฉริยะ) ถือเป็นภารกิจหลักของ KKTS และสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (depa) โดยมุ่งเน้นโครงการรถไฟฟ้ารางเบา (LRT) โครงการขอนแก่นซิตี้บัส (Khon Kaen City Bus) ที่ให้บริการเชื่อมต่อจากสถานีขนส่งผู้โดยสารแห่งที่ 3 และสนามบิน พร้อมบริการ WiFi และกล้องวงจรปิดบนรถ รวมถึงรถแทรมน้อยรอบบึงแก่นนครที่ได้รับการสนับสนุนจากประเทศญี่ปุ่น9 ในด้าน Smart Living (การดำรงชีวิตอัจฉริยะ) โครงการ Khon Kaen Smart Health ซึ่งร่วมมือกับคณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ได้นำร่องการใช้สายรัดข้อมืออัจฉริยะกับผู้สูงอายุจำนวน 500 ราย เพื่อติดตามข้อมูลสุขภาพแบบเรียลไทม์ เช่น การนอนหลับ ความดันโลหิต โดยระบบหลังบ้านเชื่อมต่อโดยตรงกับศูนย์สั่งการอัจฉริยะอุบัติเหตุฉุกเฉิน (IOC) ของโรงพยาบาลขอนแก่น ซึ่งความสำเร็จนี้ส่งผลให้ขอนแก่นคว้ารางวัล IDC Smart City Asia Pacific ประจำปี 25619
มิติทางด้าน Smart Environment (สิ่งแวดล้อมอัจฉริยะ) ดำเนินการโดยเทศบาลนครขอนแก่น ผ่านการจัดตั้งโรงไฟฟ้ากำจัดขยะระบบปิดแห่งแรกของจังหวัด ใช้เทคโนโลยีเผาตรงด้วยอุณหภูมิ 850-1,050 องศาเซลเซียส ซึ่งเผาไหม้สมบูรณ์และไม่ก่อให้เกิดมลพิษ โดยมีศักยภาพกำจัดขยะได้ถึง 450-600 ตันต่อวัน และนำความร้อนไปผลิตกระแสไฟฟ้าส่งขายการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคได้อีกด้วย9 ควบคู่ไปกับมิติ Smart Energy (พลังงานอัจฉริยะ) มหาวิทยาลัยขอนแก่นได้สร้างอาคารต้นแบบอนุรักษ์พลังงานสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero Energy Building) ณ อาคารสำนักงานกองสื่อสารองค์กร ซึ่งสามารถลดการใช้พลังงานได้ถึงร้อยละ 40 และร้อยละ 60 ของพลังงานที่ใช้จริงมาจากโซลาร์เซลล์ โดยผลิตไฟฟ้าได้เฉลี่ย 28,000 หน่วยต่อปี9
ในด้าน Smart Economy (เศรษฐกิจอัจฉริยะ) มีการผลักดันโครงการฟื้นฟูย่านเก่าให้เป็นศูนย์กลางเมืองสร้างสรรค์ รวมถึงการยกระดับสู่เมืองอุตสาหกรรมไมซ์ (MICE City) ผ่านหอประชุม KICE9 ด้าน Smart People (พลเมืองอัจฉริยะ) เทศบาลนครขอนแก่นร่วมกับนักวิชาการจัดทำชุดโครงการ 43 Innovations เพื่อระดมสมองคนรุ่นใหม่มาพัฒนานวัตกรรมแก้ปัญหาเมือง9 และด้าน Smart Governance (การบริหารภาครัฐอัจฉริยะ) จังหวัดและเทศบาลนครขอนแก่นได้ร่วมกันพัฒนาระบบ Electronic Provincial Administration Meeting (EPAM) สำหรับการบริหารจัดการการประชุมส่วนราชการประจำเดือน ซึ่งช่วยลดปริมาณการใช้กระดาษและประหยัดงบประมาณแผ่นดินได้อย่างเป็นรูปธรรม9
ด้วยความมุ่งมั่นและการดำเนินงานที่เป็นระบบครอบคลุมทั้ง 7 มิติดังกล่าว ส่งผลให้กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมได้พิจารณาประกาศมอบตราสัญลักษณ์และรับรองให้ขอนแก่นเป็นเมืองอัจฉริยะนำร่องอย่างเป็นทางการ เมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม พ.ศ. 256414
3. ศูนย์กลางคมนาคมและโครงข่ายโลจิสติกส์ไร้รอยต่อ
ความท้าทายของการขยายตัวของเมืองคือปัญหาสภาพการจราจรติดขัด ซึ่งเทศบาลนครขอนแก่นตระหนักดีว่าการแก้ไขปัญหาระยะยาวต้องอาศัยระบบขนส่งมวลชนที่มีประสิทธิภาพ ภายใต้วิสัยทัศน์ที่ว่า “เมืองที่พัฒนาแล้ว ไม่ใช่เมืองที่คนจนทุกคนมีรถ แต่เป็นเมืองที่คนรวยทุกคนยอมขึ้นระบบขนส่งสาธารณะ”15 นำมาสู่การลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานอย่างก้าวกระโดด
3.1 รถไฟฟ้ารางเบาขอนแก่น (Khon Kaen LRT)
โครงการรถไฟฟ้ารางเบา หรือ Light Rail Transit (LRT) สายเหนือ-ใต้ (สำราญ-ท่าพระ) ถือเป็นโครงการเรือธงของบริษัท ขอนแก่น ทรานซิท ซิสเต็ม จำกัด (KKTS) โครงการนี้มีมูลค่าการลงทุนประมาณ 15,000 ถึง 24,000 ล้านบาท โดยได้รับการพิจารณาและศึกษาความเป็นไปได้ทางเศรษฐศาสตร์อย่างรอบคอบ11
ระบบโครงข่ายของ LRT ขอนแก่น มีระยะทางรวม 22.8 – 26 กิโลเมตร แบ่งเป็นทางระดับดิน 17.54 กิโลเมตร และทางยกระดับ 5.26 กิโลเมตร โดยมีสถานีให้บริการจำนวน 16 ถึง 18 สถานี ครอบคลุมจุดยุทธศาสตร์สำคัญของเมือง เช่น มหาวิทยาลัยขอนแก่น โรงพยาบาลศรีนครินทร์ โลตัสเอ็กซ์ตร้า และสถานีขนส่งผู้โดยสารจังหวัดขอนแก่นแห่งที่ 3 ซึ่งทำหน้าที่เป็นจุดจอดแล้วจร (Park & Ride) ด้วย18
| รูปแบบสถานี | รายชื่อสถานีที่สำคัญในเส้นทางสายสำราญ-ท่าพระ |
|---|---|
| Type – A | สถานีสามแยกวงเวียน มข., ศูนย์อาหารและบริการ 1 |
| Type – B | สถานีสามแยกประตู มข., รพ.ศรีนครินทร์, โตโยต้า, ไทยสมุทรฯ, โฮมโปร, เทสโก้ โลตัส, บขส.แห่งที่ 3 |
| Type – C | สถานีแยกประตูเมือง, ห้างบิ๊กซี, แยกเจริญศรี |
| Type – D | สถานีสำราญ, บ้านหนองกุง, บ้านโนนม่วง, รร.สาธิต มอดินแดง, รร.ตำรวจภูธรภาค 4, บ้านกุดกว้าง, ท่าพระ |
| Type – E | (รูปแบบสถานีเฉพาะกิจตามที่ออกแบบไว้ในพิมพ์เขียว) |
| Type – F | สถานีแยกสามเหลี่ยม, ขอนแก่น แกรนด์ สเตชั่น |
