สารบัญเนื้อหา
- บทนำ: พัฒนาการจาก “เมืองผ่าน” สู่ “มหานครแห่งกีฬาและอารยธรรม”
- ภูมิรัฐศาสตร์ ภูมิประเทศ และรากฐานทางธรณีวิทยา
- พลวัตทางประวัติศาสตร์และมานุษยวิทยาชาติพันธุ์
- โครงสร้างเศรษฐกิจมหภาคและผลิตภัณฑ์มวลรวมจังหวัด (GPP)
- นวัตกรรมผลผลิตทางการเกษตรและภูมิปัญญาสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI)
- ข้าวหอมมะลิดินภูเขาไฟบุรีรัมย์ (Buriram Volcanic Soil Jasmine Rice)
- อุตสาหกรรมสิ่งทอและสีย้อมธรรมชาติ
- บุรีรัมย์ สปอร์ต ซิตี้ (Buriram Sport City): โครงสร้างพื้นฐานด้านกีฬาและการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ
- ทรัพยากรการท่องเที่ยว: จากอัจฉริยภาพทางดาราศาสตร์สู่การท่องเที่ยวยั่งยืน
- อุทยานประวัติศาสตร์พนมรุ้งและกลศาสตร์ดาราศาสตร์
- การท่องเที่ยวเชิงนิเวศน์และการพัฒนา Soft Power
- โครงข่ายคมนาคม โลจิสติกส์ และการเชื่อมโยงภูมิภาค
- กรณีศึกษาเชิงซ้อน: ข้อพิพาทกรรมสิทธิ์ที่ดินเขากระโดง
- แผนยุทธศาสตร์การพัฒนาและข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย
- ผลงานที่อ้างอิง
รายงานการวิเคราะห์เชิงลึก: พลวัตการพัฒนาขีดความสามารถการแข่งขัน ภูมิทัศน์เศรษฐกิจสังคม และโครงสร้างพื้นฐานของจังหวัดบุรีรัมย์
บทนำ: พัฒนาการจาก “เมืองผ่าน” สู่ “มหานครแห่งกีฬาและอารยธรรม”
จังหวัดบุรีรัมย์ ตั้งอยู่ในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่างของประเทศไทย หรือที่รู้จักกันในยุทธศาสตร์กลุ่มจังหวัด “นครชัยบุรินทร์” ถือเป็นดินแดนที่มีความสำคัญทางภูมิรัฐศาสตร์และเศรษฐกิจร่วมสมัยอย่างยิ่งยวด ด้วยขนาดพื้นที่รวมทั้งสิ้นประมาณ 10,393.945 ตารางกิโลเมตร หรือ 6,451,178.125 ไร่ คิดเป็นร้อยละ 6.11 ของพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และมีประชากรมากเป็นอันดับที่ 6 ของประเทศ1 ทิศทางการพัฒนาของจังหวัดได้รับการปรับโครงสร้างอย่างมีนัยสำคัญในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา จากเดิมที่มักถูกรับรู้ในฐานะ “เมืองผ่าน” สำหรับผู้ที่เดินทางจากนครราชสีมาไปยังจังหวัดอื่นๆ ในแถบอีสานใต้ ปัจจุบันบุรีรัมย์ได้ยกระดับศักยภาพตนเองขึ้นเป็น “เมืองพัก” และจุดหมายปลายทางระดับสากลอย่างเต็มภาคภูมิ4
การเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้าง (Structural Transformation) นี้มิได้เกิดขึ้นจากปัจจัยภายนอกเพียงอย่างเดียว หากแต่เป็นผลลัพธ์จากการวางยุทธศาสตร์การพัฒนาพื้นที่ (Spatial Development Strategy) ที่มีความแยบยล โดยผสานต้นทุนทางทรัพยากรธรรมชาติ ประวัติศาสตร์อารยธรรมขอมโบราณ เข้ากับนวัตกรรมโครงสร้างพื้นฐานด้านกีฬาระดับโลก กลยุทธ์ดังกล่าวไม่เพียงแต่สร้างเอกลักษณ์และภาพลักษณ์ใหม่ (City Rebranding) ให้กับเมือง แต่ยังก่อให้เกิดผลกระทบทวีคูณทางเศรษฐกิจ (Economic Multiplier Effect) ที่กระจายตัวอย่างลึกซึ้งไปสู่ภาคการเกษตร ภาคการบริการ และการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่อย่างเป็นรูปธรรม3
ภูมิรัฐศาสตร์ ภูมิประเทศ และรากฐานทางธรณีวิทยา
โครงสร้างทางธรณีวิทยาของจังหวัดบุรีรัมย์มีลักษณะเฉพาะที่หาได้ยากในภูมิภาคอื่นของประเทศไทย สภาพพื้นที่โดยทั่วไปเป็นที่ราบสูง ลาดเอียงจากทิศใต้ลงไปทางทิศเหนือ ลักษณะภูมิประเทศตอนกลางและตอนใต้เป็นลูกคลื่นลอนตื้นและที่ราบขั้นบันไดช่องเขา ซึ่งก่อตัวขึ้นจากกิจกรรมของภูเขาไฟโบราณที่เกิดการปะทุเมื่อประมาณ 900,000 ถึง 1,000,000 ปีเศษที่ผ่านมา3
ความเป็น “ถิ่นภูเขาไฟ” ของบุรีรัมย์ได้รับการยืนยันเชิงประจักษ์ผ่านการค้นพบปล่องภูเขาไฟที่ดับสนิทแล้วถึง 6 ลูก ได้แก่ ภูเขาไฟพนมรุ้ง ภูเขาไฟอังคาร (หรือเขาอังคาร) ภูเขาไฟไปรบัด (เขาปลายบัด) ภูเขาไฟกระโดง ภูเขาไฟหลุบ และภูเขาไฟคอก8 ลักษณะทางธรณีวิทยาเช่นนี้ทิ้งมรดกอันล้ำค่าไว้ให้แก่พื้นที่ในสองมิติหลัก มิติแรกคือความเชื่อและสถาปัตยกรรม ยอดภูเขาไฟเหล่านี้ถูกเลือกให้เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ในการสร้างเทวสถานและปราสาทหินตามคติความเชื่อของชนชาติขอมโบราณ โดยเฉพาะปราสาทหินพนมรุ้งและวัดเขาอังคาร10 มิติที่สองคือปฐพีวิทยาและการเกษตร การผุกร่อนของหินภูเขาไฟจำพวกบะซอลต์และสคอเรีย (Scoriaceous Structure) ก่อให้เกิดดินที่มีแร่ธาตุอุดมสมบูรณ์ ซึ่งกลายเป็นปัจจัยชี้ขาดในการสร้างความแตกต่างให้กับผลผลิตทางการเกษตร9
