มหาชัยโฉมใหม่: ยกระดับสมุทรสาครสู่มหานครเศรษฐกิจสีเขียว

สารบัญเนื้อหา

รายงานการวิเคราะห์ศักยภาพเชิงพื้นที่ เศรษฐกิจ และสังคม: พลวัตการพัฒนาอำเภอเมืองสมุทรสาคร (มหาชัย) สู่มหานครเศรษฐกิจสีเขียว

ภูมิหลังทางประวัติศาสตร์และพัฒนาการของพื้นที่

จังหวัดสมุทรสาคร หรือที่ประชาชนทั่วไปนิยมเรียกขานในนาม “มหาชัย” เป็นจังหวัดชายทะเลที่ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำท่าจีนในเขตภาคกลางตอนล่างของประเทศไทย มีพื้นที่รวมทั้งสิ้นประมาณ 872.34 ตารางกิโลเมตร หรือ 545,216 ไร่ โดยมีศูนย์กลางความเจริญกระจุกตัวอยู่ในเขตอำเภอเมืองสมุทรสาคร1 ในเชิงภูมิศาสตร์การเมืองและเศรษฐกิจ อำเภอเมืองสมุทรสาครมีอาณาเขตทางทิศเหนือติดต่อกับจังหวัดนครปฐม ทิศตะวันออกติดต่อกับกรุงเทพมหานคร ทิศใต้ติดกับอ่าวไทย และทิศตะวันตกติดต่อกับจังหวัดสมุทรสงครามและจังหวัดราชบุรี ซึ่งสภาพภูมิประเทศที่เป็นที่ราบลุ่มชายฝั่งทะเล สูงจากระดับน้ำทะเลเพียง 1-2 เมตร ทำให้พื้นที่นี้มีความผูกพันกับสายน้ำและทรัพยากรทางทะเลมาอย่างแนบแน่น3

พัฒนาการทางประวัติศาสตร์ของพื้นที่มหาชัยและท่าฉลอมมีความเชื่อมโยงกับเส้นทางการค้าระหว่างประเทศมาตั้งแต่สมัยอยุธยาตอนกลาง ในอดีตพื้นที่บริเวณปากแม่น้ำท่าจีนเป็นจุดจอดเทียบท่าของเรือสำเภาจีนที่เดินทางมาค้าขายแลกเปลี่ยนสินค้า ทำให้ชุมชนบริเวณนี้ถูกเรียกว่า “บ้านท่าจีน”5 การค้าทางเรือสำเภาจีน-สยามมีความเจริญรุ่งเรืองอย่างมาก โดยเรือสำเภามักมีนายเรือและลูกเรือเป็นชาวจีน ซึ่งในบางครั้งราชสำนักสยามได้แต่งตั้งให้ชาวจีนทำหน้าที่เป็นทูตถือราชสาส์นเดินทางไปพร้อมกับเรือสำเภาเพื่อเจริญสัมพันธไมตรีและทำการค้า7 ความสำคัญทางยุทธศาสตร์นี้ทำให้ในรัชสมัยสมเด็จพระมหาจักรพรรดิ (พ.ศ. 2091) ได้มีการสถาปนาพื้นที่นี้ขึ้นเป็นเมือง “สาครบุรี” เพื่อเป็นศูนย์กลางการเกณฑ์ทหารจากหัวเมืองชายทะเล9

จุดเปลี่ยนสำคัญทางภูมิสถาปัตยกรรมเกิดขึ้นในรัชสมัยสมเด็จพระสรรเพชญ์ที่ 8 (พระเจ้าเสือ) เมื่อเกิดเหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์ที่คลองโคกขาม ซึ่งมีความคดเคี้ยวและเป็นอุปสรรคต่อการเดินเรือจนนำไปสู่เหตุการณ์หัวเรือพระที่นั่งหักและการประหารชีวิตพันท้ายนรสิงห์เพื่อรักษากฎมณเฑียรบาล10 สมเด็จพระเจ้าเสือจึงมีพระราชดำริให้ขุดลัดคลองโคกขามให้ตรง โดยเกณฑ์แรงงานถึง 30,000 คนจากเมืองนนทบุรี ราชบุรี และสมุทรปราการ ทว่าการขุดคลองมีความยากลำบากและใช้เวลายาวนานข้ามรัชสมัย จนกระทั่งแล้วเสร็จในรัชสมัยสมเด็จพระเจ้าท้ายสระ และได้รับพระราชทานนามว่า “คลองมหาชัย” ซึ่งต่อมาได้กลายเป็นชื่อที่ประชาชนนิยมใช้เรียกตัวเมืองสมุทรสาครที่ตั้งอยู่บริเวณปากคลองแห่งนี้13 นอกจากนี้ ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 3) ได้มีการก่อสร้าง “ป้อมวิเชียรโชฎก” ขึ้นบริเวณปากแม่น้ำท่าจีน ก่ออิฐถือปูนสูง 6 ศอก เพื่อป้องกันการรุกรานทางทะเลจากญวนอันเนื่องมาจากกรณีพิพาทเรื่องเจ้าอนุวงศ์แห่งเวียงจันทน์ ซึ่งปัจจุบันยังคงหลงเหลือแนวกำแพงและปืนใหญ่ให้เป็นแหล่งศึกษาประวัติศาสตร์16

อีกหนึ่งหน้าประวัติศาสตร์ที่มีความสำคัญระดับชาติคือการกำเนิด “สุขาภิบาลท่าฉลอม” ซึ่งเป็นสุขาภิบาลหัวเมืองแห่งแรกของประเทศไทย พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 5) ทรงมีพระราชดำริเกี่ยวกับการจัดการสุขาภิบาลหลังจากทอดพระเนตรเห็นความสกปรกของตลาดท่าจีน ราษฎรในพื้นที่จึงได้ร่วมใจกันสละทรัพย์เรี่ยไรเงินซื้ออิฐปูถนนและทำความสะอาดตลาดจนเป็นระเบียบเรียบร้อย เมื่อวันที่ 18 มีนาคม พ.ศ. 2448 รัชกาลที่ 5 ได้เสด็จพระราชดำเนินโดยรถไฟจากสถานีคลองสานมายังสถานีมหาชัย ก่อนประทับเรือข้ามฟากไปยังท่าฉลอมเพื่อทรงเปิด “ถนนถวาย” และทรงมีพระบรมราชโองการประกาศจัดตั้งสุขาภิบาลท่าฉลอม ซึ่งถือเป็นปฐมบทของการกระจายอำนาจและการปกครองส่วนท้องถิ่นของสยามประเทศ9

โครงสร้างประชากรศาสตร์และพลวัตของแรงงานข้ามชาติ

ข้อมูลประชากรศาสตร์ของจังหวัดสมุทรสาครสะท้อนให้เห็นถึงความเป็นมหานครอุตสาหกรรมที่ดึงดูดแรงงานเข้าสู่พื้นที่อย่างมหาศาล จากข้อมูลการบริหารการทะเบียน กรมการปกครอง จังหวัดสมุทรสาครมีประชากรที่มีสัญชาติไทยและมีชื่อในทะเบียนบ้านรวมทั้งสิ้น 484,606 คน โดยอำเภอเมืองสมุทรสาครเป็นพื้นที่ที่มีความหนาแน่นของประชากรสูงสุด21 อย่างไรก็ตาม ข้อมูลจากการสำรวจภาวะการทำงานของประชากรระบุว่าจังหวัดสมุทรสาครมีประชากรในวัยแรงงานสูงถึงกว่า 1,005,192 คน ซึ่งแสดงให้เห็นถึงช่องว่างขนาดใหญ่ระหว่างประชากรตามทะเบียนราษฎรและประชากรแฝงที่เข้ามาขับเคลื่อนเศรษฐกิจในพื้นที่4