โครงการนี้เลือกใช้ระบบรถไฟฟ้าที่จ่ายไฟเหนือศีรษะ โดยในระยะแรกจะจัดหารถจำนวน 13-15 ขบวน แต่ละขบวนประกอบด้วย 3 ตู้โดยสาร สามารถรองรับผู้โดยสารได้ 180 คนต่อขบวน มีความสามารถในการขนส่งผู้โดยสารประมาณ 900 คนต่อชั่วโมง ด้วยความถี่ในการรอรถเฉลี่ย 8 นาที โดยประเมินอัตราค่าโดยสารเบื้องต้นไว้ที่ 15 บาท18
ความโดดเด่นของโครงการนี้คือการเป็นต้นแบบการพัฒนาระบบขนส่งที่ใช้ชิ้นส่วนและการประกอบภายในประเทศ (Local Content) โดยความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน (มทร.อีสาน) วิทยาเขตขอนแก่น ในการวิจัยและพัฒนาขบวนรถต้นแบบ แม้จะเผชิญอุปสรรคจากเหตุเพลิงไหม้โรงเก็บรถต้นแบบที่สร้างความเสียหายกว่า 84 ล้านบาท แต่ภาควิชาการและวิศวกรท้องถิ่นยังคงเดินหน้าฟื้นฟูและเตรียมการก่อสร้างรางทดลอง เพื่อให้พร้อมสำหรับการทดสอบและเดินรถจริง ซึ่งพิสูจน์ให้เห็นถึงศักยภาพด้านวิศวกรรมของคนในพื้นที่ได้อย่างชัดเจน20
3.2 โครงข่ายรถไฟความเร็วสูงและรถไฟทางคู่เชื่อมโยงภูมิภาค
ในระดับมหภาค ขอนแก่นถูกวางตำแหน่งให้เป็นศูนย์กลางโลจิสติกส์ของภาคอีสาน (Khon Kaen Logistics Hub) โดยเป็นจุดผ่านสำคัญของโครงการรถไฟความเร็วสูงไทย-จีน ระยะที่ 2 เส้นทาง นครราชสีมา-หนองคาย ซึ่งมีระยะทาง 606.17 กิโลเมตร หากแล้วเสร็จตามกำหนดการในปี พ.ศ. 2574-2575 จะช่วยลดระยะเวลาเดินทางจากกรุงเทพฯ ถึงหนองคายเหลือเพียง 3 ชั่วโมง 36 นาที ด้วยอัตราค่าโดยสารประมาณ 1,171 บาท โครงข่ายนี้จะเป็นประตูเศรษฐกิจเชื่อมต่อลุ่มน้ำโขงและเปิดช่องทางการค้ากับสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวและจีนตอนใต้23
นอกจากนี้ การรถไฟแห่งประเทศไทยยังได้เดินหน้าลงนามสัญญาโครงการรถไฟทางคู่ ระยะที่ 2 ช่วงขอนแก่น-หนองคาย ด้วยวงเงิน 28,600 ล้านบาท โครงการเหล่านี้จะทำงานประสานกับระบบท่าเรือบก (Dry Port) เพื่อยกระดับให้ขอนแก่นเป็นศูนย์กลางการคมนาคมและขนส่งสินค้าอย่างไร้รอยต่อ23
3.3 การเชื่อมโยงระหว่างจังหวัดและโลจิสติกส์ทางบก
แม้ระบบรางกำลังถูกพัฒนาอย่างเร่งด่วน แต่การคมนาคมทางบกยังคงเป็นเส้นเลือดใหญ่ที่หล่อเลี้ยงภูมิภาค การเชื่อมโยงระหว่างจังหวัดขอนแก่นกับจังหวัดศูนย์กลางทางเศรษฐกิจอื่นๆ ในภาคอีสาน เช่น อุบลราชธานี ถือเป็นเส้นทางยุทธศาสตร์ที่มีความสำคัญ ระยะทางบนทางหลวงสายหลัก (ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 23 หรือเส้นทางแจ้งสนิท) ระหว่างอุบลราชธานีและขอนแก่นอยู่ที่ประมาณ 280-291 กิโลเมตร ผ่านจังหวัดยโสธร ร้อยเอ็ด และมหาสารคาม ก่อนมาบรรจบที่อำเภอบ้านไผ่30
สำหรับการเดินทางด้วยรถโดยสารประจำทาง (รถทัวร์) จะใช้เวลาประมาณ 4 ชั่วโมง 10 นาที ถึง 4 ชั่วโมง 45 นาที โดยมีผู้ให้บริการหลักเช่น เพชรประเสริฐทัวร์ ซึ่งจัดเตรียมรถโดยสารปรับอากาศ (ม.4พ) ในอัตราค่าโดยสารเริ่มต้นที่ 309 บาท30 ในขณะที่การเดินทางด้วยระบบรถไฟระหว่างอุบลราชธานีและขอนแก่นในปัจจุบัน ยังคงต้องใช้การเดินทางอ้อมผ่านการสับเปลี่ยนขบวนที่สถานีชุมทางถนนจิระ จังหวัดนครราชสีมา หรือสถานีชุมทางแก่งคอย ซึ่งทำให้ระยะเวลาเดินทางด้วยรถไฟใช้เวลาเฉลี่ยสูงถึง 12 ชั่วโมง 5 นาที30 ข้อจำกัดของการเชื่อมโยงระบบรางในแนวนอน (ตะวันออก-ตะวันตก) นี้ ยิ่งตอกย้ำถึงความจำเป็นในการพัฒนาระบบโครงสร้างพื้นฐานระดับภูมิภาคในอนาคต
3.4 การขยายขีดความสามารถท่าอากาศยานนานาชาติขอนแก่น
เพื่อรองรับความต้องการในการเดินทางทางอากาศที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง กรมท่าอากาศยานได้ดำเนินโครงการก่อสร้างอาคารที่พักผู้โดยสารหลังใหม่ของท่าอากาศยานนานาชาติขอนแก่น ด้วยงบประมาณผูกพันปี 2561-2565 กว่า 1,076 ล้านบาท โครงการนี้ได้ขยายพื้นที่ใช้สอยรวมเป็น 40,000 ตารางเมตร เพิ่มความจุในการรองรับผู้โดยสารจากเดิมเป็น 2,000 คนต่อชั่วโมง หรือสูงสุด 5 ล้านคนต่อปี39
ควบคู่ไปกับการก่อสร้างอาคารจอดรถใหม่ที่จุรถยนต์ได้ 1,160 คัน พื้นที่ลานจอดเครื่องบินยังถูกขยายเพื่อรองรับเครื่องบินพาณิชย์ได้พร้อมกันถึง 11 ลำ โดยสามารถรองรับอากาศยานขนาดใหญ่อย่าง Airbus A330 และ Boeing 777 ได้ เพื่อเปิดโอกาสสู่การเป็นฮับการบินนานาชาติอย่างเต็มรูปแบบในอนาคต23
| ปีปฏิทิน (พ.ศ.) | จำนวนเที่ยวบิน | จำนวนผู้โดยสาร (คน) | ความเปลี่ยนแปลงของจำนวนผู้โดยสาร | ปริมาณสินค้า/คาร์โก้ (ตัน) |
|---|---|---|---|---|
| 2554 | 2,272 | 456,115 | +16.53% | 1,798.03 |
| 2558 | 10,363 | 1,280,942 | +33.16% | 1,725.75 |
| 2562 | 14,055 | 1,881,446 | +0.93% | 606.26 |
| 2564 (ช่วงวิกฤตโควิด) | 4,612 | 545,911 | -51.43% | 184.47 |
| 2566 | 11,241 | 1,619,275 | +14.98% | 279.20 |
| 2568 (ประมาณการ) | 11,630 | 1,710,817 | +8.62% | 371.56 |
สถิติจากตารางแสดงให้เห็นถึงความผันผวนของจำนวนผู้โดยสารจากผลกระทบของวิกฤตการณ์โลก แต่ในขณะเดียวกันก็สะท้อนถึงการฟื้นตัวอย่างรวดเร็วหลังปี พ.ศ. 2565 เป็นต้นมา ซึ่งการเตรียมความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐานของอาคารผู้โดยสารใหม่นี้ จะเป็นกุญแจสำคัญที่ทำให้ขอนแก่นสามารถรองรับปริมาณเที่ยวบินที่คาดว่าจะเพิ่มสูงขึ้นเกินระดับก่อนเกิดวิกฤตได้ในระยะยาว42