| กลุ่มชุดดินในจังหวัดบุรีรัมย์ | สัดส่วนพื้นที่ (ร้อยละ) | ลักษณะการกระจายตัวและศักยภาพ |
|---|---|---|
| กลุ่มดินนา (Paddy Soil) | 30% | ครอบคลุมบริเวณตอนกลางของจังหวัดเป็นแนวยาวไปทางทิศใต้ เหมาะสำหรับการทำนาข้าวและพืชล้มลุก1 |
| กลุ่มดินไร่ (Field Soil) | 40% | กระจัดกระจายอยู่ทั่วทั้งจังหวัด เหมาะสำหรับการปลูกพืชเศรษฐกิจ เช่น มันสำปะหลัง อ้อย และยางพารา1 |
| กลุ่มดินคละ (Mixed Soil) | 20% | กระจุกตัวอยู่บริเวณตอนกลางของจังหวัด มีความหลากหลายทางกายภาพสูง1 |
| ทรายน้ำจืด (Freshwater Sand) | – | พบมากริมฝั่งแม่น้ำมูล ท้องที่อำเภอคูเมือง พุทไธสง และสตึก เป็นแหล่งทรัพยากรสำหรับการก่อสร้าง1 |
ในด้านอุตุนิยมวิทยาและทรัพยากรน้ำ พื้นที่นี้ตกอยู่ภายใต้อิทธิพลของลมมรสุมเขตร้อน โดยมีฤดูกาลที่ชัดเจน ได้แก่ ฤดูฝน (มิถุนายนถึงกันยายน) และฤดูหนาว (ตุลาคมถึงมกราคม)3 ปริมาณน้ำฝนที่แปรปรวนทำให้มีการพัฒนาระบบชลประทานอย่างเป็นระบบ ปัจจุบันบุรีรัมย์มีโครงการชลประทานขนาดใหญ่และขนาดกลาง 14 โครงการ สามารถกักเก็บน้ำได้รวม 274.72 ล้านลูกบาศก์เมตร ครอบคลุมพื้นที่ชลประทาน 152,452 ไร่ โดยมีแหล่งน้ำสำคัญ เช่น เขื่อนลำนางรอง อ่างเก็บน้ำห้วยจระเข้มาก และอ่างเก็บน้ำทุ่งแหลม1
พลวัตทางประวัติศาสตร์และมานุษยวิทยาชาติพันธุ์
ประวัติศาสตร์ของบุรีรัมย์มีความเชื่อมโยงอย่างลึกซึ้งกับพัฒนาการของอาณาจักรขอมโบราณ ซึ่งสะท้อนให้เห็นผ่านแหล่งโบราณสถานมากกว่า 60 แห่ง รวมถึงแหล่งเตาเผาเครื่องปั้นดินเผาโบราณ15 ในอดีต พื้นที่บริเวณนี้เป็นจุดศูนย์รวมของผู้คนในเขตขอมร้า มีการตั้งเมืองที่เรียกว่า “เมืองแปะ” ก่อนที่จะได้รับการยกฐานะโดยแต่งตั้งบุตรเจ้าเมืองพุทไธสงให้เป็นเจ้าเมือง และเปลี่ยนชื่อเป็น “บุรีรัมย์” ในช่วงปลายรัชกาลพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ก่อนจะได้รับการจัดระเบียบบริหารราชการเป็นจังหวัดอย่างเป็นทางการในปี พ.ศ. 2476 ภายหลังการยุบมณฑลนครราชสีมา1
ความหลากหลายทางชาติพันธุ์ถือเป็นทุนทางสังคม (Social Capital) ที่สำคัญที่สุดประการหนึ่งของจังหวัด แม้ว่าในปี พ.ศ. 2482 รัฐบาลในขณะนั้นจะมีนโยบายเปลี่ยนชื่อประเทศและกำหนดให้ราษฎรทุกกลุ่ม ไม่ว่าจะเป็น ลาว ส่วย หรือเขมร ถูกนับรวมเป็น “คนไทย” ทั้งหมด17 แต่ในทางมานุษยวิทยา พื้นที่นี้ยังคงประกอบด้วยกลุ่มชาติพันธุ์หลัก 4 กลุ่มที่มีอัตลักษณ์เฉพาะตัวสูง18
| กลุ่มชาติพันธุ์ | ถิ่นฐานที่ตั้งหลัก | อัตลักษณ์ทางภาษาและศิลปวัฒนธรรมสิ่งทอ |
|---|---|---|
| กลุ่มไทย-เขมร | บริเวณตอนใต้ติดทิวเขาพนมดงรัก | ใช้ภาษาเขมรพื้นถิ่นที่สื่อสารกับชาวเสียมราฐได้ เชี่ยวชาญการทอผ้าไหมลายหางกระรอก ลายอัลปรม ลายโฮล และลายลูกแก้ว18 |
| กลุ่มไทย-กูย (ส่วย) | กระจายตัวทางตอนใต้และผสมผสานกับกลุ่มอื่น | แบ่งย่อยเป็น “เขมรส่วย” และ “ลาวส่วย” สตรีนิยมสวมซิ่นที่มีหัวและตีนซิ่น นิยมผ้าไหมลายลูกแก้วย้อมมะเกลือสีดำ และผ้าไหมกระเนียว18 |
| กลุ่มไทย-ลาว | กระจายตัวทั่วไปโดยเฉพาะทางตอนเหนือ | สถาปัตยกรรมเรือนไม้คล้ายอีสานทั่วไป มีประเพณีรำผีฟ้าบูชาพญาแถน นิยมผ้าย้อมหม้อห้อม ผ้ามัดหมี่ และผ้าขิด18 |
| กลุ่มไทย-โคราช | อำเภอนางรอง อำเภอหนองกี่ อำเภอละหานทราย | สืบเชื้อสายจากผู้ที่อพยพมาจากภาคตะวันออกตั้งแต่สมัยอยุธยาตอนปลาย มีภาษาถิ่นเฉพาะ (ไทยเดิ้ง) นิยมผ้าไหมลายหางกระรอก18 |
โครงสร้างเศรษฐกิจมหภาคและผลิตภัณฑ์มวลรวมจังหวัด (GPP)
ข้อมูลเชิงประจักษ์จากสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติระบุว่า ในปี พ.ศ. 2566 ผลิตภัณฑ์มวลรวมจังหวัด (GPP) ของบุรีรัมย์มีมูลค่าสูงถึง 108,467.40 ล้านบาท ซึ่งจัดอยู่ในกลุ่ม 5 อันดับแรก (Big 5) ของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ รองจากนครราชสีมา ขอนแก่น อุบลราชธานี และอุดรธานี5 โดยประชากรกว่า 1.56 ล้านคน (ครอบคลุม 497,860 ครัวเรือน) มีรายได้เฉลี่ยต่อหัวอยู่ที่ 91,635.87 บาทต่อปี เพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้าร้อยละ 3.0026

โครงสร้างเศรษฐกิจของบุรีรัมย์ขับเคลื่อนด้วย 2 เสาหลักที่สำคัญ:
ภาคการเกษตรกรรม: มีมูลค่า 26,659.39 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 24.6 ของ GPP ซึ่งถือเป็นการขยายตัวในระดับสูงเมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ยของภูมิภาค15 จังหวัดมีพื้นที่เกษตรกรรมถึง 4.56 – 4.80 ล้านไร่ ครอบคลุมครัวเรือนเกษตรกรกว่า 268,233 ครัวเรือน ผลผลิตหลักประกอบด้วย ข้าวหอมมะลิ (พื้นที่ 2.83 ล้านไร่ ผลผลิต 896,388 ตัน) มันสำปะหลัง อ้อย และยางพารา อย่างไรก็ตาม ภาคเกษตรยังคงเผชิญความท้าทายจากภาระหนี้สินเฉลี่ยที่ 59,399 บาทต่อครัวเรือน5
ภาคนอกการเกษตร (อุตสาหกรรมและบริการ): มีมูลค่ารวม 81,808.01 ล้านบาท นำโดยหมวดอุตสาหกรรมการผลิต (17,573.28 ล้านบาท) และกลุ่มบริการที่เกี่ยวเนื่องกับการท่องเที่ยว การค้าปลีก และสุขภาพ24 สินค้าส่งออกที่สำคัญของจังหวัดคือ อาหารสด (เนื้อหมู เนื้อไก่) ผักผลไม้ และเครื่องแต่งกาย ในขณะที่สินค้านำเข้าหลัก ได้แก่ เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ สินค้าอิเล็กทรอนิกส์ และวัตถุดิบตามฤดูกาล5 โครงสร้างธุรกิจที่มีสัดส่วนของกิจการขนาดใหญ่สูงส่งผลบวกต่อการจ้างงานและการเชื่อมโยงห่วงโซ่อุปทานอย่างเป็นระบบ15
นวัตกรรมผลผลิตทางการเกษตรและภูมิปัญญาสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI)
การยกระดับเศรษฐกิจฐานรากของบุรีรัมย์พึ่งพาการสร้างมูลค่าเพิ่ม (Value Creation) ผ่านกลไกสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (Geographical Indications – GI) ซึ่งเป็นการหลอมรวมความอุดมสมบูรณ์ของระบบนิเวศน์ทางธรณีวิทยาเข้ากับภูมิปัญญาที่สืบทอดกันมาแต่โบราณ
ข้าวหอมมะลิดินภูเขาไฟบุรีรัมย์ (Buriram Volcanic Soil Jasmine Rice)
สินค้าระดับพรีเมียมนี้ได้รับการขึ้นทะเบียน GI ในเดือนกันยายน พ.ศ. 2563 ครอบคลุมข้าวเปลือก ข้าวกล้อง และข้าวขาว ที่แปรรูปมาจากข้าวพันธุ์ขาวดอกมะลิ 105 และ กข 1528 พื้นที่เพาะปลูกตั้งอยู่บนแผ่นดินที่เคยเป็นภูเขาไฟ แร่ธาตุที่ผุกร่อนจากหินบะซอลต์ โดยเฉพาะธาตุฟอสฟอรัสและแคลเซียมที่สูงกว่าดินทั่วไป ผนวกกับสภาพแวดล้อมที่ทำให้พืชเกิดความเครียดจากการขาดน้ำในระยะสะสมแป้ง และอุณหภูมิที่ต่ำในระยะสุกแก่ ส่งผลกระตุ้นให้กลไกทางชีวภาพของข้าวหลั่งสารระเหย 2-Acetyl-1-Pyrroline (2AP) ออกมาในปริมาณมหาศาล12 ส่งผลให้เมล็ดข้าวมีลักษณะเรียวยาว เลื่อมมัน มีท้องไข่น้อย เมื่อนำไปหุงสุกจะมีความเหนียวนุ่มและมีกลิ่นหอมเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว34
ความสำเร็จของสินค้านี้มาจากความเข้มแข็งของวิสาหกิจชุมชน เช่น กลุ่มข้าวหอมมะลิอินทรีย์ดินภูเขาไฟ ตำบลจรเข้มาก อำเภอประโคนชัย และสกต.บุรีรัมย์ ที่สามารถบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทานได้อย่างครบวงจร ตั้งแต่การใช้เทคโนโลยีอวกาศ (แอปพลิเคชัน DRAGONFLY ของ GISTDA) มาช่วยวางแผนเพาะปลูก ไปจนถึงกระบวนการบรรจุภัณฑ์แบบสุญญากาศที่ปราศจากการรมยา29
อุตสาหกรรมสิ่งทอและสีย้อมธรรมชาติ
งานหัตถกรรมสิ่งทอของบุรีรัมย์ถือเป็นตัวจุดประกายเศรษฐกิจสร้างสรรค์ระดับท้องถิ่นที่ทรงอิทธิพล ประกอบด้วยผลิตภัณฑ์ชูโรง 2 ชนิด:
ผ้าภูอัคนี (ผ้าย้อมดินภูเขาไฟ): ถือกำเนิดขึ้นจากความช่างสังเกตของกลุ่มสตรีบ้านเจริญสุข อำเภอเฉลิมพระเกียรติ ที่ค้นพบว่าคราบโคลนสีแดงจากภูเขาไฟพระอังคารสามารถให้สีที่สวยงามบนผืนผ้าฝ้าย38 กระบวนการผลิตเริ่มจากการหมักย้อมเส้นฝ้ายด้วยดินภูเขาไฟเพื่อให้ได้เฉดสีน้ำตาลอ่อนไปจนถึงสีส้มอิฐ จากนั้นจึงนำไปต้มกับน้ำเปลือกต้นประดู่เพื่อเป็นสารจับสีธรรมชาติ (Mordant) ทำให้สีติดทนนานไม่ตกซีด39 ภูมิปัญญานี้ไม่เพียงสร้างผลิตภัณฑ์สิ่งทอที่งดงาม แต่ยังทำให้หมู่บ้านเจริญสุขได้รับการคัดเลือกให้เป็นหมู่บ้านท่องเที่ยว OTOP Village Champion ที่ดึงดูดผู้สนใจเข้ามาศึกษาดูงานเชิงวัฒนธรรมอย่างต่อเนื่อง41
ผ้าไหมมัดหมี่ซิ่นตีนแดงบุรีรัมย์: ผ้าไหมทอมือที่เป็นอัตลักษณ์ของชาวอำเภอพุทไธสงและนาโพธิ์ ได้รับการขึ้นทะเบียน GI อย่างเป็นทางการ45 ความโดดเด่นทางกายภาพอยู่ที่การใช้เส้นไหมคุณภาพสูง (เช่น พันธุ์บุรีรัมย์ 60 หรือพันธุ์พื้นบ้าน) นำมาทอด้วยเทคนิคชั้นสูง โดยส่วนหัวและตีนซิ่นจะเป็นสีแดงสดตัดกับส่วนกลางลำตัวซิ่นที่เป็นลายมัดหมี่เชิงซ้อนสีเข้มหรือสีดำ ลายโบราณที่ได้รับความนิยมอย่างสูง ได้แก่ ลายอัปสรามงกุฎกุญชร และลายพุ่มข้าวอัปสรา ซึ่งปัจจุบันได้ถูกประยุกต์เข้าสู่วงการแฟชั่นร่วมสมัยอย่างแพร่หลาย48