พื้นที่การปกครอง จำนวนครัวเรือน ประชากรชาย (คน) ประชากรหญิง (คน) รวมประชากร (คน)
อำเภอเมืองสมุทรสาคร 112,697 115,919 124,137 240,056
– เทศบาลนครสมุทรสาคร 17,307 26,383 28,310 54,693
– เทศบาลตำบลนาดี 11,992 9,786 10,651 20,437
– นอกเขตเทศบาล (15 ตำบล) 80,338 77,122 82,466 159,588
รวมทั้งจังหวัดสมุทรสาคร 228,688 234,714 249,982 484,606

การขับเคลื่อนอุตสาหกรรมประมงและการแปรรูปอาหารทะเลในสมุทรสาครพึ่งพากำลังแรงงานไร้ฝีมือ (Unskilled Labor) อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เนื่องจากคนไทยส่วนใหญ่ไม่นิยมประกอบอาชีพประมงและงานในโรงงานแปรรูปซึ่งถือเป็นงานที่หนักและมีความเสี่ยงสูง (3D Jobs) สิ่งนี้ส่งผลให้เกิดการเคลื่อนย้ายแรงงานข้ามชาติ โดยเฉพาะจากประเทศเมียนมา เข้ามาเป็นฟันเฟืองสำคัญ ปัจจุบันคาดการณ์ว่ามีแรงงานข้ามชาติที่ขึ้นทะเบียนอย่างถูกต้องในจังหวัดสมุทรสาครสูงถึง 239,752 คน ซึ่งยังไม่นับรวมแรงงานที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียน ทำให้ประชากรแฝงในพื้นที่อาจมีจำนวนมหาศาลจนทำให้มหาชัยกลายเป็นหนึ่งในพื้นที่ที่มีชุมชนแรงงานข้ามชาติหนาแน่นที่สุดในอาเซียน22

กราฟแท่งแนวนอนแสดงสัดส่วนประชากรในจังหวัดสมุทรสาคร เปรียบเทียบระหว่างประชากรไทยตามทะเบียนราษฎรจำนวน 484,606 คน (คิดเป็น 67%) และแรงงานต่างด้าวที่ลงทะเบียนถูกต้องตามกฎหมายจำนวน 239,752 คน (คิดเป็น 33%)

ปรากฏการณ์การกระจุกตัวของแรงงานเมียนมาได้ก่อให้เกิดระบบเศรษฐกิจและสังคมคู่ขนานในพื้นที่ บริเวณย่านตลาดกุ้งและตลาดมหาชัยได้พัฒนาไปสู่การเป็นชุมชน “เมียนมาทาวน์” (Myanmar Town) ที่มีอาคารพาณิชย์และร้านค้าเรียงรายนับสิบคูหา ซึ่งเต็มไปด้วยป้ายภาษาเมียนมาและสินค้าอุปโภคบริโภคนำเข้าจากเมียนมา เช่น ท่อนไม้ทานาคา โสร่ง ผ้าซิ่น และยาสมุนไพรพื้นบ้าน25 วิถีชีวิตของแรงงานเหล่านี้มักอาศัยอยู่รวมกันอย่างหนาแน่นในห้องพักขนาดเล็ก (4-8 คนต่อห้อง) เพื่อประหยัดค่าใช้จ่ายและส่งเงินกลับประเทศ การอยู่อาศัยที่แออัดเช่นนี้กลายเป็นปัจจัยเสี่ยงด้านสาธารณสุข ดังที่ปรากฏให้เห็นในช่วงการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ที่แพร่กระจายอย่างรวดเร็วในชุมชนแรงงาน24

ในเชิงสังคมวิทยาและเศรษฐศาสตร์ มีการเปรียบเปรยวิถีชีวิตของแรงงานเมียนมาในมหาชัยว่าคล้ายกับ “ปลาแซลมอน” ที่ว่ายทวนน้ำเข้ามาใช้ชีวิตและเจริญเติบโตในสภาพแวดล้อมที่แตกต่าง เพื่อสะสมทุนทรัพย์ก่อนที่จะเดินทางกลับไปสร้างครอบครัวที่แผ่นดินเกิด ซึ่งหากเกิดปรากฏการณ์แรงงานไหลกลับประเทศครั้งใหญ่ ย่อมส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่ออุตสาหกรรมประมงและก่อสร้างของไทยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้25 แม้แรงงานกลุ่มนี้จะเป็นพลังสำคัญในการสร้างความมั่งคั่งให้จังหวัด แต่การศึกษาวิจัยจากมหาวิทยาลัยชั้นนำพบว่าคุณภาพชีวิตของแรงงานข้ามชาติยังอยู่ในระดับที่ต้องได้รับการพัฒนา โดยเฉพาะในมิติของความเหลื่อมล้ำ การคุ้มครองสิทธิส่วนบุคคลในสถานทำงาน และความสัมพันธ์กับบุคคลอื่นในสังคม28

โครงสร้างเศรษฐกิจมหภาค: มหานครแห่งอุตสาหกรรมแปรรูปอาหารทะเล

จังหวัดสมุทรสาครจัดเป็นหัวรถจักรทางเศรษฐกิจที่สำคัญระดับประเทศ โดยมีผลิตภัณฑ์มวลรวมจังหวัด (Gross Provincial Product: GPP) สูงถึง 433,722 ล้านบาท และมีรายได้เฉลี่ยต่อหัว (GPP Per capita) สูงถึง 390,952 บาทต่อคนต่อปี ซึ่งถือว่าอยู่ในกลุ่มจังหวัดที่มีความมั่งคั่งสูงสุด 10 อันดับแรกของประเทศไทย31 เมื่อพิจารณารายละเอียดโครงสร้างทางเศรษฐกิจ จะพบความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญระหว่างภาคการผลิต โดยภาคการเกษตร ป่าไม้ และประมงขั้นปฐมภูมิ มีมูลค่าเพียงประมาณ 7,070 ถึง 9,961 ล้านบาท ในขณะที่ภาคนอกการเกษตรมีมูลค่าสูงถึง 426,652 ล้านบาท ซึ่งขับเคลื่อนโดยอุตสาหกรรมการผลิต (Manufacturing) ที่มีมูลค่ากว่า 287,576 ล้านบาท ตามด้วยภาคการขายส่งขายปลีก (65,812 ล้านบาท)31

สาขาการผลิตที่สำคัญในจังหวัดสมุทรสาคร มูลค่าทางเศรษฐกิจ (ล้านบาท) สัดส่วนที่สะท้อนโครงสร้างเศรษฐกิจ
รวมผลิตภัณฑ์มวลรวมจังหวัด (GPP) 433,722 สะท้อนความเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจระดับประเทศ
ภาคการเกษตร ป่าไม้ และประมง 7,070 เป็นภาคการผลิตต้นน้ำที่มีมูลค่าน้อยกว่าภาคอุตสาหกรรม
ภาคการผลิต (อุตสาหกรรม) 287,576 เป็นเครื่องยนต์หลักในการสร้างรายได้ (กว่า 66% ของ GPP)
การขายส่ง การขายปลีก และซ่อมแซมยานยนต์ 65,812 สะท้อนความเป็นศูนย์กลางการค้าและกระจายสินค้า
กิจกรรมทางการเงินและการประกันภัย 14,338 สะท้อนสภาพคล่องและการลงทุนในพื้นที่อุตสาหกรรม