4. ศูนย์กลางการแพทย์ชั้นเลิศ (Medical Hub) และระบบนิเวศนวัตกรรมอุดมศึกษา
ด้วยการเป็นที่ตั้งของสถาบันอุดมศึกษาชั้นนำอย่างมหาวิทยาลัยขอนแก่น ซึ่งมีบุคลากรและนักศึกษาหมุนเวียนกว่า 34,000 คน ทำให้จังหวัดขอนแก่นมีต้นทุนทางวิชาการและการแพทย์ที่แข็งแกร่งที่สุดในภูมิภาค43
4.1 เมกะโปรเจกต์ Medical Hub โรงพยาบาลศรีนครินทร์
คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ได้ยกระดับการให้บริการสาธารณสุขครั้งประวัติศาสตร์ ผ่านโครงการก่อสร้าง “ศูนย์บริการการแพทย์เฉพาะทางชั้นเลิศ (Medical Hub)” โรงพยาบาลศรีนครินทร์ ซึ่งถือเป็นศูนย์การแพทย์ที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในอาเซียน ด้วยงบประมาณการลงทุนทั้งสิ้นกว่า 4,346 ล้านบาท โดยใช้ระยะเวลาก่อสร้างประมาณ 4 ปี และคาดว่าจะเปิดให้บริการเต็มรูปแบบได้ในปี พ.ศ. 256844
พื้นที่โครงการประกอบด้วยอาคารหลัก 4 อาคาร มีพื้นที่ใช้สอยรวม 197,424 ตารางเมตร โดยมีรายละเอียดดังนี้:
อาคารศูนย์บริการการแพทย์เฉพาะทางชั้นเลิศ (ความสูง 20 ชั้น): เป็นแกนกลางของโครงการ ซึ่งจะเพิ่มจำนวนเตียงให้บริการผู้ป่วยได้อีก 622 ถึง 704 เตียง รองรับห้องผู้ป่วยวิกฤต (ICU) จำนวน 117 เตียง และห้องผ่าตัดที่ทันสมัยจำนวน 25 ห้อง ภายในประกอบด้วยศูนย์การแพทย์เฉพาะทางชั้นเลิศ 7 ศูนย์45
อาคารสนับสนุนบริการทางการแพทย์ (ความสูง 8 ชั้น)
อาคารเรือนพักญาติ (ความสูง 4 ชั้น): สร้างขึ้นเพื่อตอบสนองต่อมิติทางสังคมโดยเฉพาะ สามารถรองรับญาติผู้ป่วยที่เดินทางมาจากต่างจังหวัดได้ประมาณ 400 คนต่อวัน ช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายและยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้รับบริการ45
อาคารจอดรถและพักญาติ (ความสูง 12 ชั้น): รองรับการจอดรถยนต์ได้มากกว่า 900 คัน เพื่อแก้ไขปัญหาความแออัดของพื้นที่จอดรถในโรงพยาบาล45
โครงการ Medical Hub แห่งนี้ ไม่เพียงแต่จะเพิ่มศักยภาพในการรองรับผู้ป่วยหนัก แต่ยังเป็นพื้นที่สำหรับบูรณาการเทคโนโลยีขั้นสูง เช่น การนำระบบปัญญาประดิษฐ์ (AI) เข้ามาใช้ในการให้บริการโทรเวชกรรม (Telemedicine) ระยะไกล และการใช้หุ่นยนต์เพื่อเพิ่มความแม่นยำในการรักษา ภายใต้ศูนย์นวัตกรรมทางการแพทย์ (KKU Health Care Innovation Center) นอกจากนี้ โครงการดังกล่าวยังเพิ่มขีดความสามารถในการผลิตบุคลากร โดยคาดว่าจะสามารถเพิ่มการผลิตแพทย์ผู้เชี่ยวชาญได้อีกปีละ 150 คน ตอบสนองต่อการเป็นฮับทางการแพทย์เพื่อสุขภาพระดับเอเชีย46
4.2 ระบบนิเวศนวัตกรรม: อุทยานวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น (KKUSP)
การผลักดันงานวิจัยขั้นแนวหน้า (Frontier Research) สู่การใช้ประโยชน์ในเชิงพาณิชย์เป็นเป้าหมายหลักของ อุทยานวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น (KKUSP) ซึ่งทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางของระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (Northeastern Economic Corridor: NeEC) อุทยานวิทยาศาสตร์ฯ ดำเนินบทบาทเป็นกลไกกลาง (Intermediary) ที่เชื่อมโยงความรู้จากสถาบันการศึกษากับภาคอุตสาหกรรม โดยให้การบ่มเพาะและสนับสนุนธุรกิจในทุกระดับ ตั้งแต่การสร้างสตาร์ทอัพ (Startup) การส่งเสริม SME วิสาหกิจชุมชน ไปจนถึงการเพิ่มศักยภาพองค์กรขนาดใหญ่ (Enterprise) มุ่งสู่เวทีโลก49
เพื่อให้สอดคล้องกับแนวทางการพัฒนาเศรษฐกิจแบบ BCG (Bio-Circular-Green Economy) บุคลากรของ KKUSP ในฐานะ “Innovation Builders” ได้ร่วมพัฒนาศักยภาพเพื่อยกระดับนวัตกรรมต้นแบบที่พร้อมต่อยอดเชิงอุตสาหกรรม (Industry-ready Prototype) โดยมีผลงานเด่นที่เตรียมเข้าสู่ตลาด เช่น:
XOSencial: นวัตกรรมกระบวนการผลิตพรีไบโอติก Xylooligosaccharides (XOS) จากวัสดุเหลือทิ้งทางการเกษตรในโรงงาน เช่น ชานอ้อย ด้วยเทคโนโลยีชีวภาพ เพื่อเสริมสร้างสมดุลจุลินทรีย์ในลำไส้ สามารถประยุกต์ใช้ในอุตสาหกรรมเครื่องดื่ม อาหารเสริม และอาหารสัตว์50
CAT-B: การพัฒนากากมันสำปะหลังให้กลายเป็นทรายแมวชีวภาพที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ย่อยสลายได้ตามธรรมชาติ 100% พร้อมเทคโนโลยี Photocatalytic ที่ช่วยดูดกลิ่นและยับยั้งเชื้อโรค ซึ่งตอบโจทย์ตลาดสัตว์เลี้ยงที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว50
RAINCO & Digital Water Service Platform: แพลตฟอร์มบริหารจัดการทรัพยากรน้ำด้วยระบบปัญญาประดิษฐ์และการสำรวจพื้นที่ด้วยโดรน เพื่อช่วยเหลือหน่วยงานรัฐและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในการวางแผนบริหารจัดการความเสี่ยงด้านอุทกภัยและระบบประปาดิจิทัล50