บุรีรัมย์ สปอร์ต ซิตี้ (Buriram Sport City): โครงสร้างพื้นฐานด้านกีฬาและการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ
การปรับกระบวนทัศน์ทางเศรษฐกิจที่ทรงพลังที่สุดของบุรีรัมย์ในศตวรรษที่ 21 คือการทุ่มงบประมาณและวิสัยทัศน์ลงไปในอุตสาหกรรมกีฬา ภายใต้แนวคิด “บุรีรัมย์ สปอร์ต ซิตี้” หรือที่นักวิชาการมักขนานนามว่า “เนวินโมเดล”4 แนวคิดนี้ได้พลิกโฉมภูมิทัศน์ของเมือง จากการพึ่งพาการท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ซึ่งมักประสบปัญหาในช่วงนอกฤดูกาล (Low Season) มาสู่การจัดกิจกรรมมวลชนตลอดทั้งปี ช่วยให้ช่องว่างทางรายได้ของภาคธุรกิจลดลง และยังเป็นเครื่องมือเชิงจิตวิทยาที่ลดช่องว่างระหว่างวัยภายในชุมชน เมื่อโครงสร้างพื้นฐานระดับสากลทำให้เยาวชนและผู้สูงอายุมีพื้นที่ทำกิจกรรมร่วมกัน
ศูนย์กลางของยุทธศาสตร์นี้คือ สโมสรฟุตบอลบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด (Buriram United) ซึ่งใช้สนามช้างอารีนา (Chang Arena) เป็นรังเหย้า สโมสรฟุตบอลแห่งนี้ประสบความสำเร็จทั้งในเวทีไทยลีกและเวทีระดับทวีป เช่น การแข่งขันเอเอฟซี แชมเปียนส์ลีก อีลิท (AFC Champions League Elite) โดยมีตารางการแข่งขันอย่างต่อเนื่องเพื่อรับการมาเยือนของสโมสรชั้นนำอย่าง ยะโฮร์ ดารุล ทักซิม, กัมบะ โอซะกะ, วิสเซล โคเบะ และเซี่ยงไฮ้พอร์ต52 นอกจากนี้ สโมสรยังได้ขยายอิทธิพลไปสู่อุตสาหกรรมอีสปอร์ต (eSports) ซึ่งประเมินกันว่าจะมีอัตราการเข้าถึงและสร้างผลกระทบต่อวัยรุ่นได้รวดเร็วยิ่งกว่ากีฬาฟุตบอลดั้งเดิม54
อย่างไรก็ดี เมกะโปรเจกต์ที่เป็นตัวเปลี่ยนเกม (Game Changer) ในระดับโลกที่แท้จริงคือ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต สนามแข่งรถมาตรฐานระดับ FIA Grade 1 และ FIM Grade A ที่มีความยาว 4.554 กิโลเมตร ประกอบด้วย 12 โค้ง และความจุอัฒจันทร์หลัก 50,000 คน51

การประมูลสิทธิ์และจัดการแข่งขันรถจักรยานยนต์ชิงแชมป์โลก MotoGP (PT Grand Prix of Thailand) สร้างสึนามิทางเศรษฐกิจที่ชัดเจน ในปี พ.ศ. 2567 (2024) การแข่งขันสร้างเม็ดเงินหมุนเวียน 4,759 ล้านบาท และสร้างสถิติสูงสุดในปี พ.ศ. 2569 (2026) ด้วยยอดผู้ชม 228,228 คน และมูลค่าทางเศรษฐกิจ 5,139 ล้านบาท โดยตลอด 6 ปีที่เป็นเจ้าภาพ สามารถกระตุ้นเศรษฐกิจรวมได้กว่า 24,853 ถึง 28,000 ล้านบาท56 การจ้างงานที่เกิดขึ้นเทียบเท่าระยะเวลา 1 ปี สูงถึง 7,983 ตำแหน่ง และสร้างรายได้ทางภาษี (VAT และภาษีเงินได้) กลับคืนสู่ภาครัฐกว่า 358 ล้านบาท57
ตัวแปรเชิงโครงสร้างที่ยืนยันความสำเร็จของกลยุทธ์ “การท่องเที่ยวเชิงกีฬา” (Sport Tourism) คือพฤติกรรมการใช้จ่าย โดยพบว่านักท่องเที่ยวต่างชาติมีค่าใช้จ่ายเฉลี่ยสูงถึง 36,636 บาทต่อคนต่อทริป ในขณะที่ชาวไทยใช้จ่ายเฉลี่ย 18,057 บาทต่อคนต่อทริป58 ด้วยเม็ดเงินและผลประจักษ์เหล่านี้ คณะรัฐมนตรีจึงมีมติอนุมัติงบประมาณรวม 3,997.86 ล้านบาท เพื่อต่อสัญญาลิขสิทธิ์กับ Dorna Sports เป็นเจ้าภาพยาวต่อเนื่องอีก 5 ปี (พ.ศ. 2570–2574)60 แม้จะมีการตั้งข้อสังเกตจากสาธารณชนในประเด็นความคุ้มค่าและข้อกังวลเรื่องการใช้จ่ายงบประมาณแผ่นดิน แต่ข้อมูลวิเคราะห์ระบุชัดว่าค่าลิขสิทธิ์จ่ายตรงแก่เจ้าของสิทธิ์ และรายได้ทั้งหมดถูกนำส่งคืนผ่านบัญชีการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) โดยไม่เกิดผลประโยชน์ทับซ้อนกับผู้ประกอบการเอกชน59
ทรัพยากรการท่องเที่ยว: จากอัจฉริยภาพทางดาราศาสตร์สู่การท่องเที่ยวยั่งยืน
นอกเหนือจากโครงสร้างพื้นฐานระดับโลก บุรีรัมย์ยังคงรักษาความสามารถในการแข่งขันด้านการท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์และนิเวศวิทยา ซึ่งสอดรับกับนโยบายการท่องเที่ยวเพื่อความยั่งยืน
อุทยานประวัติศาสตร์พนมรุ้งและกลศาสตร์ดาราศาสตร์
ปราสาทหินพนมรุ้ง มหาเทวาลัยศาสนาฮินดูลัทธิไศวนิกายที่ตั้งตระหง่านบนปากปล่องภูเขาไฟที่ดับสนิท เป็นภาพสะท้อนที่สมบูรณ์แบบของอัจฉริยภาพทางวิศวกรรมสถาปัตยกรรมขอมโบราณ ปรากฏการณ์ที่สร้างชื่อเสียงในระดับนานาชาติคือ ปรากฏการณ์แสงอาทิตย์ส่องลอดตรง 15 ช่องประตู ซึ่งจะเกิดขึ้นเพียง 4 ครั้งในหนึ่งรอบปี ได้แก่:
พระอาทิตย์ตก: ในช่วงวันที่ 5-7 มีนาคม และ 5-7 ตุลาคม ของทุกปี62
พระอาทิตย์ขึ้น: ในช่วงวันที่ 3-5 เมษายน และ 8-10 กันยายน ของทุกปี64

ปรากฏการณ์นี้เกิดจากการคำนวณตำแหน่งที่ตั้งและองศาของดวงอาทิตย์อย่างแม่นยำ ซึ่งนักท่องเที่ยวเชิงศรัทธาเชื่อว่าการได้รับแสงอาทิตย์ที่ลอดผ่านประตูดังกล่าวจะนำมาซึ่งพลังแห่งความเป็นสิริมงคล62 การเชื่อมโยงเส้นทางท่องเที่ยวยังรวมถึง ปราสาทเมืองต่ำ ที่ตั้งอยู่ห่างออกไปเพียง 8 กิโลเมตร โดดเด่นด้วยบารายและสถาปัตยกรรมยุคบาปวน11 ตลอดจนวนอุทยานภูเขาไฟกระโดง ที่ยังคงเหลือร่องรอยของปากปล่องภูเขาไฟอย่างชัดเจน พร้อมทัศนียภาพเหนือเมืองบุรีรัมย์11
การท่องเที่ยวเชิงนิเวศน์และการพัฒนา Soft Power
ผืนป่าของบุรีรัมย์ โดยเฉพาะพื้นที่ติดต่อกับอุทยานแห่งชาติตาพระยา มีบทบาทสำคัญในระบบนิเวศน์ระดับนานาชาติ เนื่องจากเป็นส่วนหนึ่งของผืนป่ามรดกโลกทางธรรมชาติ ดงพญาเย็น-เขาใหญ่ (ขึ้นทะเบียน พ.ศ. 2548)73 ด้วยสภาพแวดล้อมที่ปราศจากมลภาวะทางแสง บริเวณหุบเขา “กลางดง” ที่ระดับความสูง 450 เมตรจากระดับน้ำทะเล จึงได้รับการรับรองให้เป็นเขตอนุรักษ์ท้องฟ้ามืด (Dark Sky Reserve) ซึ่งเอื้ออำนวยต่อการจัดกิจกรรมการท่องเที่ยวเชิงดาราศาสตร์และดูดาวตาเปล่าได้อย่างสมบูรณ์แบบ73
ในระดับจุลภาค วัฒนธรรมอาหารริมทาง (Gastronomy/Street Food) ได้กลายเป็น Soft Power ที่ทรงพลัง กรณี “ลูกชิ้นยืนกินสถานีรถไฟบุรีรัมย์” ที่ได้รับการพูดถึงโดย ลิซ่า BLACKPINK สร้างปรากฏการณ์ยอดขายถล่มทลาย เอกลักษณ์ไม่ได้อยู่เพียงแค่ตัวลูกชิ้นทอด แต่เป็นวัฒนธรรมการรวมกลุ่มยืนรับประทานและการจิ้ม “น้ำจิ้มสูตรพริกเผาน้ำมะขามเปียก” ซึ่งช่วยสร้างรายได้มหาศาลแก่ผู้ประกอบการรายย่อย และก่อเกิดเป็นสัญลักษณ์ใหม่แห่งการท่องเที่ยวของเมือง77
โครงข่ายคมนาคม โลจิสติกส์ และการเชื่อมโยงภูมิภาค
การเติบโตของเศรษฐกิจและปริมาณนักท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด ทำให้มีความจำเป็นต้องยกระดับโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่ง ปัจจุบันนักท่องเที่ยวสามารถเดินทางด้วยสายการบินพาณิชย์ไปยัง ท่าอากาศยานบุรีรัมย์ (BFV / VTUO) ซึ่งรองรับเที่ยวบินของไทยแอร์เอเชียและนกแอร์ โดยมีเส้นทางบินตรงเชื่อมโยงกับกรุงเทพมหานครและเชื่อมต่อเส้นทางระดับภูมิภาค81
ในส่วนของการขนส่งระบบราง ปัจจุบันมีขบวนรถไฟที่ให้บริการเชื่อมต่อจังหวัดในภาคอีสานตอนล่างหนาแน่น โดยเส้นทางอุบลราชธานี-บุรีรัมย์ ระยะทางประมาณ 189-228 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางเฉลี่ย 2-3 ชั่วโมง ขึ้นอยู่กับประเภทขบวนรถ84 อย่างไรก็ตาม กระทรวงคมนาคมได้เตรียมแผนแม่บทในการยกระดับโครงข่ายด้วย โครงการรถไฟทางคู่ ช่วงชุมทางถนนจิระ (นครราชสีมา) – อุบลราชธานี ซึ่งเป็นเมกะโปรเจกต์วงเงินกว่า 44,095 ล้านบาท ระยะทาง 307.7 กิโลเมตร ครอบคลุม 34 สถานี ผ่านพื้นที่ 5 จังหวัด (นครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ อุบลราชธานี)89
โครงการรถไฟทางคู่นี้ออกแบบมาเพื่อรองรับความเร็วสูงสุด 160 กิโลเมตรต่อชั่วโมง (ในพื้นที่เมือง 120 กิโลเมตรต่อชั่วโมง) บนขนาดราง 1.00 เมตร89 คาดว่าจะเริ่มดำเนินการก่อสร้างได้ในปี พ.ศ. 2571 และเปิดใช้งานในปี พ.ศ. 2575 โครงการนี้มิใช่เป็นเพียงการปรับปรุงระบบโดยสาร แต่คือยุทธศาสตร์โลจิสติกส์ระดับมหภาคที่จะลดต้นทุนการขนส่งสินค้าเกษตร และผลักดันให้นครราชสีมาและบุรีรัมย์ทำหน้าที่เป็นระเบียงเศรษฐกิจเชื่อมต่อไปยังสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว และเวียดนามอย่างมีประสิทธิภาพ90
กรณีศึกษาเชิงซ้อน: ข้อพิพาทกรรมสิทธิ์ที่ดินเขากระโดง
ท่ามกลางการเติบโตทางเศรษฐกิจ จังหวัดบุรีรัมย์ยังเผชิญกับความท้าทายเชิงกฎหมายที่ซับซ้อนที่สุดคดีหนึ่งของประเทศ นั่นคือกรณีพิพาท “ที่ดินเขากระโดง” บริเวณทางแยก 8 กิโลเมตร จากสถานีบุรีรัมย์ ครอบคลุมเนื้อที่กว้างขวางถึง 5,083 ไร่95 ข้อพิพาทนี้เกิดจากการทับซ้อนกันของสิทธิแห่งรัฐและการออกเอกสารสิทธิ์ให้แก่เอกชน