ความมั่งคั่งในภาคอุตสาหกรรมการผลิตของสมุทรสาครแท้จริงแล้วมีรากฐานมาจาก “อุตสาหกรรมอาหารทะเลและแปรรูปสัตว์น้ำ” ข้อมูลทางสถิติระบุว่ามูลค่าสัตว์น้ำที่ใช้ในหน่วยธุรกิจการประมงและการแปรรูปสัตว์น้ำเค็มในสมุทรสาครมีมูลค่าสูงถึง 64,004 ล้านบาท คิดเป็น 65.78% ของทั้งประเทศ ทำให้ที่นี่เป็น “ฮับอาหารทะเลแปรรูป” ที่ใหญ่ที่สุดของไทย ครอบคลุมตั้งแต่โรงงานห้องเย็น โรงงานทูน่ากระป๋อง กุ้งแช่แข็ง ไปจนถึงผลิตภัณฑ์แปรรูปอย่างกะปิและน้ำปลา5

การวิเคราะห์โครงสร้างห่วงโซ่อุปทานอุตสาหกรรมอาหารทะเลในมหาชัย แสดงให้เห็นถึงความเชื่อมโยงอย่างเป็นระบบ โดยเริ่มต้นจากกระบวนการต้นน้ำ คือการทำประมงในอ่าวไทยและการนำเข้าวัตถุดิบทางทะเล ส่งผ่านไปยังกระบวนการกลางน้ำซึ่งมีตลาดกลางค้าส่งขนาดใหญ่อย่าง “ตลาดทะเลไทย” (ดูแลโดยกรมการค้าภายใน) และ “ตลาดมหาชัย” เป็นศูนย์กระจายสินค้าสัตว์น้ำที่ครบวงจรที่สุดในประเทศ ก่อนจะเข้าสู่กระบวนการปลายน้ำในโรงงานแปรรูปกว่า 160 รายในพื้นที่ และเข้าสู่ระบบโลจิสติกส์ห้องเย็นเพื่อกระจายสินค้าเข้าสู่กรุงเทพมหานครและส่งออกไปยังตลาดโลก5 ความได้เปรียบเชิงเปรียบเทียบ (Comparative Advantage) ของสมุทรสาครอยู่ที่ทำเลที่ตั้ง ซึ่งอยู่ห่างจากกรุงเทพฯ เพียง 30 กิโลเมตร ห่างจากท่าเรือคลองเตย 50 กิโลเมตร และท่าเรือแหลมฉบัง 150 กิโลเมตร ทำให้สามารถบริหารจัดการต้นทุนโลจิสติกส์และรักษาความสดใหม่ของอาหารทะเลได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด5 นอกจากนี้ ยังเป็นที่ตั้งสำนักงานใหญ่และฐานการผลิตของบริษัทยักษ์ใหญ่ระดับโลกอย่าง บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ผู้ผลิตอาหารทะเลบรรจุกระป๋องที่มีเครือข่ายครอบคลุมทั่วโลก34

วิกฤตการณ์ประมงและผลกระทบจากมาตรการ IUU Fishing

แม้ภาคอุตสาหกรรมแปรรูปจะมีความแข็งแกร่ง แต่ภาคการประมงต้นน้ำของมหาชัยและพื้นที่ใกล้เคียงต้องเผชิญกับวิกฤตการณ์ครั้งใหญ่ เมื่อสหภาพยุโรป (EU) ได้ให้ใบเหลืองแก่ประเทศไทยในเรื่องการทำประมงผิดกฎหมาย ขาดการรายงาน และไร้การควบคุม (IUU Fishing) ในปี พ.ศ. 255836 รัฐบาลไทยได้ตอบสนองด้วยการออกพระราชกำหนดการประมงและใช้มาตรการทางกฎหมายอย่างเฉียบขาดเพื่อจัดระเบียบกองเรือประมง บังคับใช้ระบบติดตามเรือ (VMS) และจำกัดวันทำการประมง

มาตรการที่เข้มงวดนี้ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อเศรษฐกิจฐานรากและโครงสร้างอุตสาหกรรมประมง เรือประมงนับพันลำต้องหยุดทำการและถูกจอดทิ้งร้าง ปริมาณสัตว์น้ำที่นำขึ้นฝั่งหายไปกว่า 50% ทำให้ราคาวัตถุดิบผันผวนอย่างหนัก ส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่ไปยังธุรกิจต่อเนื่อง เช่น โรงงานน้ำแข็ง โรงงานแปรรูปขนาดเล็ก และธุรกิจห้องเย็นที่ต้องปิดกิจการลงเป็นจำนวนมาก37 แม้ว่ารัฐบาลจะมีมาตรการเยียวยาโดยอนุมัติงบประมาณ 700 ล้านบาทเพื่อช่วยเหลือเรือประมงที่ได้รับผลกระทบ และในเวลาต่อมาไทยจะได้รับการปลดใบเหลืองจาก EU แต่ความเสียหายทางเศรษฐกิจระดับหลักแสนล้านบาทได้เปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตของชาวประมงไปอย่างถาวร ปัจจุบันยังคงมีข้อถกเถียงและแรงผลักดันให้มีการแก้ไข พ.ร.บ. ประมง เพื่อผ่อนปรนกฎระเบียบ ทว่าองค์กรด้านสิ่งแวดล้อมและสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศได้แสดงความกังวลว่าการผ่อนปรนอาจนำไปสู่การขัดหลักการ IUU Fishing และอาจส่งผลกระทบต่อการเจรจาข้อตกลงการค้าเสรี (FTA) ระหว่างไทยและยุโรปในอนาคต38

การกระจายตัวของอุตสาหกรรมและผลิตภัณฑ์ OTOP

เพื่อลดการพึ่งพาอุตสาหกรรมประมงเพียงอย่างเดียว สมุทรสาครได้พัฒนาพื้นที่อุตสาหกรรมประเภทอื่นที่ให้ความสำคัญกับความยั่งยืน หนึ่งในนั้นคือ “นิคมอุตสาหกรรมสินสาคร” ซึ่งตั้งอยู่บนพื้นที่ 840 ไร่ ในตำบลโคกขาม โดยมุ่งเน้นการเป็นคลัสเตอร์อุตสาหกรรมการพิมพ์และบรรจุภัณฑ์ (Printing and Packaging Cluster) ที่ครบวงจรที่สุดในภูมิภาค นิคมฯ แห่งนี้ได้รับการยกระดับสู่การเป็นเมืองอุตสาหกรรมเชิงนิเวศ (Eco-Industrial Town) ซึ่งได้รับการรับรองมาตรฐาน ISO 14001:2015 มีการจัดการสิ่งแวดล้อม การส่งเสริมพลังงานแสงอาทิตย์ และการเชื่อมโยงกับวิสาหกิจชุมชนโดยรอบ40

ในระดับเศรษฐกิจฐานราก สินค้า OTOP ของมหาชัยได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางในระดับประเทศ โดยเฉพาะ “ลอดช่องวัดเจษฯ” ซึ่งมีจุดเริ่มต้นจากการขายน้ำแข็งไสหน้าวัดเจษฎาราม ก่อนจะพัฒนาสูตรลอดช่องกะทิสดที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว เส้นลอดช่องทำจากแป้งข้าวเจ้าโม่สดผสมน้ำใบเตยและน้ำปูนใส กวนจนเหนียวนุ่ม เสิร์ฟพร้อมน้ำกะทิที่เคี่ยวด้วยเตาถ่านผสมน้ำตาลโตนด ความสำเร็จนี้ทำให้ลอดช่องวัดเจษฯ เติบโตจากร้านค้าริมทางสู่การจดทะเบียนในนาม บริษัท ลอดช่องไทย มหาชัยวัดเจษ จำกัด สร้างรายได้ระดับหลายสิบล้านบาท และขยายธุรกิจสู่การเปิดคาเฟ่ขนมไทยใจกลางกรุงเทพมหานคร42