นอกจากนี้ KKUSP ยังจัดตั้งโครงการบ่มเพาะนักศึกษาและเยาวชนผ่านเวทีต่างๆ เช่น โครงการ Nextgen SynergyX, Startup Thailand League และ TED Youth Startups ซึ่งก่อให้เกิดบริษัทสตาร์ทอัพของคนรุ่นใหม่จำนวนมาก อาทิ ทีม Begin Bright 3D ที่ผลิตเส้นพลาสติกสำหรับพิมพ์ 3D จากขยะรีไซเคิล และ ทีม Cancer Care ที่พัฒนาชุดตรวจคัดกรองความเสี่ยงโรคมะเร็งเบื้องต้น แสดงให้เห็นถึงระบบนิเวศแห่งการเรียนรู้และการทำธุรกิจที่เข้มแข็งของเมืองขอนแก่น50
5. อุตสาหกรรมไมซ์ (MICE City) และเศรษฐกิจสร้างสรรค์
ความสามารถในการเป็นเจ้าภาพจัดงานระดับโลกถือเป็นกลไกสำคัญที่สร้างเม็ดเงินหมุนเวียนมหาศาลให้กับเมือง ขอนแก่นได้รับการประกาศรับรองจากสมาคมการประชุมและแสดงสินค้านานาชาติ (ICCA) ให้เป็นหนึ่งในเมืองไมซ์ (MICE City) ชั้นนำของประเทศไทยเคียงคู่กับเมืองหลักอย่างกรุงเทพฯ เชียงใหม่ และพัทยา โดยการที่เมืองในระดับภูมิภาคอย่างขอนแก่นและนครราชสีมาติดอันดับของ ICCA นั้น สะท้อนถึงความก้าวหน้าในการกระจายโอกาสทางเศรษฐกิจของประเทศอย่างชัดเจน52
5.1 ศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติขอนแก่น (KICE)
โครงสร้างพื้นฐานหลักที่รองรับอุตสาหกรรมไมซ์ในจังหวัดคือ ศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติขอนแก่น (KICE) ซึ่งเป็นอาคารขนาดใหญ่ที่โดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมระดับนานาชาติ อาคารแห่งนี้ก่อสร้างด้วยระบบหลังคาแบบ Long-Span ทำให้พื้นที่แสดงสินค้าปราศจากเสากลาง (Column-free) 100% ตอบโจทย์การจัดงานอุตสาหกรรมหนัก คอนเสิร์ต และการประชุมขนาดมหึมาได้อย่างไร้ข้อจำกัด53
KICE มีพื้นที่จัดแสดงภายในอาคาร (Indoor Exhibition Hall) รวม 7,510 ตารางเมตร และพื้นที่ภายนอก (Outdoor) อีก 4,680 ตารางเมตร ด้วยความสูงเพดาน 15 เมตร และพื้นคอนกรีตเสริมเหล็กที่สามารถรับน้ำหนักได้ถึง 2,000 กิโลกรัมต่อตารางเมตร ทำให้ที่นี่ได้รับการรับรองมาตรฐานสถานที่จัดงานประเทศไทย (TMVS)55

เมื่อปรับโครงสร้างห้องโดยการรวม Hall 1 ถึง 3 เข้าด้วยกัน KICE สามารถรองรับผู้เข้าร่วมประชุมได้สูงสุดถึง 11,000 ที่นั่ง ในขณะที่ห้องประชุมขนาดกลางและเล็ก (M1 ถึง M7) ที่มีความสูงเพดาน 4 เมตร สามารถประยุกต์จัดพื้นที่รองรับการประชุมสัมมนาหรือพื้นที่เจรจาธุรกิจระดับย่อยได้ตั้งแต่ 40 ถึง 630 ที่นั่ง แสดงให้เห็นถึงความยืดหยุ่นในการจัดสรรพื้นที่อย่างครบวงจร55
5.2 ย่านเศรษฐกิจสร้างสรรค์ศรีจันทร์ (Srichan Creative District)
ภายใต้การขับเคลื่อนของสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (องค์การมหาชน) หรือ CEA และ TCDC ขอนแก่น ถนนศรีจันทร์ซึ่งถือเป็นย่านพาณิชยกรรมเก่าแก่และหัวใจทางเศรษฐกิจดั้งเดิมของเมือง ได้รับการคัดเลือกและยกระดับให้เป็น “ย่านเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (Creative District)” แห่งแรกในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ57
โมเดลการพัฒนาพื้นที่นี้ถอดบทเรียนมาจากความสำเร็จของย่านเจริญกรุงในกรุงเทพมหานคร โดยใช้พลังของศิลปะ การออกแบบ สถาปัตยกรรม และกิจกรรมทางวัฒนธรรม มาผสานเข้ากับกลไกทางธุรกิจ57 การรวมตัวของเครือข่ายศิลปิน คนทำงานสร้างสรรค์ ผู้ประกอบการรุ่นใหม่ (Young Entrepreneur Chamber of Commerce: YEC) ร่วมกับเทศบาลนครขอนแก่น ก่อให้เกิดกิจกรรมที่กระตุ้นความตื่นตัวของย่าน เช่น งานเทศกาลอีสานสร้างสรรค์ (Isan Creative Festival) และกิจกรรม “ศรีจันทร์สร้างสรรค์” ที่มีการจัดแสดงผลงานศิลปะ ปะติมากรรม การเพนต์อาคาร และการแสดงดนตรีตามจุดต่างๆ ทั่วย่าน13 กระบวนการนี้ไม่เพียงแต่ช่วยอนุรักษ์อาคารดั้งเดิม แต่ยังช่วยกระชับช่องว่างระหว่างวัยของคนในชุมชน เพิ่มพื้นที่ปฏิสัมพันธ์ และส่งเสริมความเท่าเทียมทางเศรษฐกิจในระดับรากหญ้า13
6. อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ ประวัติศาสตร์ และศิลปวัฒนธรรม
ภาคการท่องเที่ยวคือหัวใจในการกระจายรายได้สู่ภูมิภาค ข้อมูลจากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) คาดการณ์ว่าจังหวัดขอนแก่นสามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวได้ทะลุเป้า 5 ล้านคนต่อปี และสร้างรายได้หมุนเวียนสะสมสูงกว่า 13,000 ถึง 20,000 ล้านบาทต่อปี ขึ้นอยู่กับสภาวะเศรษฐกิจในภาพรวม61 ขอนแก่นมีศักยภาพด้านทรัพยากรการท่องเที่ยวที่หลากหลาย ครอบคลุมตั้งแต่แหล่งธรณีวิทยา ธรรมชาติ ไปจนถึงโบราณสถาน
6.1 ท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติและธรณีวิทยาระดับโลก (Eco & Geological Tourism)
อุทยานแห่งชาติภูผาม่าน เป็นเพชรเม็ดงามทางธรรมชาติของจังหวัด โดดเด่นด้วยภูมิทัศน์ของภูเขาหินปูนสูงชันสลับซับซ้อนราวกับผ้าม่าน จนได้รับสมญานามว่า “สวิตเซอร์แลนด์แห่งอีสาน”64 จุดเด่นทางนิเวศวิทยาที่สำคัญคือปรากฏการณ์ทางธรรมชาติที่ “ถ้ำค้างคาว” ซึ่งในทุกช่วงเย็นก่อนพระอาทิตย์ตก จะมีฝูงค้างคาวนับล้านตัวบินออกจากปากถ้ำเรียงต่อกันเป็นสายยาวพาดผ่านท้องฟ้า สร้างความตื่นตาตื่นใจแก่นักท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก64 นอกจากนี้ ภายในพื้นที่ยังมี “Blue Lagoon ภูผาม่าน” สระน้ำสีฟ้ามรกตใสสะอาดที่เกิดจากการยุติการทำเหมืองหิน ท่ามกลางหุบเขาหินปูนสีเทา กลายเป็นจุดเช็กอินและมุมถ่ายภาพยอดนิยม67