สถานะทางกฎหมายปัจจุบันมีความชัดเจนอย่างยิ่ง ภายหลังที่ศาลยุติธรรม (ตั้งแต่ศาลชั้นต้นจนถึงศาลฎีกา) และศาลปกครองกลาง ได้มีคำพิพากษาชี้ขาดให้ที่ดินดังกล่าวเป็นกรรมสิทธิ์ของการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) โดยอาศัยหลักฐานการรังวัดและการสงวนที่ดินเพื่อสร้างทางรถไฟในอดีต พร้อมทั้งมีคำสั่งให้กรมที่ดินดำเนินการเพิกถอนเอกสารสิทธิ์ที่ออกโดยมิชอบ95 อย่างไรก็ตาม คณะกรรมการสอบสวนของกรมที่ดินกลับมีมติไม่เพิกถอนโฉนด โดยอ้างเหตุผลด้านความไม่ชัดเจนของแผนที่ท้ายพระราชกฤษฎีกา และผลักภาระให้ รฟท. ต้องดำเนินการยื่นฟ้องร้องขับไล่เป็นรายแปลง95
ปัจจุบัน รฟท. ได้ดำเนินการยื่นฟ้องศาลเพื่อขอเพิกถอนและขับไล่ผู้ถือครองที่ดินแล้วจำนวน 116 แปลง101 ความขัดแย้งเชิงนโยบายระหว่างหน่วยงานรัฐนี้ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อความเชื่อมั่นในการลงทุนภาคอสังหาริมทรัพย์ในพื้นที่ และสร้างความวิตกกังวลต่อประชาชนและผู้ประกอบการท้องถิ่นที่อาศัยอยู่เดิม การแก้ไขปัญหานี้จึงต้องการมาตรการประนีประนอมระดับนโยบาย เช่น การเปลี่ยนจากการขับไล่เป็นการทำสัญญาเช่าระยะยาวในอัตราที่เป็นธรรม เพื่อเยียวยาผู้สุจริตและฟื้นฟูสภาพเศรษฐกิจของพื้นที่96
แผนยุทธศาสตร์การพัฒนาและข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย
แผนพัฒนาท้องถิ่นจังหวัดบุรีรัมย์ ฉบับที่ 2 (พ.ศ. 2566 – 2570) ได้กำหนดวิสัยทัศน์ไว้ชัดเจนว่า “ศูนย์กลางการท่องเที่ยวอารยธรรมขอมและกีฬามาตรฐานโลก เศรษฐกิจมั่นคง สังคมเข้มแข็ง” โดยมียุทธศาสตร์สำคัญ 4 ประการ ครอบคลุมการพัฒนาระบบโลจิสติกส์, การยกระดับนวัตกรรมแปรรูปการเกษตร, การส่งเสริมแหล่งท่องเที่ยวอารยธรรมขอมและการกีฬา, และการสร้างความมั่นคงทางสังคมและสิ่งแวดล้อม
เพื่อเสริมสร้างเสถียรภาพและยกระดับศักยภาพของจังหวัดในอนาคต มีข้อเสนอแนะเชิงนโยบายดังต่อไปนี้:
การบูรณาการระบบขนส่งรอง (Feeder Connectivity): ควบคู่ไปกับการก่อสร้างโครงการรถไฟทางคู่ ภาครัฐและเอกชนส่วนท้องถิ่นต้องร่วมกันจัดตั้งระบบขนส่งมวลชนภายในจังหวัดที่เชื่อมโยงจุดผ่านทรานซิทหลัก (สถานีรถไฟและท่าอากาศยาน) เข้าสู่แหล่งท่องเที่ยวศูนย์กลาง เช่น สนามช้างอารีนาและอุทยานประวัติศาสตร์พนมรุ้ง เพื่อกระจายเม็ดเงินจากการท่องเที่ยวสู่ผู้ประกอบการระดับชุมชน91
นวัตกรรมเพื่อการแก้ไขข้อพิพาทเชิงพื้นที่ (Land Dispute Resolution): กรณีเขากระโดง รัฐบาลส่วนกลางควรแทรกแซงเพื่อยุติความขัดแย้งระหว่างกระทรวง โดยนำกลไก “สิทธิการเช่าระยะยาวเพื่อการพัฒนา” (Leasehold Development) มาปรับใช้กับพื้นที่พาณิชยกรรมของเอกชน เพื่อปกป้องสิทธิของประชาชนผู้สุจริต ในขณะที่ รฟท. สามารถจัดเก็บรายได้เข้ารัฐอย่างเหมาะสมโดยไม่ต้องพึ่งพากระบวนการฟ้องร้องที่กินเวลายาวนาน96
ยุทธศาสตร์ต่อยอดเศรษฐกิจนอกฤดูกาล (Low Season Rainbow Economy): เพื่อลดความผันผวนของรายได้ในช่วงฤดูฝน (พฤษภาคม-กันยายน) อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของบุรีรัมย์ควรให้ความสำคัญกับกลุ่มนักท่องเที่ยวความสนใจพิเศษ (Niche Market) ผ่านการจัดกิจกรรมการประชุมสัมมนา (MICE) มหกรรมอีสปอร์ต (eSports) หรือการท่องเที่ยวเชิงดาราศาสตร์ที่อุทยานแห่งชาติตาพระยา เพื่อกระตุ้นห่วงโซ่อุปทานและรักษาระดับการจ้างงานในภาคบริการอย่างยั่งยืน54
ผลงานที่อ้างอิง
2. จังหวัดบุรีรัมย์ – วิกิพีเดีย
3. รู้จักกับบุรีรัมย์ – เรื่องน่ารู้ 77 จังหวัด
4. กีฬาสร้างเศรษฐกิจ “เนวินโมเดล” ปลุกบุรีรัมย์โตสวนกระแส เปลี่ยนเมืองผ่าน
5. Profile จังหวัด : บุรีรัมย์ – Buriram
6. ประวัติความเป็นมา – จังหวัดบุรีรัมย์
7. ข้อมูลทั่วไปจังหวัด – Buriram – กระทรวงพาณิชย์
8. อดีตที่หลายคนไม่รู้จัก…”บุรีรัมย์” เมืองรวยภูเขาไฟ – ผู้จัดการออนไลน์
9. ภูเขาไฟบุรีรัมย์ 6 ลูก – Digital Archive | จดหมายเหตุดิจิตัล
10. ภูเขาไฟเก่าแบบดับสนิทแล้ว ที่ยังพบร่องรอยเหลืออยู่ในประเทศไทย
11. 26 ที่เที่ยวบุรีรัมย์ เสน่ห์อีสานใต้ที่ไปแล้วจะรักเลย [อัปเดต 2026] – Traveloka
12. ข้าวหอมมะลิดินภูเขาไฟ……มหัศจรรย์แห่งการสร้างสรรค์ที่ไม่มีวันสิ้นสุด
13. 20 ที่เที่ยวบุรีรัมย์ในเมือง ธรรมชาติ ภูเขา น้ำตก อ่างเก็บน้ำในปี 2569 – KTC
14. 25 ที่เที่ยวบุรีรัมย์ 2025 หนึ่งในอีสานใต้ ไปแล้วไม่มีเงียบเหงา – Wongnai
15. ทำไมเศรษฐกิจ ‘บุรีรัมย์’ จึงโดดเด่น ขึ้นแท่น Big 5 แห่งอีสาน?