อีกหนึ่งผลิตภัณฑ์ชุมชนที่โดดเด่นคือ “เกลือทะเลโคกขาม” สมุทรสาครเป็นหนึ่งในแหล่งผลิตเกลือสมุทรที่สำคัญของประเทศ วิสาหกิจชุมชนบ้านสหกรณ์ หมู่ 3 ตำบลโคกขาม ได้ยกระดับการทำนาเกลือจนได้รับการรับรองมาตรฐาน GAP จากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นำไปสู่การแปรรูป “ดอกเกลือ” บริสุทธิ์ที่ลอยอยู่บนผิวน้ำ (ไม่สัมผัสพื้นดิน) ซึ่งมีรสชาติกลมกล่อมไม่เค็มจัด รวมถึงการผลิตเกลือสปาสำหรับแช่เท้าและผลิตภัณฑ์ดูแลผิวพรรณ ช่วยสร้างมูลค่าเพิ่มและเป็นแหล่งเรียนรู้การทำนาเกลือเชิงนวัตวิถี45

โครงสร้างพื้นฐานด้านการคมนาคมและระบบโลจิสติกส์

ด้วยฐานะเมืองหน้าด่านทางเศรษฐกิจ ปริมาณการขนส่งสินค้าและการสัญจรของประชาชนในจังหวัดสมุทรสาครจึงมีความหนาแน่นสูงมาก เส้นทางคมนาคมทางบกที่เปรียบเสมือนเส้นเลือดใหญ่คือ ทางหลวงหมายเลข 35 (ถนนพระรามที่ 2) ซึ่งเป็นเส้นทางหลักเชื่อมต่อกรุงเทพมหานครสู่ภาคใต้ การกระจุกตัวของปริมาณจราจรบนถนนสายนี้ทำให้เกิดปัญหาการจราจรติดขัดอย่างเรื้อรัง จนนำไปสู่การก่อสร้างขยายช่องจราจรและทางยกระดับอย่างต่อเนื่องยาวนานจนได้รับฉายาว่า “ถนนเจ็ดชั่วโคตร”49 ในกรณีเกิดอุบัติเหตุบนเส้นทางหลัก ผู้สัญจรต้องอาศัยเส้นทางลัดเช่น ถนนเอกชัย ถนนเศรษฐกิจ 1 หรือทางหลวงชนบทในการระบายรถ51

เพื่อแก้ไขปัญหาวิกฤตจราจรและยกระดับโครงข่ายโลจิสติกส์ กระทรวงคมนาคมได้ผลักดัน โครงการทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองหมายเลข 82 (M82) สายบางขุนเทียน-บ้านแพ้ว ซึ่งเป็นทางยกระดับขนาด 6 ช่องจราจร สร้างคร่อมบนถนนพระรามที่ 2 ระยะทางรวม 25 กิโลเมตร โดยมีทางขึ้น-ลงและด่านเก็บค่าธรรมเนียมผ่านทางในพื้นที่สมุทรสาคร ได้แก่ ด่านพันท้ายนรสิงห์ ด่านมหาชัย 1 ด่านมหาชัย 2 ด่านสมุทรสาคร 1 ด่านสมุทรสาคร 2 และด่านบ้านแพ้ว อัตราค่าผ่านทางสำหรับรถยนต์ 4 ล้อกำหนดไว้ที่อัตราแรกเข้า 10 บาท บวก 2.0 บาทต่อกิโลเมตร โดยใช้ระบบจัดเก็บค่าผ่านทางอัตโนมัติแบบไม่มีไม้กั้น (M-Flow) โครงการนี้ได้เปิดให้ประชาชนทดลองใช้บริการฟรีในส่วนของช่วงเอกชัย-บ้านแพ้วเมื่อปลายเดือนสิงหาคม 2569 และมีเป้าหมายเปิดใช้งานเต็มรูปแบบในปี 2572 ซึ่งจะช่วยร่นระยะเวลาการเดินทางและเพิ่มศักยภาพการกระจายสินค้าได้อย่างเป็นรูปธรรม53

ในส่วนของระบบราง ทางรถไฟสายแม่กลอง (ช่วงวงเวียนใหญ่-มหาชัย) ซึ่งบริหารจัดการโดยการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) เป็นเส้นทางคมนาคมที่ผูกพันกับวิถีชีวิตของชาวมหาชัยมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2447 โดยเปิดให้บริการเดินรถชานเมืองด้วยอัตราค่าโดยสารประหยัดเพียง 10 บาทต่อเที่ยว ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง ขบวนรถไฟจะออกจากสถานีวงเวียนใหญ่ตั้งแต่เวลา 05.30 น. และสิ้นสุดการให้บริการในเวลาประมาณ 21.00 น. รองรับประชาชนและนักท่องเที่ยวที่ต้องการหลีกเลี่ยงการจราจรทางถนน57 และสำหรับการเดินทางข้ามแม่น้ำท่าจีนระหว่างมหาชัยและท่าฉลอม ประชาชนยังคงพึ่งพาบริการเรือข้ามฟากในราคาเพียง 3 บาทต่อเที่ยว ซึ่งสะท้อนถึงระบบขนส่งสาธารณะพื้นถิ่นที่ยังคงความคลาสสิก59

นอกจากนี้ ภาครัฐอยู่ระหว่างการศึกษาทบทวนความเหมาะสมของ โครงการระบบรถไฟชานเมืองสายสีแดงเข้ม ช่วงวงเวียนใหญ่-มหาชัย ระยะทางประมาณ 33 กิโลเมตร มูลค่าการก่อสร้างกว่า 71,000 ล้านบาท โดยได้มีการเปิดรับฟังความคิดเห็นของประชาชนเพื่อพิจารณาแนวเส้นทางเลือก 5 แนวทาง โดยให้ความสำคัญกับการลดผลกระทบจากการเวนคืนที่ดินและการตัดผ่านถนนพระรามที่ 2 หากโครงการนี้สำเร็จ จะเป็นจิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญที่เชื่อมโยงระบบคมนาคมของกรุงเทพฯ ฝั่งธนบุรี เข้ากับสมุทรสาครได้อย่างสมบูรณ์61

ศักยภาพด้านการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม อาหาร และระบบนิเวศ

แม้ภาพลักษณ์ของสมุทรสาครจะเป็นเมืองอุตสาหกรรม แต่ในมิติของการท่องเที่ยว พื้นที่มหาชัยและท่าฉลอมกลับซ่อนเร้นไว้ด้วยเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ วัฒนธรรมชุมชน และความอุดมสมบูรณ์ของอาหารทะเล ซึ่งเป็นต้นทุนสำคัญในการพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์

การท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมชุมชน

ชุมชนฝั่งท่าฉลอมได้รับการผลักดันให้เป็นสุดยอดชุมชนต้นแบบ “เที่ยวชุมชน ยลวิถี” โดยนำเสนอแนวคิด “เยือนท่า 3 ถิ่น ยลศิลป์ใกล้กรุง” นักท่องเที่ยวสามารถสัมผัสวิถีชีวิตดั้งเดิมผ่านสถาปัตยกรรมบ้านไม้ริมน้ำ การนั่งรถสามล้อถีบชมเมือง การถ่ายภาพกับ Street Art ที่บอกเล่าเรื่องราวของชุมชน และการสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่วัดแหลมสุวรรณารามและวัดสุทธิวาตวราราม (วัดช่องลม) ซึ่งเป็นวัดสำคัญคู่บ้านคู่เมืองที่ตั้งอยู่บริเวณปากอ่าวแม่น้ำท่าจีน64