ความร่มรื่นของภูผาม่านก่อให้เกิดการเติบโตของธุรกิจที่พักและโฮมสเตย์อย่างคึกคัก เพื่อรองรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการสัมผัสความเงียบสงบและธรรมชาติ โดยมีที่พักหลากหลายรูปแบบให้เลือกสรร ดังตัวอย่างในตารางด้านล่าง:
| ชื่อที่พัก/โฮมสเตย์ยอดนิยม | จุดเด่นและลักษณะของที่พัก |
|---|---|
| ไวน์วูด ภูผาม่าน (Vinewood) | สไตล์มินิมอล โทนสีขาว มีอ่างอาบน้ำส่วนตัวหันหน้ารับวิวภูเขา69 |
| ผาม่านฝัน (Pha Man Fun) | คาเฟ่และที่พักวิวภูเขาเต็มตา พร้อมมุมถ่ายภาพกับฉากหลังเทือกเขาหินปูนอลังการ69 |
| โฮมสเตย์ตากะยาย | สัมผัสธรรมชาติอย่างใกล้ชิด สามารถมองเห็นฝูงค้างคาวบินผ่านในยามเย็น69 |
| ภูผาม่านฮันแน้ว | ที่พักสไตล์คอนเทนเนอร์ ติดหน้าผาและใกล้กับถ้ำค้างคาว69 |
| ผาม่านบ้านฉันโฮมสเตย์ | ที่พักราคาประหยัด อบอุ่นสไตล์ชุมชนพื้นถิ่น70 |
ศูนย์ศึกษาวิจัยและพิพิธภัณฑ์ไดโนเสาร์ภูเวียง ขอนแก่นได้รับการบันทึกในหน้าประวัติศาสตร์ธรณีวิทยา ในฐานะพื้นที่ขุดค้นพบซากฟอสซิลไดโนเสาร์อายุกว่า 200 ล้านปีแห่งแรกของประเทศไทยเมื่อปี พ.ศ. 251972 พิพิธภัณฑ์แห่งนี้จัดแสดงเรื่องราววิวัฒนาการของโลกผ่านนิทรรศการ 5 โซนหลัก ครอบคลุมตั้งแต่การกำเนิดจักรวาลไปจนถึงยุคไดโนเสาร์ครองโลก โดยเฉพาะการให้ความรู้เกี่ยวกับไดโนเสาร์ 5 สายพันธุ์ใหม่ของโลกที่ถูกค้นพบในแอ่งเทือกเขาภูเวียง พิพิธภัณฑ์เปิดให้บริการในอัตราค่าเข้าชมที่เข้าถึงง่าย (ผู้ใหญ่ 20 บาท เด็ก 10 บาท) ถือเป็นแหล่งเรียนรู้วิทยาศาสตร์นอกห้องเรียนที่สำคัญของประเทศ72
อุทยานแห่งชาติน้ำพองและเขื่อนอุบลรัตน์ นำเสนอทัศนียภาพอันงดงามผ่าน “จุดชมวิวหินช้างสี” ซึ่งประกอบด้วยกลุ่มหินทรายขนาดใหญ่ที่มีร่องรอยการเสียดสีของช้างป่าในอดีต ทางอุทยานได้สร้างทางเดินลอยฟ้า (Skywalk) ให้นักท่องเที่ยวเดินชมธรรมชาติและมองเห็นภาพมุมกว้างแบบ 360 องศาของอ่างเก็บน้ำเขื่อนอุบลรัตน์ (บางแสน 2)77 ไม่ไกลกันนัก มี “วัดพระบาทภูพานคำ” ซึ่งประดิษฐานรอยพระพุทธบาทจำลองและ “หลวงพ่อใหญ่” พระพุทธรูปสีขาวตระหง่านอยู่บนยอดเขา ท้าทายศรัทธาพุทธศาสนิกชนด้วยทางขึ้นบันไดนาคราชจำนวน 1,049 ขั้น77
6.2 การท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์และอารยธรรมขอม
กู่ประภาชัย (กู่บ้านนาคำน้อย) เป็นโบราณสถานสำคัญที่ตั้งอยู่ในอำเภอน้ำพอง สะท้อนให้เห็นถึงอิทธิพลของอาณาจักรขอมที่แผ่ขยายมาถึงดินแดนอีสาน กู่ประภาชัยสร้างขึ้นจากศิลาแลงในสมัยพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 (ราวพุทธศตวรรษที่ 18) โดยมีแผนผังทางสถาปัตยกรรมแบบเดียวกับ “อโรคยาศาล” หรือโรงพยาบาลในยุคโบราณ82 นอกเหนือจากตัวปราสาทประธานแล้ว ภายนอกกำแพงแก้วยังมีสระน้ำหรือบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์รูปสี่เหลี่ยมผืนผ้ากรุด้วยศิลาแลง ปัจจุบันโบราณสถานแห่งนี้ได้รับการบูรณะโดยกรมศิลปากร และมักถูกใช้เป็นพื้นที่ประกอบพิธีกรรมทางความเชื่อของชุมชนก่อนฤดูทำนา เช่น การจุดบั้งไฟเพื่อเสี่ยงทายความอุดมสมบูรณ์ของสายฝน84
7. ซอฟต์พาวเวอร์ของขอนแก่น: ทุนทางวัฒนธรรม วิถีชีวิต และอาหาร
การเปลี่ยนผ่านสู่ความเป็นมหานครไม่ได้ทำลายอัตลักษณ์และทุนทางวัฒนธรรมของขอนแก่น แต่ในทางกลับกัน วิถีชีวิตดั้งเดิมได้ถูกนำมายกระดับให้กลายเป็น “ซอฟต์พาวเวอร์” (Soft Power) ที่สร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจระดับสากล
7.1 อุตสาหกรรมผ้าไหมมัดหมี่และนวัตกรรม “แต้มหมี่”
ผ้าไหมขอนแก่นไม่เพียงเป็นแค่เครื่องนุ่งห่ม แต่เป็นงานศิลปะที่สะท้อนถึงวิถีเกษตรกรรมและคติความเชื่อ อำเภอชนบท ถือเป็นศูนย์กลางการผลิตผ้าไหมมัดหมี่ที่เก่าแก่และมีชื่อเสียงที่สุดของจังหวัด โดยมีประวัติศาสตร์การทอผ้าสืบทอดมานานกว่า 200 ปี88
ในปัจจุบัน ช่างทอผ้าได้ผสมผสานนวัตกรรมเข้ากับภูมิปัญญาดั้งเดิม เกิดเป็นเทคนิคที่เรียกว่า “ผ้าไหมแต้มหมี่” (Taem Mee Silk) ซึ่งแตกต่างจากการมัดย้อมหมี่แบบเดิม โดยศิลปินจะใช้พู่กันแต้มสีหรือวาดลวดลายลงบนเส้นไหมโดยตรง ทำให้เกิดอิสระในการออกแบบลวดลายที่มีความทันสมัย (Modern Art) ไม่ซ้ำใคร88 กลุ่มวิสาหกิจชุมชนเช่น กลุ่มหัตถกรรมคุ้มสุขโข และแบรนด์ นิตดา (Nitda) แห่งบ้านหัวฝาย ได้นำเทคนิคนี้ไปผสานกับกระบวนการผลิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เช่น การใช้ปุ๋ยอินทรีย์ในการปลูกหม่อน และการ “ย้อมเย็น” ด้วยสีธรรมชาติจากสมุนไพร เพื่อลดการใช้พลังงานและสารเคมี90 นวัตกรรมความประณีตนี้เป็นที่ยอมรับอย่างกว้างขวาง จนห้องเสื้อแบรนด์ชั้นนำของประเทศนำไปใช้ในการออกแบบคอลเลกชันระดับสากล90
เพื่อเชิดชูอัตลักษณ์นี้ จังหวัดได้จัด “งานเทศกาลไหมนานาชาติ ประเพณีผูกเสี่ยว และงานกาชาดจังหวัดขอนแก่น“ ขึ้นเป็นประจำในช่วงปลายเดือนพฤศจิกายนถึงธันวาคม ณ บริเวณศาลากลางจังหวัด ภายในงานประกอบด้วยการจัดแสดงนิทรรศการผ้าไหมจากหลากหลายประเทศ การจำหน่ายผลิตภัณฑ์ OTOP และที่สำคัญคือการสืบสาน “ประเพณีผูกเสี่ยว” ซึ่งเป็นประเพณีการผูกข้อต่อแขนเพื่อสร้างมิตรภาพและความผูกพันอันแน่นแฟ้นตามวิถีชาวอีสาน92