16. ประวัติความเป็นมา – บุรีรัมย์
17. จังหวัด บุรีรัมย์ เมืองเก่าแก่กว่า 2,000 ปี ชื่อนี้มีความหมายว่าอะไร เป็นมา
18. หมู่บ้านทอผ้าไหมนาโพธิ์ – ท่องเที่ยวบุรีรัมย์
19. ข้อมูลชาติพันธ์ุท้องถิ่น – ฐานข้อมูลทรัพย์กรชีวภาพ – มหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์
20. ชาวไทยเชื้อสายเขมร – วิกิพีเดีย
21. ข้อมูลชาติพันธ์ุท้องถิ่น ชาติพันธุ์ไทยเขมร
22. ชนสี่เผ่าในจังหวัดศรีสะเกษ
23. ผมสงสัยมานานแล้วครับ – Pantip
24. ข้อมูลจังหวัดบุรีรัมย์ 1. ผลิตภัณฑ์มวลรวมจังห
25. พาส่องเบิ่ง GPP อีสานปีล่าสุด 2566 จังหวัด Big 5 of ISAN มีมูลค่ามากกว่า
26. ข้อมูลพื้นฐานของจังหวัดบุรีรัมย์
27. 1 ข้อมูลพื้นฐานของจังหวัดบุรีรัมย์
28. ข้าวหอมมะลิดินภูเขาไฟบุรีรัมย์ หนึ่งในข้าว GI ที่เป็นที่ต้องการมากที่สุดในโลก!
29. กลุ่มข้าวหอมมะลิอินทรีย์ดินภูเขาไฟ GI บุรีรัมย์ ต้นแบบการรวมกลุ่ม ผลิต
30. กว่า 4 ปีในการได้มาของ GI “ข้าวหอมมะลิดินภูเขาไฟบุรีรัมย์” ความภาคภูมิของ
31. “ข้าวหอมมะลิดินภูเขาไฟบุรีรัมย์” มีเอกลักษณ์ ไม่ธรรมดา จนคว้า GI
32. ข้าวหอมมะลิอินทรีย์ดินภูเขาไฟ GI บุรีรัมย์ – ห้องสมุดเพื่อเกษตรกรไทย
33. “ข้าวหอมมะลิภูเขาไฟบาราย” ดินแดนปราสาทเมืองต่ำชุมชนบ้านโคกเมือง
34. ข้าวหอมมะลิดินภูเขาไฟบุรีรัมย์ รสชาติอร่อย มีคุณประโยชน์ | เทคโนโลยีชาวบ้าน
35. ข้าวหอมมะลิดินภูเขาไฟบุรีรัมย์ ขนาด 1 กิโลกรัม ตรา A-Rice
36. ข้าวหอมมะลิดินภูเขาไฟบุรีรัมย์ GI เอกลักษณ์ท้องถิ่น สร้างมูลค่าผลผลิต ยก
37. ‘ภูเขาไฟกระโดง จ.บุรีรัมย์‘ มหัศจรรย์แห่งดินแดนภูเขาไฟที่มากที่สุดใน
38. กลุ่มอาชีพสตรีทอผ้าฝ้าย-ไหม (ภูอัคนี) – Thai SenSee
39. ผ้าภูอัคนี – ร้านชอบไหม – ร้านชอบไหม
40. Dye with Dust and Dirt | a day magazine
41. ภูมิปัญญา ‘ผ้าภูอัคนี’ มหัศจรรย์จากดินภูเขาไฟ – Aworld connect
42. รู้จัก “ผ้าภูอัคนี” สีสันจากดินภูเขาไฟ เสื้อที่ลุงตู่ใส่เที่ยวบุรีรัมย์ – ผู้จัดการออนไลน์
43. “ผ้าภูอัคนี”ของดีจากดินภูเขาไฟ – สถาบันพัฒนาอุตสาหกรรมสิ่งทอ
44. รายการ “หอมแผ่นดิน” EP.12 | ผ้าภูอัคนี วิถีบ้านเจริญสุข บุรีรัมย์ – YouTube
45. “ผ้าไหมมัดหมี่ซิ่นตีนแดงบุรีรัมย์” GI เอกลักษณ์ท้องถิ่นของชาวอําเภอพุทไธสง
46. ผ้าไหมมัดหมี่ตีนแดงบุรีรัมย์: อัตลักษณ์ท้องถิ่นสู่สิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์
47. ประชุมสินค้าฯ ขอรับตรา GI ผ้าไหมมัดหมี่ซิ่นตีนแดงบุรีรัมย์
48. ผ้าและผลิตภัณฑ์จากผ้า – มรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม
49. ผ้าซิ่นตีนแดงลาย”พุ่มข้าวอัปสรา”,ผ้าพื้นเมืองบุรีรัมย์,ผ้าฝ้ายมัดหมี่,ผ้าไทย
50. ผ้าไหมมัดหมี่ – ตลาดเกษตรกรออนไลน์.com
51. บริษัท บุรีรัมย์ ยูไนเต็ดอินเตอร์เนชั่นแนลเซอร์กิต จำกัด
54. “จังหวัดบุรีรัมย์” และความหมายของการเป็นจุดศูนย์กลางอีสปอร์ตส์เมืองไทย
55. what you need to know about Chang International Circuit – Red Bull
56. บุรีรัมย์ โมโตจีพี มหกรรมความเร็วระดับโลก เเรงขับเคลื่อน … – อีสานอินไซต์
57. สรุป MotoGP สนามประเทศไทย จัด 3 วัน เงินสะพัด 4759 ล้าน – pptvhd36
58. ThaiGP 2026 ทุบสถิติผู้ชม 2.2 แสนคน สร้างเงินสะพัด … – SuperBikeMag
59. เคลียร์ 9 ข้อข้องใจ MotoGP สนามประเทศไทย! งบ 4 พันล้านไม่สูญเปล่า?