ในขณะที่ฝั่งมหาชัยและบริเวณใกล้เคียง มีสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวอย่างต่อเนื่อง ได้แก่:

ศาลพันท้ายนรสิงห์: ตั้งอยู่บริเวณปากคลองโคกขาม สร้างขึ้นเพื่อเป็นอนุสรณ์สถานรำลึกถึงความซื่อสัตย์ของนายท้ายเรือในสมัยอยุธยา ประชาชนนิยมเดินทางมาสักการะรูปเคารพที่ทำจากไม้จันทน์หอม และแก้บนด้วยนวมชกมวย ไม้พายเรือ หรือรูปปั้นไก่แก้ว10

วัดโกรกกราก: วัดเก่าแก่ที่มีความโดดเด่นไม่เหมือนใคร โดยองค์พระประธานในพระอุโบสถ “หลวงพ่อปู่” สวมแว่นตาดำ ซึ่งมีตำนานเชื่อมโยงกับการบนบานศาลกล่าวเมื่อครั้งเกิดโรคตาแดงระบาดในอดีต ทำให้ปัจจุบันประชาชนยังคงนำแว่นตาดำมาถวายอย่างต่อเนื่อง68

ป้อมวิเชียรโชฎก: อนุสรณ์สถานการป้องกันประเทศริมแม่น้ำท่าจีน สร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 3 แม้ปัจจุบันจะเหลือเพียงแนวกำแพงบางส่วน แต่ยังคงมีการจัดแสดงปืนใหญ่โบราณที่สลักอักษรและมงกุฎราชวงศ์อังกฤษ เป็นหลักฐานความเชื่อมโยงทางทหารและการค้าในอดีต18

มหานครแห่งการท่องเที่ยวเชิงอาหาร (Gastronomic Tourism)

ในฐานะเมืองหลวงแห่งอาหารทะเลของประเทศ สมุทรสาครมีศักยภาพสูงในการดึงดูดนักท่องเที่ยวสายกิน (Foodies) บริเวณตลาดมหาชัยและริมแม่น้ำท่าจีนเต็มไปด้วยร้านอาหารทะเลชื่อดังที่เสิร์ฟวัตถุดิบสดใหม่จากอ่าวไทย เช่น ร้านอาหารลมทะเล, ครัวเจ้าพระยา, ครัวลุงญา (ต้นตำรับเมี่ยงปลากะพง), และร้านเจ๊นุ้ย ซีฟู้ดส์ ซึ่งล้วนแต่เป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาพักผ่อนในช่วงสุดสัปดาห์72

นอกจากอาหารทะเลแล้ว แหล่งรวมสตรีทฟู้ดยามค่ำคืนที่สำคัญของคนท้องถิ่นคือ ตลาดโต้รุ่งวงเวียนน้ำพุมหาชัย ซึ่งบริเวณชั้น 2 ของน้ำพุพลาซ่าและบริเวณโดยรอบเต็มไปด้วยร้านอาหารรสเลิศมากมาย ไม่ว่าจะเป็น ราดหน้ากระทุ่มแบน, ทิพย์ผัดไทย, หอยทอดนายยาว, และของหวานขึ้นชื่ออย่าง บัวลอยแต้จิ๋ว ที่เป็นตำนานความอร่อยของชาวมหาชัย75

ยิ่งไปกว่านั้น วัฒนธรรมและความศรัทธาของชาวประมงยังถูกถ่ายทอดผ่าน ประเพณีแห่เจ้าพ่อหลักเมืองสมุทรสาคร ซึ่งจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ในเดือนมิถุนายนของทุกปี ความโดดเด่นของประเพณีนี้คือการอัญเชิญองค์เจ้าพ่อหลักเมืองประทับบนเกี้ยว และนำลงเรือตังเกที่ประดับประดาอย่างวิจิตรตระการตา แห่ล่องไปตามปากอ่าวแม่น้ำท่าจีน เพื่อความเป็นสิริมงคลในการทำมาค้าขายและคุ้มครองความปลอดภัยในการออกเรือ ถือเป็นงานเทศกาลทางวัฒนธรรมที่สำคัญที่สุดของจังหวัด78

การท่องเที่ยวเชิงนิเวศ (Eco-tourism)

ทางด้านตะวันตกของมหาชัย บริเวณตำบลพันท้ายนรสิงห์ เป็นพื้นที่ที่มีการพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงนิเวศป่าชายเลน แหล่งท่องเที่ยวที่เป็นแลนด์มาร์กสำคัญคือ สะพานแดง (จุดชมปลาโลมา) ซึ่งเป็นสะพานไม้กระดานทาสีแดงยาวกว่า 700 เมตร ยื่นออกไปในทะลอ่าวไทย ในอดีตเป็นจุดชมฝูงโลมาที่ได้รับความนิยมอย่างมาก ปัจจุบันเป็นสถานที่ยอดฮิตสำหรับการชมพระอาทิตย์ตกดิน สูดอากาศบริสุทธิ์ และให้อาหารนกนางนวลที่อพยพหนีหนาวมาในช่วงเดือนพฤศจิกายนถึงพฤษภาคมของทุกปี10 นอกจากนี้ ด้านหลังศาลพันท้ายนรสิงห์ยังมีเส้นทางศึกษาธรรมชาติป่าชายเลนโคกขาม ที่มีสะพานแขวนและพันธุ์ไม้ชายฝั่ง ให้นักท่องเที่ยวได้ศึกษาระบบนิเวศและร่วมกิจกรรมปล่อยปูป่าชายเลน83

ความท้าทายด้านสิ่งแวดล้อมและการบริหารจัดการทรัพยากร

ภายใต้ความเจริญรุ่งเรืองทางอุตสาหกรรม จังหวัดสมุทรสาครต้องแบกรับต้นทุนทางสิ่งแวดล้อมที่มหาศาล ปัญหามลพิษและการเสื่อมโทรมของทรัพยากรธรรมชาติเป็นความท้าทายระดับวิกฤตที่ต้องได้รับการแก้ไขอย่างเร่งด่วน โดยแบ่งออกเป็น 3 มิติหลัก ได้แก่:

วิกฤตคุณภาพน้ำในลุ่มแม่น้ำท่าจีน: แม่น้ำท่าจีนตอนล่างที่ไหลผ่านเขตอุตสาหกรรมในอำเภอกระทุ่มแบนและมหาชัย มีสถานการณ์คุณภาพน้ำอยู่ในเกณฑ์ “เสื่อมโทรมถึงเสื่อมโทรมมาก” อย่างต่อเนื่อง การติดตามตรวจสอบคุณภาพน้ำพบว่าพารามิเตอร์สำคัญ ทั้งค่าออกซิเจนละลายน้ำ (DO) ความสกปรกในรูปสารอินทรีย์ (BOD) และปริมาณแบคทีเรียโคลิฟอร์ม (TCB, FCB) ไม่เป็นไปตามมาตรฐานแหล่งน้ำผิวดินประเภทที่ 2 สาเหตุหลักมาจากการระบายน้ำทิ้งที่ไม่ผ่านเกณฑ์มาตรฐานจากโรงงานอุตสาหกรรม ฟาร์มปศุสัตว์ และน้ำเสียจากชุมชนที่ขยายตัวอย่างรวดเร็ว86 เพื่อรับมือกับวิกฤตนี้ กรมควบคุมมลพิษได้บูรณาการแผนปฏิบัติการ โดยเสนอมาตรการผันน้ำดีไล่น้ำเสีย และเร่งปรับปรุงระบบบำบัดน้ำเสียรวมชุมชนขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น87 ขณะเดียวกัน กรมชลประทานกำลังดำเนิน “โครงการเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำแม่น้ำท่าจีน” ซึ่งครอบคลุมการสำรวจ ออกแบบ และขุดลอกตะกอน รวมถึงการปรับปรุงช่องลัดแม่น้ำ เพื่อฟื้นฟูระบบนิเวศและบรรเทาอุทกภัยในพื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยาฝั่งตะวันตก90