7.2 มหานครแห่งหมอลำ (Mor Lam Hub)
ศิลปะการแสดงหมอลำคือลมหายใจและจิตวิญญาณของชาวอีสาน ซึ่งขอนแก่นได้สถาปนาตนเองเป็นศูนย์กลางบัญชาการและแหล่งบ่มเพาะคณะหมอลำระดับประเทศกว่า 20 คณะ อาทิ ระเบียบวาทะศิลป์ ประถมบันเทิงศิลป์ หมอลำใจเกินร้อย และสาวน้อยเพชรบ้านแพง95
หมอลำในยุคปัจจุบันได้ก้าวข้ามกรอบการแสดงพื้นบ้าน สู่การจัดโปรดักชันแสงสีเสียงระดับคอนเสิร์ตฮอลล์ที่มีความอลังการ มีการปรับตัวใช้สื่อโซเชียลมีเดียเพื่อสร้างการมีส่วนร่วมกับฐานแฟนคลับรุ่นใหม่ นำมาสู่การจัดงานเทศกาลหมอลำขนาดใหญ่ใจกลางเมือง (เช่น บริเวณลานศรีจันทร์ และภายในมหาวิทยาลัยขอนแก่น) ซึ่งดึงดูดผู้เข้าชมจำนวนมหาศาลและสร้างเม็ดเงินหมุนเวียนในอุตสาหกรรมบันเทิงท้องถิ่นอย่างเป็นกอบเป็นกำ95
7.3 เทศกาลสุดยอดสงกรานต์ถนนข้าวเหนียว
“ถนนข้าวเหนียว” (ถนนศรีจันทร์) คือภาพสะท้อนพลังของมวลชนในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ไฮไลต์ที่สร้างชื่อเสียงไปทั่วโลกคือกิจกรรม “คลื่นมนุษย์ไร้แอลกอฮอล์” (Human Wave) ซึ่งรณรงค์ให้ประชาชนเล่นน้ำอย่างสนุกสนาน ปลอดภัย และไร้เครื่องดื่มมึนเมา กิจกรรมนี้เคยสร้างสถิติโลก (World Record) ด้วยการรวมตัวของนักท่องเที่ยวเล่นคลื่นมนุษย์ยาวตลอดเส้นทาง 1.4 กิโลเมตร ต่อเนื่องยาวนานถึง 17.41 นาที99
ในแต่ละปี ยอดนักท่องเที่ยวที่หลั่งไหลมาร่วมงานสงกรานต์ที่ถนนข้าวเหนียวมีจำนวนทะลุกว่า 300,000 คน ซึ่งนอกจากจะสร้างความสนุกสนานผ่านการแสดงคอนเสิร์ตจากศิลปินชั้นนำแล้ว ยังเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก กระจายรายได้สู่พ่อค้ารายย่อย ร้านอาหาร และธุรกิจโรงแรมอย่างถ้วนหน้า101
7.4 การท่องเที่ยวเชิงอาหาร (Gastronomy Tourism) และ Michelin Guide
เสน่ห์ปลายจวักและวัฒนธรรมอาหารท้องถิ่นของขอนแก่นมีความแข็งแกร่งจนได้รับการยอมรับและบรรจุในคู่มือร้านอาหารระดับโลกอย่าง มิชลิน ไกด์ ประเทศไทย (Michelin Guide Thailand 2023-2024)105 ร้านอาหารที่ได้รับการคัดเลือกสะท้อนถึงวิถีชีวิตดั้งเดิมและความยั่งยืนทางอาหาร ตัวอย่างร้านอาหารที่ได้รับคำแนะนำ เช่น:
บ้านเฮง: ร้านอาหารเช้าสไตล์สภากาแฟยอดนิยม นำเสนอเมนูไข่กระทะ ขนมปังปิ้ง และโจ๊ก สะท้อนวิถีชีวิตคนเมืองขอนแก่นยามเช้า105
มีกินฟาร์ม (Mekin Farm): ร้านอาหารและฟาร์มออร์แกนิกในอำเภอหนองเรือ ที่ใช้กระบวนการเกษตรอินทรีย์ 100% ปราศจากสารเคมี โดยนำผลผลิตสดใหม่จากฟาร์มมาปรุงเป็นอาหาร105
ร้านอาหารท้องถิ่นยอดนิยม: ร้านประสิทธิ์โภชนา ซึ่งขึ้นชื่อเรื่องอาหารอีสานและเนื้อวัวคุณภาพเยี่ยมที่เปิดให้บริการมากว่า 40 ปี, ร้านประไพร, โสเจ๊งโภชนา, ก๋วยเตี๋ยวเนื้อเฮียจ่อย และสตรีตฟู้ดคิวยาวอย่าง โจ๊ก ก๋วยจั๊บ ต้มเส้น บัตรคิว105
ไก่ย่างเขาสวนกวาง: ของดีประจำอำเภอเขาสวนกวางที่ตั้งอยู่ริมถนนมิตรภาพ โดดเด่นด้วยสูตรการย่างไก่บ้านหนังกรอบ เนื้อนุ่มฉ่ำ หอมกลิ่นสมุนไพรและเตาถ่าน โดยมีร้านระดับตำนานอย่าง ไก่ย่างวรรณา และไก่ย่างเจ๊เตียง เป็นจุดแวะพักรับประทานอาหารที่นักเดินทางพลาดไม่ได้109
8. บทสรุปและข้อวิเคราะห์เชิงนโยบาย
การเปลี่ยนแปลงเชิงยุทธศาสตร์ของจังหวัดขอนแก่นถือเป็นกรณีศึกษา (Case Study) ที่โดดเด่นและทรงพลังที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศไทย ในประเด็นเรื่องการกระจายอำนาจทางเศรษฐกิจและการบริหารจัดการตนเองของท้องถิ่น การถือกำเนิดของ “ขอนแก่นโมเดล” ผ่านการบูรณาการความร่วมมือของภาคเอกชน (KKTT) และภาคส่วนท้องถิ่น (KKTS) แสดงให้เห็นถึงก้าวสำคัญในการทลายข้อจำกัดของระบบราชการรวมศูนย์ พิสูจน์ให้เห็นว่าชุมชนในระดับภูมิภาคมีขีดความสามารถที่จะร่วมกันระดมทุนและวางแผนยุทธศาสตร์โครงการโครงสร้างพื้นฐานระดับชาติอย่างรถไฟฟ้ารางเบา (LRT) ได้ด้วยศักยภาพของตนเอง11
ในมิติเศรษฐศาสตร์มหภาค ความพยายามในการยกระดับเมืองไปสู่จุดศูนย์กลางโลจิสติกส์ ศูนย์กลางอุตสาหกรรมไมซ์ (KICE) และศูนย์กลางทางการแพทย์ (Medical Hub) คือการปรับตัวเชิงโครงสร้างที่ชาญฉลาด เพื่อทดแทนการหดตัวของภาคอุตสาหกรรมยุคเก่า4 การขยายสนามบินเพื่อรองรับผู้โดยสาร 5 ล้านคน การเตรียมพร้อมสำหรับโครงการรถไฟความเร็วสูง และการลงทุนเพิ่มเตียง 700 เตียงของโรงพยาบาลศรีนครินทร์ ล้วนเป็นจิ๊กซอว์ที่สอดประสานกันเพื่อรองรับตลาดการลงทุนและยกระดับสู่ตลาด “การท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ (Medical Tourism)” ซึ่งพร้อมดึงดูดเม็ดเงินและกำลังซื้อทั้งจากในประเทศ ตลอดจนจากสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว และจีนตอนใต้25