60. ไฟเขียว ไทยต่อสัญญา MotoGP 5 ปี! เกือบ 4 พันล้าน – Motorival.com
61. DECODE ถอดประเด็น | 4,000 ล้าน MotoGP คุ้มไหมที่ไทยต้องรีบทุ่ม
62. 5-7 มี.ค. ชมปรากฏการณ์ ‘พระอาทิตย์’ ลอด 15 ช่องประตู ปราสาทพนมรุ้ง
63. ขอเชิญชมปรากฏการณ์พระอาทิตย์ตกตรง 15 ช่องประตู ณ ปราสาทพนมรุ้ง
64. ปรากฏการณ์พระอาทิตย์ขึ้น-ตก ส่องลอดช่องประตูทั้ง 15 บาน ของปราสาท
65. ขอเชิญชมปรากฏการณ์พระอาทิตย์ตกตรง 15 ช่องประตู ณ ปราสาทพนมรุ้ง
66. พระอาทิตย์ตกตรง 15 ช่องประตู ปราสาทพนมรุ้ง บุรีรัมย์ ตุลาคม 2568 – เที่ยว
67. ประเพณี “ขึ้นเขาพนมรุ้ง” มหัศจรรย์แห่งแสงพระอาทิตย์ ลอดผ่าน 15 ช่องประตู
68. ปรากฏการณ์พระอาทิตย์ขึ้นตรง 15 ช่องประตู ปราสาทหินพนมรุ้ง บุรีรัมย์
69. ปรากฏการณ์ ดวงอาทิตย์ขึ้นตรง 15 ช่องประตู ปราสาทพนมรุ้ง 3-5 เม.ย. 62
70. ไขปริศนาปราสาทพนมรุ้ง – yclsakhon
71. พนมรุ้ง(Phanomrung) 1daytrip กับ3ที่เที่ยว’พนมรุ้งand co.’ – Pantip
72. 15 จุดเช็คอินบุรีรัมย์ ใหม่ๆสวยๆ 2026 ที่เที่ยว ที่พัก คาเฟ่เด็ดๆ
73. อุทยานแห่งชาติตาพระยา – Dark Sky – เขตอนุรักษ์ท้องฟ้ามืด
74. อุทยานแห่งชาติตาพระยา – วิกิพีเดีย
75. มรดกโลกในไทย 4 : ผืนป่าดงพญาเย็น-เขาใหญ่ – ASEAN Notes
76. ขสป.ดงใหญ่ เผยภาพสัตว์ป่าหากินหญ้าอ่อน-โป่งเทียม ลดผลกระทบคนกับ
77. ลูกชิ้นยืนกิน สถานีรถไฟบุรีรัมย์ ยอดขายถล่มทลาย หลัง”ลิซ่า”บอกคิดถึงลูกชิ้น
78. ลูกชิ้นยืนกิน เริ่มตั้งแต่ตอนไหน ทำไมปักหมุดสถานีรถไฟบุรีรัมย์ ฉึกฉักๆ ปู๊น..ปู๊น..
79. ทำไมต้อง “ลูกชิ้นยืนกิน” เอกลักษณ์สตรีตฟูดบุรีรัมย์ที่ “ลิซ่า” ติดใจ – Thai PBS
80. ลูกชิ้นยืนกินบุรีรัมย์ สรุปคือเจ้าไหนเป็นเจ้าแรกกันแน่!? – Pantip
81. ข้อมูลเกี่ยวกับ สนามบินบุรีรัมย์ (BFV) – Airpaz
82. เที่ยวบินจากสนามบินบุรีรัมย์ (BFV) – Trip.com
83. ท่าอากาศยานบุรีรัมย์ – วิกิพีเดีย
84. รถไฟจาก อุบลราชธานี ไป บุรีรัมย์ เริ่มต้นที่ THB 140 ส.ค. 2026 – 12Go
85. ubon ratchathani ไป buriram ตั๋วรถโดยสาร – BusOnlineTicket.co.th
86. รถไฟจากเทศบาลนครอุบลราชธานีไปบุรีรัมย์ – Virail
87. บุรีรัมย์ ไป อุบลราชธานี ทาง รถไฟรถบัสแท็กซี่รถยนต์เครื่องบิน – Rome2Rio
88. อุบลราชธานี ไป บุรีรัมย์ – จองตั๋ว – Baolau
89. ชวนลุ้น!! อนุมัติรถไฟทางคู่ “โคราช-อุบลฯ” – Thelist.group
90. ‘คมนาคม’ เปิดแผนบูมอีสานใต้ ‘รถไฟทางคู่-สนามบินบุรีรัมย์‘ ดันท่องเที่ยว
91. คมนาคมเปิดแผนรถไฟทางคู่ 4.4 หมื่นล้าน เชื่อม 4 จังหวัดอีสานใต้
92. การศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อม ของโครงการก่อสร้างรถไฟทางคู่ ช่วงชุมทาง
93. ร.ฟ.ท.ลุยต่อรถไฟทางคู่จิระ-อุบล 4 หมื่นล้าน ดันโคราชศูนย์กลางเชื่อมลาว
94. รถไฟทางคู่ ชุมทางถนนจิระ – อุบลฯ จิ๊กซอว์บูมเศรษฐกิจ ‘อีสานใต้’
95. ฉบับเต็ม! คำพิพากษา’ศาลบุรีรัมย์‘ชี้’เขากระโดง’ที่ดินรถไฟ-สั่งเพิกถอน’โฉนด
96. ร้อยปีของผืนดินที่ถูกทวงคืน: ชีวิตชาวเขากระโดงใต้เงาความขัดแย้ง – The
97. ย้อนรอย ‘เขากระโดง’ มหากาพย์ 102 ปี สู่ ‘กรมที่ดิน’ สั่ง … – กรุงเทพธุรกิจ
98. กางหลักฐานชี้ชัด ที่ดินเขากระโดงเป็นของการรถไฟ เคยสำรวจแนวเขตร่วมกับ
99. การรถไฟฯ ชี้แจงที่ดินบริเวณเขากระโดง จังหวัดบุรีรัมย์ ในการอภิปรายไม่ไว้
100. กรมที่ดิน ยืน ‘ที่ดินเขากระโดง’ ปฏิบัติตามคำสั่งศาลและยึดหลักกม.อย่างเคร่งครัด
101. รฟท.ยื่นศาลบุรีรัมย์เพิกถอนที่ดิน ‘เขากระโดง’ เพิ่มอีก 90 แปลง รวมฟ้องขับไล่
102. ผู้ว่าการรถไฟฯ ลงนามให้ รฟท.ฟ้องเพิกถอน -ขับไล่ ผู้ถือครองที่ดินแยกเขา
103. Special Report | ‘มรสุม Low Season’ ฉุดท่องเที่ยวโตหดตัว -2.3% ไทยส่ง
104. การท่องเที่ยวฤดูฝนวิถีธรรมชาติ: การยกระดับชุมชนสายกรีนสู่