การกัดเซาะชายฝั่งและการสูญเสียพื้นที่: พื้นที่แนวชายฝั่งทะเลของอำเภอเมืองสมุทรสาคร เป็นหนึ่งในจุดที่มีความเปราะบางและถูกกัดเซาะรุนแรงที่สุดในอ่าวไทยตอนบน สาเหตุเกิดจากการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศที่ทำให้ระดับน้ำทะเลสูงขึ้นเฉลี่ย 0.2 เซนติเมตรต่อปี ประกอบกับผลกระทบจากการสูบน้ำบาดาลที่ทำให้เกิดการทรุดตัวของแผ่นดิน 1-2 เซนติเมตรต่อปี รวมถึงการบุกรุกทำลายป่าชายเลนเพื่อทำนากุ้งในอดีต ทำให้แนวกำบังคลื่นตามธรรมชาติ (ป่าชายเลน) มีความหนาแน่นลดลงเหลือเพียงประมาณ 50 เมตร จากระดับที่เหมาะสมคือ 300 เมตร92 ความรุนแรงนี้ทำให้ชุมชนบางแห่งต้องย้ายถิ่นฐานหนีน้ำทะเล การแก้ไขปัญหาจึงต้องอาศัยแนวทางผสมผสาน ทั้งการใช้โครงสร้างวิศวกรรมแบบแข็ง (Hard Solutions) ควบคู่กับการปลูกป่าชายเลนฟื้นฟูระบบนิเวศแบบอ่อน (Soft Solutions)92

มลพิษทางอากาศ (PM 2.5): เนื่องด้วยบริบทของการเป็นเมืองอุตสาหกรรมและเป็นทางผ่านของระบบโลจิสติกส์ขนาดใหญ่ สมุทรสาครจึงเผชิญกับปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM 2.5) ในระดับที่มีผลกระทบต่อสุขภาพอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในช่วงที่มีสภาพอากาศปิด ข้อมูลจากกรมควบคุมมลพิษระบุว่าเครื่องยนต์ดีเซลจากรถบรรทุกหนักและมลพิษจากปล่องโรงงานเป็นปัจจัยหลักที่ก่อให้เกิดฝุ่นควัน ซึ่งจำเป็นต้องใช้มาตรการทางกฎหมายในการควบคุมอย่างเข้มงวด94

ยุทธศาสตร์การพัฒนาสู่อนาคต: เศรษฐกิจหมุนเวียนสีเขียว (BCG Economy)

เพื่อรับมือกับความท้าทายด้านสิ่งแวดล้อมและยกระดับขีดความสามารถทางการแข่งขันในระยะยาว จังหวัดสมุทรสาครได้กำหนดยุทธศาสตร์การพัฒนาภายใต้วิสัยทัศน์ “เมืองอุตสาหกรรมเชิงนิเวศ เมืองเกษตรและอาหารปลอดภัยที่มีมาตรฐานสากลและมูลค่าสูง ท่องเที่ยวทางเลือกใหม่ สังคมน่าอยู่สู่เมืองแห่งสุขภาวะที่ดีและยั่งยืน” ซึ่งสอดรับกับนโยบายการขับเคลื่อนประเทศด้วยโมเดลเศรษฐกิจ BCG (Bio-Circular-Green Economy)97

การบูรณาการหลักการ BCG สู่การปฏิบัติจริงในพื้นที่มหาชัย มีการดำเนินโครงการนำร่องที่โดดเด่นหลายมิติ ได้แก่:

นวัตกรรมอัจฉริยะเพื่อฟาร์มสัตว์น้ำ (Aqua-IoT): เป็นการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีเซนเซอร์และการวิเคราะห์ข้อมูล (IoT) เพื่อบริหารจัดการคุณภาพน้ำในบ่อเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ ช่วยลดความเสี่ยงจากโรคระบาด เพิ่มอัตราการรอดชีวิตของสัตว์น้ำ และใช้ทรัพยากรน้ำอย่างมีประสิทธิภาพ สอดคล้องกับแนวคิดเศรษฐกิจชีวภาพ (Bioeconomy) และการสร้างความมั่นคงทางอาหาร98

โครงการ Smart Seafood City: มุ่งเน้นการสร้างห่วงโซ่อุปทานอาหารทะเลที่ตรวจสอบย้อนกลับได้ (Traceability) มีการส่งเสริมบรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และยกระดับอาหารท้องถิ่นสู่ตลาดพรีเมียม เพื่อผลักดันมหาชัยให้เป็นศูนย์กลางนวัตกรรมทางทะเลและการประกอบอาหาร (Marine Gastronomy)100

การเปลี่ยนผ่านพลังงานสะอาดในภาคประมง (e-Fishery Sandbox): นี่คือหนึ่งในโครงการนำร่องด้านเศรษฐกิจสีเขียว (Green Economy) ที่เป็นรูปธรรมที่สุด กรมประมงและภาคเอกชนได้ริเริ่มนำระบบขับเคลื่อนไฟฟ้าและแผงพลังงานแสงอาทิตย์ (Solar Cell) มาติดตั้งในเรือประมงพื้นบ้านขนาดเล็ก โครงการนี้มีเป้าหมายเพื่อลดการพึ่งพาน้ำมันเชื้อเพลิง ลดมลพิษทางอากาศและน้ำ และสร้างความปลอดภัยให้แก่ชาวประมง101

กราฟแท่งเปรียบเทียบต้นทุนสะสมในระยะเวลา 5 ปี ระหว่างเรือประมงดั้งเดิมและเรือประมงพลังงานสะอาด (e-Fishery) แสดงรายละเอียดต้นทุนเริ่มต้น ค่าเชื้อเพลิงและบำรุงรักษา โดยชี้ให้เห็นต้นทุนรวม 5 ปีของเรือประมงดั้งเดิมที่ 675,000 บาท เทียบกับเรือพลังงานสะอาดที่ใช้ต้นทุนรวม 415,000 บาท

การวิเคราะห์ผลตอบแทนทางการลงทุน (ROI) ของโครงการ e-Fishery พบว่าแม้ชาวประมงจะต้องลงทุนติดตั้งระบบแผงโซลาร์เซลล์และมอเตอร์ไฟฟ้าในเบื้องต้นประมาณ 370,000 บาท แต่จะสามารถลดรายจ่ายค่าน้ำมันเชื้อเพลิงและค่าซ่อมบำรุงในระยะเวลา 5 ปีลงเหลือเพียง 45,000 บาท (เปรียบเทียบกับเรือดั้งเดิมที่มีรายจ่ายเชื้อเพลิงสูงถึง 675,000 บาทในระยะเวลาเท่ากัน) ส่งผลให้ชาวประมงมีเงินออมเพิ่มขึ้นถึง 260,000 บาทต่อลำ โดยมีระยะเวลาคืนทุน (Payback Period) รวดเร็วเพียง 2.5 ถึง 2.9 ปี101 หากโครงการนำร่องในสมุทรสาครนี้ประสบความสำเร็จ จะเป็นต้นแบบในการต่อยอดสู่กองเรือประมงนับหมื่นลำทั่วประเทศ ซึ่งจะสร้างความได้เปรียบในการแข่งขันภายใต้กฎระเบียบการค้าโลกที่ให้ความสำคัญกับการลดคาร์บอน (Carbon Footprint) ในห่วงโซ่อาหาร