ในขณะเดียวกัน ขอนแก่นไม่ละทิ้งรากเหง้าทางวัฒนธรรม การส่งเสริมทุนทางวัฒนธรรม ทั้งผ้าไหมแต้มหมี่ โบราณสถานกู่ประภาชัย พลังสร้างสรรค์ของศิลปินหมอลำ และบรรยากาศการเฉลิมฉลองของคลื่นมนุษย์ถนนข้าวเหนียว ล้วนถูกนำมาปรับประยุกต์เข้าสู่ระบบเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (Creative Economy) ตามย่านศรีจันทร์สร้างสรรค์57 ยุทธศาสตร์เหล่านี้ทำหน้าที่เสมือนเกราะป้องกันทางวัฒนธรรมและเป็นเครื่องมือกระจายรายได้สู่ชุมชนฐานราก มั่นใจได้ว่าการพัฒนาของขอนแก่นจะไม่กระจุกตัวอยู่เพียงแต่กับกลุ่มทุนขนาดใหญ่ แต่ผลสัมฤทธิ์นั้นหยั่งรากลึกไปถึงประชาชนผู้เป็นเจ้าของวิถีชีวิตอย่างแท้จริง
ท้ายที่สุด เส้นทางสู่อนาคตของจังหวัดขอนแก่นจึงมิใช่เพียงการเป็นแค่ “Smart City” ที่เพียบพร้อมด้วยเทคโนโลยีฮาร์ดแวร์ แต่หัวใจสำคัญคือการเป็น “เมืองอัจฉริยะที่ใช้เทคโนโลยีและการร่วมมือของชุมชนเป็นเครื่องมือรับใช้ประชาชน” ยกระดับความเป็นอยู่ สร้างความเท่าเทียมทางเศรษฐกิจ และพร้อมก้าวขึ้นเป็นมหานครแห่งความยั่งยืนของภูมิภาคอินโดจีนในศตวรรษที่ 21 อย่างเต็มภาคภูมิ
ผลงานที่อ้างอิง
1. ขอนแก่นโมเดลThe Legacy of City Development – We Citizen Thailand
2. การพัฒนาเมืองอัจฉริยะขอนแก่น Khon Kaen Smart City Development
3. ผลิตภัณฑ์มวลรวมกลุ่มจังหวัด(Gross Provincial Cluster Product : GPCP)
4. ทศวรรษแห่งการชะลอตัวของเศรษฐกิจขอนแแก่นและการทิ้งห่างของ
5. ทำเนียบผู้ประกอบการอุตสาหกรรมเคมีชีวภาพ (Biochemicals)
6. แผนพัฒนาจังหวัดขอนแก่น (พ.ศ. ๒๕๖๖ – ๒๕๗๐)
7. ประวัติความเป็นมา – Khon Kaen Sugar Industry
8. 1 ข้อมูลพื้นฐานของจังหวัดขอนแก่น
9. ‘ขอนแก่นโมเดล’ วิถีการสร้างเมืองอัจฉริยะแบบคนขอนแก่น – greenery.org
10. ~ 581 ~ การพัฒนาเมืองขอนแก่นให้เป็นเมืองอัจฉริยะ – มหาวิทยาลัยขอนแก่น
11. รู้จัก KKTS และโครงการรถไฟฟ้ารางเบาขอนแก่น – ขอนแก่น ทรานซิท ซิสเต็ม
13. การพัฒนาเมืองขอนแก่นตามแนวคิดการพัฒนาย่านสร้างสรรค์ กรณีศึกษา ย่าน
14. เทศบาลนครขอนแก่น – Thai smartgrid
15. ถอดบทเรียน ‘ขอนแก่น Smart City’ เมืองคุณภาพสร้างได้ไม่ใช่แค่ฝัน
16. แนวคิดการพัฒนาเมืองอัจฉริยะ สำหรับโครงการขอนแก่น Smart City (ระยะที่ ๑)
17. รถไฟฟ้าขอนแก่น รอEIA-เตรียมระดมทุน1.5หมื่นล้าน คาดปักเสาเข็มปี’60
18. เปิดข้อมูลการออกแบบรายละเอียด “รถไฟฟ้ารางเบาขอนแก่น” – Pantip
19. OUR PROJECT | บริษัท ขอนแก่นพัฒนาเมือง (เคเคทีที) จำกัด : Khon
20. ทำความรู้จัก รถไฟฟ้ารางเบาขอนแก่น ความหวังของการพัฒนาเมือง หลังเกิด
21. LRT ขอนแก่นคืบหน้า! พร้อมเดินหน้าทดสอบ – YouTube
22. รถไฟฟ้ารางเบา LRT เมืองขอนแก่น ต้นแบบขนส่งสาธารณะฝีมือคนไทย
23. Khon Kaen Logistics Hub เมื่อขอนแก่นเป็นศูนย์กลางโลจิสติกส์ภาคอีสาน
24. พาอัพเดทเบิ่ง .. รถไฟความเร็วสูงสายแรกของไทย กรุงเทพฯ – โคราช
25. รถไฟความเร็วสูงระยะที่ 2 โคราช–หนองคาย คืบหน้าถึงไหนแล้ว? – YouTube
26. ขยายโครงข่ายการเดินทางมิติใหม่ เปิดประตูเศรษฐกิจลุ่มน้ำโขง ด้วยรถไฟ
27. ไทม์ไลน์”รถไฟความเร็วสูง” “โคราช-หนองคาย”เสร็จปี 74 – YouTube
28. รถไฟความเร็วสูงอีสาน ๒ แสนล.เชื่อมอาเซียน | KORATDAILY ONLINE
29. การรถไฟฯ เซ็นสัญญาสร้างแล้วรถไฟทางคู่ขอนแก่น–หนองคาย วงเงิน 2.86
30. อุบลราชธานี ไป ขอนแก่น ทาง รถบัสรถไฟรถยนต์แท็กซี่เครื่องบิน – Rome2Rio
31. แผนที่เส้นทาง อำเภอวารินชำราบ จังหวัดอุบลราชธานี ถึง อำเภอเมือง
32. 5 ทางหลวงสายหลักในอุบลราชธานี | ECOCAR rent-a-car
33. อุบลราชธานี ไป ขอนแก่น – จองตั๋วรถทัวร์ออนไลน์ – BusX
34. ตั๋วรถทัวร์ ขอนแก่น อุบลราชธานี เริ่มต้น 309.00 บาท
35. รถโดยสารจาก อุบลราชธานี ไปยัง ขอนแก่น | Bus Online Ticket
36. วิธีเดินทางจาก อุบลราชธานี ไป ขอนแก่น – Bookaway
37. รถไฟจาก อุบลราชธานี ไป ขอนแก่น เริ่มต้น ฿422 | ตั๋วและตารางเวลา
38. กําหนดเวลาเดินรถสายตะวันออกเฉียงเหนือ (เที่ยวกลับ)
39. ปลื้มปีติ “กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ” ทรงเปิดอาคารผู้โดยหลังใหม่
40. อัพเดต!!! ความคืบหน้าสนามบินขอนแก่น คาดเปิด 2565 นี้ – Thelist.group
41. โครงการพัฒนาท่าอากาศยานขอนแก่น จังหวัดขอนแก่น – กรมท่าอากาศยาน
42. ท่าอากาศยานนานาชาติขอนแก่น – วิกิพีเดีย
43. Khon Kaen University – มหาวิทยาลัยขอนแก่น
44. Medical Hub ศูนย์การแพทย์ชั้นเลิศ มข. ขยายเตียงให้บริการเพิ่มกว่า 700
45. ศูนย์การแพทย์ภูมิภาค 4,400 ลบ. Khon Kaen Medical Hub – Pantip
46. Medical Hub ศูนย์การแพทย์ใหญ่ที่สุดในอาเซียน มูลค่ารวม … – Pantip
47. “เมดิคัลฮับ” ม.ขอนแก่นงบ 4,346 ล้านบาทเริ่มสร้างแล้ว คาดแล้วเสร็จต้นปี 68
48. ม.ขอนแก่น ทุ่มงบ 4.3 พันล. สร้างศูนย์บริการแพทย์ชั้นเลิศ พร้อมก้าวสู่
49. สร้าง Startup – อุทยานวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น
50. สรุปนวัตกรรมพร้อมใช้สู่การต่อยอดในภาคอุตสาหกรรม ในพื้นที่ระเบียง
51. สตาร์ทอัพใหม่ใกล้ฉัน!! KKUSP มุ่งบ่มเพาะนักศึกษารุ่นใหม่ สู่เส้นทางในการ
52. TCEB Isan Mice เผย “นครราชสีมา” และ “ขอนแก่น” ติดอันดับ✈️ ‘เมืองจัด