บทสรุป

อำเภอเมืองสมุทรสาคร หรือ “มหาชัย” เป็นเพชรเม็ดงามทางภูมิเศรษฐศาสตร์ที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศไทยอย่างทรงพลัง จากอดีตที่เคยเป็นจุดพักเรือสำเภาจีนและสุขาภิบาลแห่งแรก สู่การเป็นมหานครอุตสาหกรรมแปรรูปอาหารทะเลระดับโลก พื้นที่แห่งนี้เปี่ยมไปด้วยพลวัตทางสังคม ทั้งการผสานวัฒนธรรมดั้งเดิมเข้ากับวิถีชีวิตของแรงงานข้ามชาตินับแสนคน และการสร้างผลิตภัณฑ์ชุมชนที่แข็งแกร่งอย่างลอดช่องวัดเจษฯ และดอกเกลือโคกขาม

อย่างไรก็ตาม ความมั่งคั่งทางเศรษฐกิจแลกมาด้วยความท้าทายด้านโครงสร้างพื้นฐานและปัญหาสิ่งแวดล้อมที่หนักหน่วง ทั้งวิกฤตจราจรบนถนนพระรามที่ 2 คุณภาพน้ำลุ่มแม่น้ำท่าจีน และการกัดเซาะชายฝั่ง การเปลี่ยนผ่านเข้าสู่ยุคต่อไปของมหาชัยจึงหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องพึ่งพายุทธศาสตร์เศรษฐกิจหมุนเวียนสีเขียว (BCG Economy) การลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่อย่างมอเตอร์เวย์ M82 และรถไฟฟ้าสายสีแดง ตลอดจนการประยุกต์ใช้นวัตกรรมพลังงานสะอาดในภาคประมง จะเป็นกลไกสำคัญที่ช่วยลดรอยเท้าทางนิเวศ (Ecological Footprint) และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชากร เพื่อให้สมุทรสาครก้าวสู่การเป็น “มหานครอาหารปลอดภัยเชิงนิเวศ” ที่เติบโตอย่างยั่งยืนและสง่างามในบริบทของโลกยุคใหม่

ผลงานที่อ้างอิง

1. ที่ตั้ง/อาณาเขต – จังหวัดสมุทรสาคร – WordPress.com

2. จังหวัดสมุทรสาคร – WordPress.com

3. ข้อมูลทั่วไปจังหวัด – samutsakhon – กระทรวงพาณิชย์

4. จังหวัดสมุทรสาคร – วิกิพีเดีย

5. สมุทรสาคร เมืองอันดับ 1 อาหารทะเลแปรรูป – พีเอฟ โฟรเซ่นฟู้ดส์

6. ตำบลท่าฉลอม – วิกิพีเดีย

7. สำเภาสยาม เป็นของคนสยามหรือของคนจีนครับ – Pantip

8. เรือสำเภา (๑ กันยายน ๒๕๕๕) – สำนักงานราชบัณฑิตยสภา

9. เทศบาลนครสมุทรสาคร – วิกิพีเดีย

10. สะพานแดง,ศาลพันท้ายนรสิงห์ | อรุณสาคร คอนโดหรู

11. ตำนาน “พันท้ายนรสิงห์” กับกำเนิด “คลองมหาชัย” เรื่องแต่งให้ร้ายพระเจ้าเสือ?

12. “มหาชัย” ชื่อคลอง-ตำบลในสมุทรสาคร เกี่ยวอะไรกับพระเจ้าเสือ-พระเจ้าท้าย

13. รู้จักคลองโคกขาม สู่ตำนานพันท้ายนรสิงห์ จนพระเจ้าเสือต้องสั่งขุดใหม่ – ข่าวสด

14. ประวัติคลองโคกขาม ตำนานพันท้ายนรสิงห์ พระเจ้าเสือสั่งขุด … – Sanook

15. คลองสนามชัย – วิกิพีเดีย

16. ป้อมวิเชียรโชฎก – CBT Thailand

17. ป้อมวิเชียรโชฎก – สิ่งแวดล้อมศิลปกรรม – ONEP

18. ป้อมวิเชียรโชฎก – วิกิพีเดีย

19. สุขาภิบาลท่าฉลอม – ฐานข้อมูลการเมืองการปกครอง สถาบันพระปกเกล้า

20. “สกปรกเหมือนตลาดท่าจีน” รับสั่งของร.5 ที่กรมดำรงฯ ละอายที่ทำให้กริ้ว

21. จังหวัดสมุทรสาคร

22. “สมุทรสาคร” ส่งออก 100,000 ล้าน อาหารทะเลแปรรูป – ลงทุนแมน

23. บุก ‘ตลาดกุ้ง’ ถิ่นพม่า! – Thai Labor Database

24. คนพม่าที่มาอยู่ที่สมุทรสาคร นี่เค้าใช้ชีวิตกันยังไง อยู่กันตรงไหนเหรอคะ ทำไม

25. The Road to Mahachai: แรงงานพม่าและการเดินทางของปลาแซลมอน

26. “ตลาดทะเลไทย” แลนด์มาร์คอาหารทะเลของเมืองไทย – pptvhd36

27. ชีวิตที่จำต้องเลือกของ แรงงาน ชาวพม่าในไทย – NGThai.com

28. คุณภาพชีวิตของแรงงานต่างด้าวสัญชาติพม่า ชุมชนวัดศรีบูรณาวาส ตำบล

29. ความเหลื่อมล้ำข้ามชาติ: กรณีศึกษาแรงงานเมียนมาร์ในสมุทรสาคร – thaijo.org

30. นโยบายแรงงานต่างด้าว : กรณีศึกษาแรงงานพม่าในจังหวัดสมุทรสาคร

31. GPP สมุทรสาครอันดับ 5 ของประเทศ จากเมืองประมงสู่อุตสาหกรรมเต็มรูป

32. พืชเศรษฐกิจ จ้านวนผลผลิตรวม (ตัน)

33. สมุทรสาคร เมืองอันดับ 1 อาหารทะเลแปรรูป – ลงทุนแมน

34. ข้อมูลสาขา บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) – dataforthai

35. Thai Union: Sustainable Seafood Company

36. 5 ปี ปลดใบเหลือง IUU Fishing (8 มกราคม 2562) แล้วไง : ประมงไทยดีขึ้น

37. ‘ยศชนัน’ ลงพื้นที่สมุทรสาคร รับฟังปัญหาและแนวทางแก้ไขประมงไทยให้กลับ

38. ประมงมหาชัย-อัมพวาสิ้นแรง แปรรูป-ห้องเย็นแห่ปิดกิจการ – Sanook.com

39. ประมงเสี่ยงเจอ IUU หลังเลิกคุ้มครองแรงงาน-ใช้อวนตาถี่ – Policy Watch

40. นิคมอุตสาหกรรมสินสาคร – เมืองอุตสาหกรรมเชิงนิเวศ

41. นิคมอุตสาหกรรมสินสาคร – CAS Group

42. ลอดช่องวัดเจษ เจ้าไหนคือออริจินัล เป็นต้นตำรับของแท้ ? | ปันโปร

43. ลอดช่องวัดเจษฯ ทำความรู้จักร้านลอดช่องหลัก 10 บาท แต่มีรายได้ 10 ล้าน

44. ประวัติ ลอดช่องวัดเจษฯ คุณสมบัติความอร่อยที่แฟนพันธุ์แท้เท่านั้นที่รู้

45. วิสาหกิจชุมชนบ้านสหกรณ์ หมู่ 3 โคกขาม – พาณิชย์รวมพล

46. Samsalt – SAM SALT Thailand

47. บุกแหล่งผลิต “ดอกเกลือ” OTOP บ้านย่า | จากนาเกลือพระราชทานสู่

48. รีวิวชุมชนต้องเที่ยว ชุมชนต้องเที่ยว

49. ‘พิพัฒน์’ เช็กพร้อม M82 เปิดวิ่งฟรี 28 ส.ค. ลั่นปิดตำนานพระราม 2 ‘ถนน 7 ชั่ว

50. ปลดล็อกถนนเจ็ดชั่วโคตร เปิดอย่างเป็นทางการ M82 ทางยกระดับเอกชัย

51. ย้ำ! จุดเครนถล่มพระราม2 ช่องทางหลักปิดจราจรทั้งหมด “ทางขนาน” วิ่งได้

52. ล่าสุด! ถนนพระราม 2 ทรุด ท่อประปาแตก การจราจรติดหนึบ | 17 ม.ค. 69

53. โครงการทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง สายบางขุนเทียน – บ้านแพ้ว (M82)

54. ลักษณะของโครงการ | โครงการทางหลวงพิเศษหมายเลข 82 สายทางยก

55. วิ่งฉิว มอเตอร์เวย์ M82 เชื่อม ‘บางขุนเทียน–บ้านแพ้ว’ ฟรี 24 ชม. – ไทยโพสต์

56. เริ่มแล้ว! เปิดขึ้นฟรีทางด่วน M82 มีด่านไหนบ้าง เชื่อมพระราม 2 ลงสู่ภาคใต้

57. ตารางรถไฟมหาชัย ฉบับอัปเดต – Lemon8

58. สถานีรถไฟมหาชัย – วิกิพีเดีย

59. เที่ยว มหาชัย ข้าม ฟาก ไป > ท่า ฉลอม – Lemon8

60. มัดรวมฉบับมือใหม่ – นั่งรถไฟเที่ยว 3 เมือง มหาชัย ท่าฉลอม แม่กลอง

61. สรุปแล้ว! “สายสีแดง” วงเวียนใหญ่-มหาชัย 7.1 หมื่นล้าน อนุรักษ์ 3 สถานีเข้า

62. รฟท. เปิดทางเลือก 5 แนวเส้นทาง รถไฟชานเมืองสายสีแดงเข้ม ช่วงวงเวียน

63. เปิด 5 แนวเส้นทางต้องเลือก รถไฟฟ้าสายสีแดงใหม่ ‘วงเวียนใหญ่-มหาชัย’

64. บ้านท่าฉลอม ศูนย์ท่องเที่ยวและกิจกรรมชุมชน – Trip.com

65. ชุมชนคุณธรรม ฯ บ้านท่าฉลอม ตำบลท่าฉลอม อำเภอเมืองสมุทรสาคร จังหวัด

66. ชวนเยือน”บ้านท่าฉลอม”สุดยอดชุมชนต้นแบบ “เที่ยวชุมชน ยลวิถี” | เดลินิวส์

67. สะพานแดง จุดชมวิวปลาโลมา

68. หลวงพ่อปู่สวมแว่นดำ วัดโกรกกราก จ.สมุทรสาคร

69. Unseen “พระใส่แว่นดำ” วัดโกรกกราก – อาหารสมอง – Teenee.com

70. “แว่นดำแว่นแฟชั่น” แก้บน…หลวงพ่อปู่ หลวงปู่กรับ วัดโกรกกราก | คมชัดลึก

71. ป้อมวิเชียรโชฎก

72. 15 ร้านอาหารทะเล ซีฟู้ด สมุทรสาคร 2025 อร่อย สดใหม่ ใกล้กรุงเทพ

73. 10 ร้านอาหารสมุทรสาคร ริมน้ำ บรรยากาศดี ใกล้กรุงเทพฯ – พักไหนดี

74. 6 ร้านอาหารสมุทรสาคร 2026 ร้านอร่อย สด ใหม่ คัดมาเน้นๆ – PaiCheckin

75. แนะนำของกินอร่อยที่น้ำพุมหาชัยตอนเย็น – Lemon8

76. โพยของกินมหาชัย ฉบับเพิ่มเติมค้าบบบบ – Pantip

77. มาดูกัน!! ตลาดโต้รุ่งวงเวียนน้ำพุมหาชัย สมุทรสาคร ตลาดน่าเดินของกินเยอะ

78. จัดพิธีแห่เจ้าพ่อหลักเมืองสมุทรสาคร สุดยิ่งใหญ่ ปชช.ร่วมศรัทธาแน่น

79. สมุทรสาครจัดใหญ่! ประเพณีแห่เจ้าพ่อหลักเมือง 2569 ดันสู่เทศกาล

80. ประเพณีแห่เจ้าพ่อหลักเมืองสมุทรสาคร พลังสายใยแห่งศรัทธาสู่วิถีชีวิตชาว

81. สะพานแดง จุดท่องเที่ยาสุดฮิต จังหวัดสมุทรสาคร (ธ.ค.68) – YouTube

82. สะพานแดง จังหวัดสมุทรสาคร ประเทศไทย – เพื่อนที่จะพาคุณไปสัมผัสมุม

83. สถานที่ปล่อยปูป่าชายเลนโคกขามสมุทรสาคร – Trip.com

84. ป่าชายเลนพันท้ายพันท้ายนรสิงห์

85. เส้นทางศึกษาธรรมชาติป่าชายเลนพันท้ายนรสิงห์

86. การติดตามตรวจสอบคุณภาพน้าแม่น้าท่าจีน คลองส

87. ท่าจีนเสื่อมหนัก คพ.รุกแก้ไขปัญหาคุณภาพน้ำตลอดสาย – Matichon

88. กรมควบคุมมลพิษ แนะผันน้ำ-บำบัดน้ำเสียในคลอง ก่อนปล่อยลงแม่น้ำท่าจีน

89. คพ.แนะ ผันน้ำดี ไล่น้ำเสียคลองสมุทรสาคร ก่อนปล่อยลงท่าจีน – Matichon

90. โครงการเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำแม่น้ำท่าจีน | งานสำรวจ ออกแบบ และ

91. กรมชลฯ รุดหน้าแผนเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำ “แม่น้ำท่าจีน” แก้ภัยแล้ง

92. ปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งทะเลของไทย

93. สำนักงานรัฐมนตรี ทส. – กองยุทธศาสตร์และแผนงาน

94. ฝุ่น PM2.5 กทม.-ปริมณฑล เกินมาตรฐาน 29 พื้นที่ หนักสุดมหาชัย – Thai PBS

95. Public Disclosure – กรมควบคุมมลพิษ

96. กทม. และปริมณฑลค่าฝุ่นละออง PM 2.5 ปรับตัวสูงขึ้นทุกพื้นที่ โดยพบ

97. จังหวัดสมุทรสาคร – eMENSCR แผนปฏิบัติการระยะ 5 ปี

98. 1 นาทีกับ BCG model | Aqua-IoT นวัตกรรมอัจฉริยะเพื่อฟาร์มสัตว์น้ำ

99. วันที่ 1 เมษายน 2569 ประชุมคณะกรรมการขับเคลื่อนแผนปฏิบัติการด้านการ

100. NextWave จังหวัดสมุทรสาคร – SEA Bridge

101. การเปลี่ยนเรือประมงพื้นบ้านขนาดเล็ก (ไม่เกิน 5 ตันกรอส) มาใช้พลังงานสะอาด

102. กรมประมง…เชิญชวนเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งทะเลเข้าร่วมโครงการยกระดับสินค้า

📍 ร้านใกล้ฉัน.com