53. โครงการ ศูนย์ประชุมและแสดงสินค้าขอนแก่น KICE SUCCESS FOR ALL
54. มาฮู้จัก KICE ศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติ ขอนแก่น ที่พร้อมเป็นส่วน
55. ศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติขอนแก่น (ไคซ์) – THAI MICE CONNECT
56. KICE Khon Kaen – ศูนย์การประชุมและแสดงสินค้านานาชาติไคซ์ ขอนแก่น
57. CEA พาคณะสื่อมวลชนเยี่ยมชม ‘ย่านศรีจันทร์’ ย่านประวัติศาสตร์จังหวัดขอนแก่น
58. Sri Chan | Districts | Creative City Development by CEA (TH)
59. ขับเคลื่อนย่านเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ‘ถนนศรีจันทร์’ แบบไม่มีช่องว่างระหว่างเจ
60. ศรีจันทร์ซอดแจ้ง Walking Street – Creative Economy Agency
61. ททท.-ขอนแก่น เผยมั่นใจนักท่องเที่ยวไทย-เทศ เที่ยวขอนแก่นปี 67 ทะลุ 5
62. ททท. ประกาศความสำเร็จยอดนักท่องเที่ยวเข้าขอนแก่นทะลุเป้า 5 ล้าน รับปี
63. รายได้จากการท่องเที่ยวในภาคอีสาน เป็นจั่งใด๋
64. 10+ ที่เที่ยวภูผาม่าน 2569 ครบทั้งธรรมชาติ คาเฟ่ พร้อมแผนเที่ยว | Trip.com
65. รู้จักกับ “ภูผาม่าน ขอนแก่น” พร้อมช่วงเวลาน่าเที่ยว
66. ถ้ำค้างคาว ภูผาม่าน ขอนแก่น: ค้างคาวออกกี่โมง? แนะนำรอบเย็น – Lemon8
67. Blue lagoon ภูผาม่าน Unseen สระมรกต – Paiduaykan.com
68. [รีวิว] ที่เที่ยวขอนแก่น ภูผาม่านพร้อมจุดไฮไลท์และกิจกรรมแนะนำ – Traveloka
69. ที่พักภูผาม่าน อัปเดต 2569 จองตรง ปลอดภัย 100% | RoomScope
70. 15 ที่พักภูผาม่าน เปิดใหม่ สวยๆ วิวหลักล้าน อัปเดต 2026 – พักไหนดี
71. อัปเดต 6 ที่พักภูผาม่าน ขอนแก่น บรรยากาศชิลล์ กลางธรรมชาติสุดฟิน
72. พิพิธภัณฑ์ไดโนเสาร์ภูเวียง – ดาวน์โหลดหนังสือ | 1-28 หน้า | AnyFlip
73. พิพิธภัณฑ์ไดโนเสาร์ภูเวียง – TAT Edutour
74. ศูนย์ศึกษาวิจัยและพิพิธภัณฑ์ไดโนเสาร์ภูเวียง จังหวัดขอนแก่น
75. พิพิธภัณฑ์ไดโนเสาร์ภูเวียง ขอนแก่น ท่องโลกดึกดำบรรพ์ ชมไดโนเสาร์ไทย
76. พิพิธภัณฑ์ไดโนเสาร์ภูเวียง จังหวัดขอนแก่น ประเทศไทย – Palanla
77. รีวิวจุดชมวิวหินช้างสีขอนแก่นUnseenหินล้านปีวิวเขื่อนอุบลรัตน์ ปี 2569
78. จุดชมวิวหินช้างสี (Hin Chang Si View Point) – รีวิวสถานที่ท่องเที่ยว
79. สถานที่ท่องเที่ยวในขอนแก่น – Khon Kaen Hub
80. วัดพระบาทภูพานคำ (ดู – ท้องถิ่นจังหวัดขอนแก่น
81. ไหว้พระ 7 วัดสวย ขอนแก่น ทำบุญ รับสิริมงคล ถ่ายรูปสวย – TrueID Travel
82. กู่ประภาชัย (กู่บ้านนาคำน้อย) ขอนแก่น | ข้อมูลเที่ยวและการเดินทาง
83. วัดกู่ประภาชัย (กู่ประภาชัย / กู่บ้านนาคำน้อย) – ขอนแก่นลิงก์
84. กู่ประภาชัย โบราณสถาน ขอนแก่น ที่เที่ยวประวัติศาสตร์ขอม แห่ง ภาคอีสาน
85. วัดกู่ประภาชัย แบบบทของการดูแลพุทธสถาน – ทางอีศาน
86. รีวิว วัดกู่ประภาชัย – กู่ประภาชัย หรือ กู่บ้านนาคำน้อย สถานที่ท่องเที่ยวเชิง
87. กู่ประภาชัย หรือ กู่บ้านนาคำน้อย จ.ขอนแก่น : โรคที่เบียดเบียนร่างกายของ
88. ผ้าไหมจังหวัดขอนแก่น – สำนักงานหม่อนไหมเฉลิมพระเกียรติฯ เขต 3
89. ผ้าไหมและภูมิปัญญาขอนแก่น – KAEN
90. ‘นิตดา’ ผ้าไหมแต้มหมี่โมเดิร์นสร้างชื่อของจังหวัดขอนแก่น – ThaiPower.co
91. เรียนรู้ภูมิปัญญาท้องถิ่นแบบยั่งยืนผ่านเส้นทางผ้า ที่กลุ่มหัตถกรรมคุ้มสุขโข จ
92. งานเทศกาลไหมนานาชาติ – Thailand Festival
93. งานเทศกาลไหมและประเพณีผูกเสี่ยว – สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดขอนแก่น
94. งานเทศกาลไหมนานาชาติ ประเพณีผูกเสี่ยวและงานกาชาด จังหวัดขอนแก่น
95. ปลาร้า หมอลำ อีสาน ทูเดอะ เวิลด์’ 24 Thailand Festival งานยิ่งใหญ่ประจำ
96. ครบรอบ 60 ปี ม.ขอนแก่น จัดเต็มหมอลำ 4 เวที 3 วัน 3 คืน เดือน ต.ค.นี้
97. คิวงานหมอลำวันนี้ (7 มิ.ย. 2568) รวมหลายคณะ: ระเบียบวาทะศิลป์-ประถม
98. ทำยังไง ขอนแก่น ถึงจะเป็นเมืองศูนย์กลางธุรกิจความบันเทิง – Pantip
99. สงกรานต์ถนนข้าวเหนียวขอนแก่นวันที่ 2 นักท่องเที่ยวกว่า 7 หมื่นคน ร่วมทำ
100. สงกรานต์ถนนข้าวเหนียว คลื่นมนุษย์ไร้แอลกอฮอล์นักท่องเที่ยวร่วมงานกว่า 5
101. ทุบสถิติโลกได้ตามคาด “คลื่นมนุษย์” ถนนข้าวเหนียวใช้เวลาเล่น 17.41 นาที
102. สงกรานต์ ขอนแก่น คืนแรก นักท่องเที่ยวกว่า 5 หมื่นคน ร่วมเล่นคลื่นมนุษย์
103. สงกรานต์ขอนแก่น ถนนข้าวเหนียวคึกคัก นักท่องเที่ยวหลั่งไหลร่วม “คลื่น
104. ถนนข้าวเหนียวแทบแตก! แสนคนเล่นคลื่นมนุษย์ไปอย่างเดียว » ขอนแก่นลิงก์
105. 11 ร้านอาหาร มิชลินไกด์ ขอนแก่น 2026 มาอีสานต้องแวะ – TrueID Food
106. ตระเวนชิมร้านอาหารมิชลินไกด์ในขอนแก่น – Lemon8
107. ร้านอาหารมิชลินที่ไม่ควรพลาดในขอนแก่น – Lemon8
108. รวมร้านอาหารมิชลินไกด์ขอนแก่น ที่ต้องไปลิ้มลอง – Lemon8 App
109. ยายแพง ไก่ย่างเขาสวนกวาง ขอนแก่น: พิกัดร้านดัง เมนูแนะนำ … – Lemon8
110. 5 ร้านไก่ย่างเขาสวนกวาง เมืองขอนแก่น ร้านดังขอนแก่น รวมร้านอาหารขอนแก่น
111. ร้านอาหารแนะนำในอำเภอ เขาสวนกวาง ปี 2026 (อัปเดตเดือนสิงหาคม)